การจี้เส้นประสาท Basivertebral ภายในกระดูกสันหลัง (Basivertebral Nerve Ablation: BVNA)

ตุลาคม 25, 2026
บทความโดย :
พญ. นาตยา อุดมศักดิ์
กระดูกสันหลัง

การจี้เส้นประสาท Basivertebral ภายในกระดูกสันหลัง (Basivertebral Nerve Ablation: BVNA)

Basivertebral Nerve Ablation (BVNA) for Vertebrogenic Low Back Pain

เป็นเวลาหลายทศวรรษที่วงการแพทย์มุ่งเน้นไปที่หมอนรองกระดูกสันหลังในฐานะสาเหตุหลักของอาการปวดหลังเรื้อรัง ทว่าในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา องค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์ระงับปวดแปรเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยพบว่าในผู้ป่วยบางราย แหล่งกำเนิดความปวดไม่ได้มาจากตัวหมอนรองกระดูกเพียงอย่างเดียว แต่มีต้นตอมาจาก แผ่นปลายกระดูกสันหลัง (Vertebral Endplate) ซึ่งเป็นบริเวณรอยต่อทางกายวิภาคระหว่างหมอนรองกระดูกกับตัวกระดูกสันหลังที่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกทอดตัวอยู่ภายใน

ภาวะนี้เรียกว่า Vertebrogenic Pain (อาการปวดที่มีต้นกำเนิดจากแผ่นปลายกระดูกสันหลัง) การค้นพบพยาธิสรีรวิทยาดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมการรักษาแผลเล็กที่จำเพาะเจาะจง เรียกว่า Basivertebral Nerve Ablation (BVNA) หรือการจี้เส้นประสาท Basivertebral ภายในกระดูกสันหลัง เพื่อระงับปวดแกนกลางหลังโดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดใหญ่

Q&A: ลักษณะอาการทางคลินิกและการแปลผลภาพรังสีวิทยา

อาการแสดงรูปแบบใดที่ทำให้สงสัยภาวะ Vertebrogenic Pain?

ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังบริเวณกึ่งกลางแนวสันหลัง (กึ่งกลางหลัง) อาการจะถูกจุดชนวนหรือทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อผู้ป่วยต้อง นั่งนาน, ขับรถยนต์เป็นเวลานาน, ก้มตัว, ยกของหนัก หรืออยู่ในท่าทางเดิมแช่ค้างไว้

อย่างไรก็ตาม อาการปวดลักษณะนี้มีความคาบเกี่ยวและเลียนแบบอาการปวดจากตัวหมอนรองกระดูก (Discogenic Pain) ได้แนบเนียนมากจนแยกแยะด้วยอาการเพียงอย่างเดียวได้ยาก ประกอบกับการตรวจร่างกายทางระบบประสาทมักจะไม่ปรากฏสัญญาณการกดทับรากประสาทส่วนปลายที่เด่นชัด (เช่น ไม่พบกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่พบการสูญเสียความรู้สึก หรือรีเฟล็กซ์ปรกติ) แพทย์ระงับปวดจึงจำเป็นต้องอาศัยผลภาพถ่ายรังสีวิทยามาแยกแยะโรค

ภาพ MRI ลักษณะจำเพาะแบบใดที่แพทย์ใช้ยืนยันโรค?

เครื่องมือหลักที่สำคัญที่สุดในการวินิจฉัยโรคนี้คือภาพ MRI สมองและกระดูกสันหลัง โดยแพทย์จะมองหารอยโรคความแปรปรวนของกระดูกที่อยู่ติดกับหมอนรองกระดูก ที่เรียกว่า Modic Change:

  • Modic Type 1: สะท้อนถึงภาวะกระบวนการอักเสบเฉียบพลันที่กำลังเกิดขึ้นรอบแผ่นปลายกระดูก
  • Modic Type 2: สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเสื่อมสภาพในระยะเรื้อรังของตัวกระดูก

ข้อควรระวังทางคลินิก: การตรวจพบ Modic Change จากฟิล์ม MRI เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ว่าคนไข้ต้องรับการรักษาด้วยวิธี BVNA เสมอไป เนื่องจากภาวะ Discogenic Pain และ Vertebrogenic Pain สามารถอุบัติขึ้นร่วมกันได้จากกระบวนการเสื่อมสภาพตามวัย แผนการรักษาจึงต้องพิจารณาความสอดคล้องระหว่างจุดกดเจ็บ อาการแสดง และภาพรังสีวิทยาอย่างเป็นระบบร่วมกัน

หัตถการจี้เส้นประสาท Basivertebral (BVNA) และข้อบ่งชี้

BVNA จัดเป็นหัตถการแผลเล็กขั้นสูง (Minimally Invasive Procedure) ที่ไม่ใช่การผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ ไม่มีการตัดแต่งข้อต่อ ไม่มีการใส่เหล็กดัดตรึง และไม่มีการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion)

