สารบัญ เนื้อหา

รักษาอาการปวดไขข้อ เข่าเสื่อม สะโพกเสื่อม

อาการปวดข้อต่อ ข้อไหล่ ข้อเข่า เกิดจากหลายสาเหตุ โดยข้อไหล่และข้อเข่ามีการวินิจฉัยและสาเหตุการปวดที่แตกต่างกัน เนื่องจากลักษณะการใช้งานและเบ้าข้อต่อที่ต่างกัน

แผนกรักษาอาการปวดข้อ ข้อไหล่ ข้อเข่าของโรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ให้บริการวินิจฉัยและรักษาอาการปวดข้อต่อ โดยข้อต่อหัวไหล่ส่วนใหญ่เกิดจากการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาและอายุที่มากขึ้น ส่วนข้อเข่าส่วนใหญ่เกิดจากภาวะข้อเข่าเสื่อมตามอายุ ขณะที่การบาดเจ็บจากกีฬามักเป็นอาการกระดูกเข่าแตกหรือเอ็นหัวเข่าฉีก การปวดจากอายุที่มากขึ้นเป็นอาการจากไขข้อเสื่อม ทำให้กระดูกสองส่วนในข้อต่อเสียดสีกันจนเกิดความเจ็บปวด การอักเสบที่ต่อเนื่องทำให้เกิดอาการบวมหรือมีน้ำในเข่า หากปล่อยไว้นานอาจอักเสบมากขึ้นและเกิดการติดเชื้อได้ แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ครอบคลุมตั้งแต่ยาเพิ่มน้ำเลี้ยงข้อ PRP การระงับปวดด้วยสเตียรอยด์ ไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนสะโพกและผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในกรณีที่อาการปวดรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตของผู้ป่วย


แนวทางการรักษาอาการปวดข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อม

อาการปวดข้อเข่าและข้อสะโพกจากภาวะข้อเสื่อมเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ภาวะอ้วน การใช้งานข้อหนักเป็นเวลานาน หรือโรคข้ออักเสบเรื้อรัง ปัจจุบันมีแนวทางการรักษาหลากหลายวิธี ตั้งแต่การรักษาแบบไม่ผ่าตัดไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อด้วยเทคนิคที่พัฒนาใหม่ รวมถึงเทคนิคทาง Pain Intervention ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. การฉีดยาเพื่อบรรเทาอาการปวดและฟื้นฟูข้อต่อ

  • การฉีดคอร์ติโคสเตอรอยด์ (Corticosteroid Injection)
    หลักการทำงาน: คอร์ติโคสเตอรอยด์เป็นยาต้านการอักเสบที่ช่วยลดอาการบวมและปวดในข้อต่อ
    ข้อดี: ได้ผลเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดรุนแรง ข้อเข่ามีการอักเสบเฉียบพลัน
    ข้อเสีย: ไม่เหมาะสำหรับการใช้ในระยะยาว เนื่องจากอาจทำให้กระดูกอ่อนเสื่อมเร็วขึ้น
    ระยะเวลาผลลัพธ์: อาการปวดลดลงได้นาน 2-3 เดือน
  • การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อ (Hyaluronic Acid Injection)
    หลักการทำงาน: สารไฮยาลูรอนิคเป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำหล่อเลี้ยงข้อ การฉีดสารนี้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดแรงเสียดทานในข้อต่อ
    ข้อดี: เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดไม่รุนแรง
    ข้อเสีย: อาจต้องฉีดหลายครั้งและมีค่าใช้จ่ายสูง
    ระยะเวลาผลลัพธ์: อาการปวดลดลงได้นาน 6-12 เดือน

2. การรักษาด้วยเทคโนโลยีเซลล์ (Biologic Treatments)