  • เทคนิคหัตถการ: แพทย์ระงับปวดจะทำการสอดเครื่องมือและอุปกรณ์จำเพาะผ่านผิวหนังเข้าไปภายในเนื้อกระดูกสันหลังปล้องที่มีรอยโรคโดยตรง ภายใต้การนำทางด้วยเครื่องเอกซเรย์นำทางเคลื่อนที่ (Fluoroscopy) จากนั้นจะส่งผ่านพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency) เพื่อสร้างรอยโรคขนาดเล็กบล็อกการทำงานของเส้นประสาท Basivertebral nerve ยับยั้งสัญญาณปวดจากแผ่นปลายกระดูกไม่ให้วิ่งส่งผ่านขึ้นสู่สมอง
  • รายละเอียดระหว่างทำ: ใช้เวลาทำประมาณ 45–90 นาที ทำภายใต้การให้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการให้ยานอนหลับชนิดอ่อนทางหลอดเลือดดำ (IV Sedation) ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวและกลับบ้านได้ทันทีในวันเดียวกัน

เกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม (Patient Selection)

ความสำเร็จของการทำหัตถการผูกติดอยู่กับการคัดเลือกคนไข้ที่มีข้อบ่งชี้ตรงตามเกณฑ์อย่างเข้มงวด ดังนี้:

  • มีอาการปวดหลังส่วนล่างแกนกลางเรื้อรังยาวนานมากกว่า 6 เดือน
  • ผ่านการรักษาประคับประคองเบื้องต้น ทั้งการทานยา, ทำกายภาพบำบัด หรือฉีดยาระงับปวดเฉพาะจุดแล้วไม่ดีขึ้น
  • ผลภาพถ่ายรังสีวิทยา MRI ยืนยันรอยโรค Modic Type 1 หรือ Modic Type 2 ชัดเจน
  • ไม่มีอาการปวดร้าวแปล๊บเสียววิ่งลงขา เป็นอาการเด่น (เนื่องจากอาการร้าวลงขาบ่งชี้ถึงโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทส่วนหลัง)

ประสิทธิภาพการระงับปวดและผลการศึกษาระยะยาว

นวัตกรรม BVNA จัดเป็นหนึ่งในหัตถการระงับปวดหลังที่มีหลักฐานทางการแพทย์ระดับสากลรองรับหนาแน่นที่สุดในปัจจุบัน (มีข้อมูลสนับสนุนครบถ้วนทั้งงานวิจัยระดับสูง Randomized Controlled Trial, Sham-Controlled Trial, และ Real-World Study) สถิติรายงานผลลัพธ์ทางคลินิกที่น่าสนใจระบุว่า:

  • ระดับคะแนนความปวดของผู้ป่วย ลดลงเฉลี่ยสูงถึง 4–5 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 10) เช่น คนไข้ที่เคยปวดทรมานระดับวิกฤตที่ 7–8 คะแนน จะทุเลาลงเหลือเพียง 2–3 คะแนนหลังทำ
  • ผู้ป่วยประมาณ 70% สามารถลดระดับความปวดลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง (>50%)
  • ผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 3 (ประมาณ 33%) มีอาการทุเลาลงจนแทบไม่มีอาการปวดหลงเหลืออยู่เลย
  • ส่งผลให้คะแนนคุณภาพชีวิตและฟังก์ชันร่างกายฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ป่วยสามารถกลับไปเคลื่อนไหว นั่งทำงาน ออกกำลังกาย และเดินทางไกลได้ตามปรกติ

จุดแข็งวิกฤตด้านความยาวนาน (Durability): ข้อมูลวิเคราะห์ที่ติดตามผลการรักษาในระยะยาวยืนยันว่าผลการระงับปวดยังคงอยู่และมีประสิทธิภาพดีแม้เวลาจะผ่านพ้นไปเกิน 5 ปี ซึ่งตัวเลขความยาวนานนี้ถือเป็นจุดเหนือชั้นที่โดดเด่นกว่าหัตถการระงับปวดหลังแผลเล็กชนิดอื่น ๆ อย่างชัดเจน

การเปรียบเทียบเชิงคลินิก ข้อดี และภาวะแทรกซ้อน

ความแตกต่างระหว่าง BVNA และการผ่าตัดเชื่อมข้อ (Spinal Fusion)

  • การผ่าตัดเชื่อมข้อ (Spinal Fusion): มีเป้าหมายเชิงโครงสร้างกายวิภาค เพื่อใส่โลหะโลหะตรึงล็อกทำให้ข้อต่อหยุดการเคลื่อนไหวอย่างเด็ดขาด
  • BVNA: มีเป้าหมายระงับปวดโดยตัดสัญญาณกระแสประสาทปวดจากเส้นประสาทภายในตัวกระดูกสันหลัง หัตถการนี้จึงไม่ทำให้กระดูกสันหลังสูญเสียองศาการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ และไม่มีการใส่โลหะแปลกปลอมใด ๆ เข้าสู่ร่างกาย จัดเป็นทางเลือกชิ้นสำคัญที่คนไข้ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจขึ้นเตียงผ่าตัดใหญ่เชื่อมข้อ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องเฝ้าระวัง