  • การฉีดพลาสมาหรือ PRP (Platelet-Rich Plasma)
    หลักการทำงาน: PRP ได้มาจากการแยกเลือดของผู้ป่วยเองเพื่อให้ได้เกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งมีสารเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
    ข้อดี: ช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการซ่อมแซมกระดูกอ่อน
    ข้อเสีย: ค่าใช้จ่ายสูง และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
    ระยะเวลาผลลัพธ์: อาการปวดลดลงได้นาน 6-12 เดือน
  • การฉีดสเต็มเซลล์ (Stem Cell Therapy)
    ใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากไขกระดูกหรือไขมันของผู้ป่วยเองเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมข้อเสื่อม เหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อเสื่อมในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง และต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัด
    ข้อดี: สามารถกระตุ้นการฟื้นฟูของกระดูกอ่อนและลดอาการปวดในระยะยาว
    ข้อเสีย: ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าผลลัพธ์มีประสิทธิภาพในระยะยาวเทียบเท่าการผ่าตัด
    ข้อจำกัด: ค่าใช้จ่ายสูง ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของสเต็มเซลล์ (ไขกระดูกหรือไขมัน) ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

3. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อต่อ (Joint Replacement Surgery)

  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement)
    หลักการทำงาน: แพทย์จะนำข้อเข่าเดิมที่เสื่อมสภาพออกและแทนที่ด้วยข้อเข่าเทียม
    ข้อดี: ช่วยลดอาการปวดและฟื้นฟูการเคลื่อนไหวได้ดี
    ข้อเสีย: ต้องพักฟื้นนานและมีภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น การติดเชื้อ
    ระยะเวลาผลลัพธ์: ข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานประมาณ 15-20 ปี
  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Replacement)
    หลักการทำงาน: แทนที่ข้อสะโพกเดิมด้วยข้อสะโพกเทียม
    ข้อดี: ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิต
    ข้อเสีย: มีความเสี่ยงในการเคลื่อนของข้อเทียม
    ระยะเวลาผลลัพธ์: ข้อสะโพกเทียมมีอายุการใช้งานประมาณ 20-25 ปี

4. การทำ Pain Intervention

  • การทำลายเส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency Ablation, RFA)
    หลักการทำงาน: RFA เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่มีการรุกล้ำน้อย (Minimally Invasive) สามารถทำได้แบบผู้ป่วยนอก โดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงทำลายเส้นประสาทที่เป็นต้นเหตุของอาการปวด เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีอาการปวดข้อเข่าเรื้อรังรุนแรง เพราะมีระยะเวลาพักฟื้นสั้น ไม่มีแผลผ่าตัด ใช้เพียงยาระงับความรู้สึกแบบอ่อน และสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ในวันถัดไป
    ข้อดี: บรรเทาอาการปวดได้นาน 6-12 เดือนโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ หรือไม่ต้องการการผ่าตัดที่ซับซ้อน เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่อายุน้อยและกังวลว่าข้อเทียมอาจเสื่อมสภาพในอนาคต รวมถึงเหมาะสำหรับผู้ที่เคยผ่าตัดข้อเข่าแต่ยังคงมีอาการปวดต่อเนื่อง
    ข้อเสีย: อาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงบริเวณที่รักษา ซึ่งมักเป็นเพียงชั่วคราว
    ระยะเวลาผลลัพธ์: ปวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญเป็นระยะเวลา 6-12 เดือน ปัจจุบัน RFA ได้รับการพัฒนาให้สามารถใช้รักษาอาการปวดในข้อต่ออื่นๆ เช่น ข้อสะโพกและข้อไหล่ ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการจัดการความปวดเรื้อรังโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

การรักษาอาการปวดข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อมมีหลายทางเลือกขึ้นอยู่กับระยะของโรคและความต้องการของผู้ป่วย ตั้งแต่การฉีดยาเพื่อบรรเทาอาการ การใช้เทคนิคการระงับปวดแบบ Intervention ไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด


บริการของแผนกรักษาอาการปวดข้อ

  • การใช้คลื่นวิทยุนำความร้อนไปที่เส้นประสาท บริเวณเข่า หัวไหล่ หรือข้อสะโพก
  • การส่องกล้องผ่าตัด ซ่อมแซมเส้นเอ็นของข้อต่างๆ
  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อ หัวไหล่ ข้อสะโพก ข้อเข่า หรือข้อเท้า

บทความ/การรักษาที่เกี่ยวข้อง

Related Doctors

Related Articles

ตุลาคม 22, 2026
กระดูกสันหลังส่วนเอวตีบ เมื่อไหร่ควรผ่าตัด? ผ่าแบบไหน และผลอยู่ได้นานแค่ไหน

เดินได้ไม่ไกล ปวดหรือชาลงขา ต้องหยุดพักบ่อย อาจไม่ใช่เพียงอาการตามวัย หลายคนเริ่มต้นจากอาการที่ดูเหมือนไม่รุนแรง เดินซื้อของได้ไม่นานก็ปวดหรือล้าขา ยืนทำอาหารสักพักต้องหาที่นั่ง หรือเดินทางกับครอบครัวแล้วต้องหยุดพักถี่ขึ้น เมื่อได้นั่งหรือก้มตัวเล็กน้อย อาการกลับค่อย ๆ ดีขึ้น จึงคิดว่าเป็นเพราะอายุมากขึ้นและพยายามทนต่อไป อาการเช่นนี้อาจเกิดจากโพรงกระดูกสันหลังส่วนเอวตีบ (Lumbar Spinal Stenosis) เมื่อพื้นที่รอบเส้นประสาทแคบลงจากข้อกระดูกโต เอ็นหนาตัว หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือกระดูกสันหลังเคลื่อน เส้นประสาทอาจยังทำงานได้ตามปกติขณะนั่งหรือนอน แต่เมื่อยืนและเดิน พื้นที่ภายในโพรงกระดูกจะแคบลง…

Read More
ตุลาคม 22, 2026
ปวดเข่าเกิดจากอะไร?

สาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม อาการปวดเข่าเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยรุ่นที่เล่นกีฬา คนวัยทำงานที่ต้องเดิน ยืน หรือขึ้นลงบันไดเป็นประจำ ไปจนถึงผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม หลายคนเข้าใจว่าอาการปวดเข่าหมายถึง “ข้อเข่าเสื่อม” เสมอ แต่ในความเป็นจริง อาการปวดเข่าอาจเกิดได้จากเอ็น หมอนรองเข่า กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ ถุงน้ำหลังเข่า โรคเกาต์ หรือแม้แต่การติดเชื้อในข้อ การซักประวัติอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจร่างกายอย่างเหมาะสม มักช่วยให้แพทย์สามารถระบุสาเหตุของอาการปวดเข่าได้อย่างแม่นยำ และช่วยหลีกเลี่ยงการตรวจที่ไม่จำเป็น…

Read More
ตุลาคม 22, 2026
ปวดเข่า เข่าเสื่อม ไม่อยากผ่าตัด ทำอย่างไรได้บ้าง?

รวมทุกทางเลือกการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมแบบไม่ผ่าตัด ตั้งแต่การออกกำลังกาย ยา การฉีดยา PRP การจี้เส้นประสาท จนถึงเทคโนโลยีใหม่ โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) เป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดเข่าและข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ และมีแนวโน้มพบมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เมื่อเริ่มมีอาการปวดเข่า หลายคนมักกังวลว่า “สุดท้ายจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมหรือไม่?” ข่าวดีคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับการวินิจฉัย โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง ซึ่งมักสามารถควบคุมอาการได้ด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก อย่างไรก็ตาม หากข้อเข่าเสื่อมรุนแรง มีอาการปวดมาก…

Read More
ตุลาคม 22, 2026
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ต้องเตรียมตัวอย่างไร? ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่วันผ่าตัดจนกลับมาเดินได้

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement; TKR) เป็นการรักษาที่ช่วยลดอาการปวดและฟื้นฟูการทำงานของข้อเข่าในผู้ป่วยที่มีข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แม้ว่าจะได้รับการรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด หรือวิธีไม่ผ่าตัดอื่น ๆ มาแล้วก็ตาม เมื่อแพทย์แนะนำให้ผ่าตัด สิ่งที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักกังวลไม่ใช่ขั้นตอนการผ่าตัด แต่เป็นคำถามที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการผ่าตัด เช่น: คำถามเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ เพราะสำหรับหลายคนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอาจเป็นการผ่าตัดใหญ่ครั้งแรกในชีวิต ข่าวดีคือ ปัจจุบันการรักษาพัฒนาไปมาก ทั้งเทคนิคการผ่าตัด การระงับความรู้สึก การควบคุมอาการปวด และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด…

Read More
ตุลาคม 22, 2026
7 ท่าบริหารข้อเข่าสำหรับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม ลดปวด เสริมความแข็งแรง เดินได้มั่นใจขึ้น

Q&A: ข้อเข่าเสื่อมควรออกกำลังกายไหม? คำตอบคือ “ควร” เพราะการออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีรักษาข้อเข่าเสื่อมที่มีหลักฐานทางการแพทย์สนับสนุนมากที่สุด และได้รับการแนะนำจากแนวทางการรักษาทั่วโลก หลายคนเข้าใจว่า เมื่อข้อเข่าเสื่อมแล้วควรพักการใช้งานให้มากที่สุด แต่ความจริงแล้ว การไม่ค่อยขยับตัวกลับทำให้กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าอ่อนแรง ส่งผลให้ข้อเข่ารับน้ำหนักมากขึ้น อาการปวดเพิ่มขึ้น และการเดินหรือขึ้นลงบันไดยิ่งลำบากกว่าเดิม ในทางกลับกัน การออกกำลังกายที่เหมาะสมจะช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา สะโพก และกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ทำให้ข้อเข่ามั่นคงขึ้น รับแรงกระแทกได้ดีขึ้น และช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ประโยชน์ของการออกกำลังกายในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม สรุปสั้น ๆ: ข้อเข่าเสื่อมไม่ใช่ข้อห้ามในการออกกำลังกาย…

Read More
ตุลาคม 22, 2026
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่แบบ Reverse (Reverse Shoulder Arthroplasty) คืออะไร?

ทำไมหมอถึงไม่ซ่อมเอ็น Rotator Cuff และใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัด คำตอบสั้น ๆ: การผ่าตัดนี้มีเป้าหมายเพื่อลดปวดและช่วยให้ยกแขนทำกิจวัตรประจำวันได้ดีขึ้น เหมาะกับผู้ที่ข้อไหล่เสียหายมากหรือเอ็นรอบข้อไหล่ซ่อมไม่ได้ แต่ไม่ได้ทำให้ไหล่กลับมาเหมือนใหม่ทุกอย่าง หลังผ่าตัดยังต้องทำกายภาพและหลีกเลี่ยงงานหนักบางชนิด อาการปวดไหล่…ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องผ่าตัด แต่บางคนไม่ควรรอ หลายคนเริ่มจากปวดเวลาหวีผม ใส่เสื้อ หยิบของบนชั้น หรือเอื้อมมือไปด้านหลัง บางคนปวดกลางคืนจนหลับไม่เต็มที่ ต่อมาอาจยกแขนเองแทบไม่ได้และต้องใช้มืออีกข้างช่วย อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องผ่าตัด แต่เป็นสัญญาณว่าควรหาสาเหตุให้ชัดเจน สาเหตุหนึ่งคือกลุ่มเอ็นสำคัญรอบข้อไหล่ (Rotator Cuff) ฉีกขาดมากหรือขาดมานานจนช่วยพยุงข้อไม่ได้…

Read More