โดยทั่วไปจัดเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงมาก ภาวะแทรกซ้อนระยะสั้นที่ไม่รุนแรง เช่น ปวดระบมแผลชั่วคราว หรือมีอาการปวดหลังกำเริบขึ้นได้เล็กน้อยในช่วงวันแรก ๆ รวมถึงความเสี่ยงต่ำเรื่องเลือดออกหรือติดเชื้อ

ทว่า ข้อมูลจากการใช้งานจริงในคลินิกระบุรายงานคำเตือนสำคัญ: พบอุบัติการณ์เกิดภาวะกระดูกสันหลังยุบตัว (Vertebral Compression Fracture) ตามหลังการทำ BVNA ได้ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะโรคกระดูกพรุนรุนแรงซ่อนเร้น ด้วยเหตุนี้ แพทย์ระงับปวดจึงเน้นย้ำเกณฑ์ความปลอดภัยสูงสุดว่า ต้องส่งตรวจประเมินความหนาแน่นและคุณภาพของมวลกระดูก (Bone Mineral Density; BMD) ในผู้ป่วยสูงอายุทุกรายก่อนทำหัตถการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างเข้มงวด

เอกสารอ้างอิง (References)

  • Fischgrund JS, Rhyne A, Franke J, Sasso R, Kitchel S, Bae H, DePalma MJ, Benyamin RM, Truumees E, Macadaeg K, et al. Intraosseous Basivertebral Nerve Ablation for the Treatment of Chronic Low Back Pain: A Prospective Randomized Double-Blind Sham-Controlled Multicenter Study. European Spine Journal. 2018;27(5):1146-1156.
  • Khalil JG, Smuck M, Koreckij T, Keel JC, Beall D, Goodman BS, et al. A Prospective Randomized Controlled Trial of Basivertebral Nerve Ablation for the Treatment of Chronic Low Back Pain. The Spine Journal. 2019;19(10):1620-1632.
  • Fischgrund JS, Desai A, Benyamin RM, Kapural L, DePalma MJ, Macadaeg K, Truumees E, et al. Long-Term Outcomes Following Intraosseous Basivertebral Nerve Ablation for the Treatment of Chronic Low Back Pain: Five-Year Treatment Arm Results from a Prospective Randomized Double-Blind Sham-Controlled Trial. European Spine Journal. 2020;29(8):1925-1934.
  • Smuck M, Khalil JG, Koreckij T, Keel JC, Beall DP, Goodman BS, et al. Prospective, Randomized, Multicenter Study Evaluating Basivertebral Nerve Ablation for the Treatment of Chronic Low Back Pain: 24-Month Results. The Spine Journal. 2021;21(2):212-223.
  • Urits I, Noor N, Johal AS, Orhurhu V, Peck J, Kaye AD, Viswanath O. Basivertebral Nerve Ablation for the Treatment of Vertebrogenic Pain. Pain and Therapy. 2021;10(1):39-53.
  • McCormick ZL. Vertebrogenic Pain: A Phenomenon Driving New Understanding of Chronic Axial Low Back Pain. Pain Medicine. 2022;23(Suppl 2):S1-S3.
  • Conger A, Smuck M, Truumees E, Lotz JC, DePalma MJ, McCormick ZL. Vertebrogenic Pain: A Paradigm Shift in Diagnosis and Treatment of Axial Low Back Pain. Pain Medicine. 2022;23(Suppl 2):S63-S71.
  • Smuck M, Truumees E, Macadaeg K, Jaini AM, Chatterjee S, Levin J. Intraosseous Basivertebral Nerve Ablation: Pooled Long-Term Outcomes from Two Prospective Clinical Trials. Interventional Pain Medicine. 2023;2(2):100256.
  • Khalil JG, Truumees E, Macadaeg K, Nguyen DTD, Moore GA, Lukes D, Fischgrund JS. Intraosseous Basivertebral Nerve Ablation: A 5-Year Pooled Analysis from Three Prospective Clinical Trials. Interventional Pain Medicine. 2025;4(1):100529.
  • Khan M, Smuck M, Koreckij T, et al. Vertebrogenic Pain: A Practical Review of Diagnosis and Management. Part 1: Pathophysiology and Diagnosis. AJNR American Journal of Neuroradiology. 2026.
  • Khan M, Smuck M, Koreckij T, et al. Vertebrogenic Pain: A Practical Review of Diagnosis and Management. Part 2: Treatment and Outcomes. AJNR American Journal of Neuroradiology. 2026.

พญ. นาตยา อุดมศักดิ์
Article Author
พญ. นาตยา อุดมศักดิ์
วิสัญญีแพทย์-ด้านระงับปวด
View Profile