วัคซีนที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม

เวลาพูดถึง “วัคซีน” หลายคนมักนึกถึงเด็กเล็ก สมุดวัคซีน หรือเข็มฉีดยาในวัยเรียน แต่ในความเป็นจริง วัคซีนไม่ใช่เรื่องของเด็กเท่านั้น ผู้ใหญ่ก็ต้องการวัคซีนเช่นกัน  เหตุผลสำคัญคือ เมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะค่อย ๆ ลดลง โรคบางชนิดที่เคยดูเหมือนเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา อาจกลายเป็นการติดเชื้อรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบา หวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดคนจำนวนมากอีกประเด็นหนึ่งที่มักถูกลืมคือ วัคซีนบางชนิดที่เคยฉีดตอนเด็ก ภูมิคุ้มกันอาจลดลงเมื่อเวลาผ่านไป บางชนิดต้องกระตุ้นซ้ำ บางชนิดเพิ่งมีคำแนะนำให้ฉีดเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ และบางชนิดควรฉีดตามความเสี่ยง เช่น การทำงาน การเดินทาง โรคประจำตัว หรือแผนการตั้งครรภ์ ดังนั้น การดูแลสุขภาพผู้ใหญ่จึงไม่ควรมีเพียงการตรวจเลือด วัดความดัน หรือคัดกรองโรคเรื้อรังเท่านั้น แต่ควรรวมถึงการทบทวนว่า “วัคซีนของเรายังครบและเหมาะกับวัยหรือไม่” เพราะวัคซีนที่เหมาะสมในวันนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรครุนแรงในอนาคตได้มากกว่าที่หลายคนคิด ทำไมผู้ใหญ่ยังต้องฉีดวัคซีน ผู้ใหญ่จำนวนมากไม่ได้ป่วยเพราะไม่มีทางป้องกัน แต่ป่วยเพราะไม่รู้ว่ามีวัคซีนที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ วัคซีนในผู้ใหญ่มีเป้าหมายหลายด้าน ได้แก่ สิ่งสำคัญคือ วัคซีนไม่ได้มีสูตรเดียวสำหรับทุกคน ล้วนมีความจำเป็นเรื่องวัคซีนไม่เหมือนกัน การเลือกวัคซีนจึงควรดูจากอายุ โรคประจำตัว ประวัติวัคซีนเดิม ประวัติการติดเชื้อ การแพ้ยา การตั้งครรภ์และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล 1. วัคซีนไข้หวัดใหญ่: วัคซีนพื้นฐานที่ควรทบทวนทุกปีไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่หวัดธรรมดาในคนทั่วไป ไข้หวัดใหญ่อาจทำให้มีไข้สูง ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ […]

ช็อกโกแลตซีสต์ Chocolate Cyst ศัตรูเงียบที่มาพร้อมอาการปวดเรื้อรัง

อาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง: อาการปวดจาก Chocolate Cyst รู้จัก Chocolate Cyst (Endometrioma)     Chocolate cyst คือถุงน้ำในรังไข่ที่มีเนื้อเยื่อเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่และเลือดเก่าคั่งอยู่ด้านใน ลักษณะคล้ายช็อกโกแลต พบในผู้หญิงประมาณ 1744% ของผู้ป่วยที่เป็น endometriosis และสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บปวดทรมานเรื้อรังบริเวณท้องน้อยและหลัง  ลักษณะอาการ แนวทางการประเมินอาการ ทางเลือกในการรักษา 1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Medical Therapy) 2. การผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง (Laparoscopic Cystectomy) แนวปฏิบัติของโรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ สรุป      อาการปวดท้องน้อยเรื้อรังจาก Chocolate cyst มีสาเหตุจาก endometrioma ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การรักษาควรเริ่มจากการใช้ยาและฮอร์โมนร่วมกับการดูแลตนเอง หากยังมีอาการมากหรือถุงน้ำใหญ่ การผ่าตัดส่องกล้องนั้นเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ผสมผสานการดูแลทางเวชศาสตร์ปวด การแพทย์สมัยใหม่ และการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม เพื่อคืนคุณภาพชีวิตและช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในระยะยาว เอกสารอ้างอิง

ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) เลือดออกทางทวารหนักอันตรายหรือไม่

ริดสีดวงทวาร เลือดออกทางทวารหนักอันตรายหรือไม่      เลือดออกทางทวารหนักเป็นอาการที่ทำให้หลายคนตกใจบางคนเห็นเลือดสดติดกระดาษชำระบางคนเห็นเลือดหยดลงโถส้วมหลังถ่ายบางคนมีเลือดเคลือบอุจจาระ และหลายคนรีบคิดทันทีว่า “เป็นริดสีดวงหรือเปล่า” หรือกังวลไปไกลว่า “จะเป็นมะเร็งลำไส้ไหม” ความจริงคือ ริดสีดวงทวารเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของเลือดออกทางทวารหนัก โดยเฉพาะเลือดสดสีแดงหลังถ่ายอุจจาระ แต่ในทางการแพทย์ เราไม่ควรสรุปว่าเลือดออกทุกครั้งคือริดสีดวง เพราะเลือดออกทางทวารหนักอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่แผลปริขอบทวารหนัก ลำไส้อักเสบ ติ่งเนื้อในลำไส้ ไปจนถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ดังนั้น คำถามที่สำคัญไม่ใช่เพียงว่า “เป็นริดสีดวงหรือไม่” แต่คือ “เลือดออกแบบไหนที่ดูเหมือนริดสีดวง เลือดออกแบบไหนควรตรวจเพิ่มเติม และเมื่อไรควรพบศัลยแพทย์”บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจริดสีดวงทวารอย่างถูกต้อง ไม่ตกใจเกินไป แต่ก็ไม่ชะล่าใจจนพลาดโรคสำคัญ ริดสีดวงทวารคืออะไร     ริดสีดวงทวาร คือภาวะที่หลอดเลือดและเนื้อเยื่อพยุงบริเวณทวารหนักบวม โป่งพอง หรือเลื่อนต่ำลง ทำให้เกิดอาการเลือดออก คัน เจ็บ มีก้อนยื่น หรือรู้สึกถ่ายไม่สุดในความเป็นจริง ทุกคนมีหมอนรองหลอดเลือดบริเวณทวารหนักอยู่แล้วตามธรรมชาติ ทำหน้าที่ช่วยปิดทวารหนักและควบคุมการกลั้นอุจจาระ แต่เมื่อเนื้อเยื่อบริเวณนี้บวม ขยาย หรือเคลื่อนตัวผิดปกติ จึงเกิดเป็น “โรคริดสีดวงทวาร” ริดสีดวงแบ่งง่าย ๆ เป็น 2 กลุ่มใหญ่ อาการที่พบร่วมได้ เช่น อย่างไรก็ตาม ลักษณะเลือดสดไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป เพราะติ่งเนื้อหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายกสามารถทำให้เลือดสดออกทางทวารหนักได้เช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ที่อายุมากขึ้น หรือมีอาการเตือนร่วมด้วยริดสีดวงเกิดจากอะไรริดสีดวงมักเกิดจากแรงดันที่เพิ่มขึ้นบริเวณทวารหนักและการเสื่อมของเนื้อเยื่อพยุงตามเวลา ปัจจัยที่พบบ่อยได้แก่     ในคนวัยทำงาน สาเหตุที่พบบ่อยมากคือ นั่งนาน […]

โรคงูสวัด (Shingles) ภัยเงียบจากเชื้อไวรัสที่ซ่อนในร่างกาย อาการ วิธีรักษา และการป้องกัน

โรคงูสวัด (Shingles) ภัยเงียบจากเชื้อไวรัสที่ซ่อนในร่างกาย อาการ วิธีรักษา และการป้องกันเคยไหม? อยู่ๆ ก็มีอาการปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนัง มีผื่นแดงและตุ่มน้ำใสขึ้นล้อมรอบลำตัว หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่โรคผิวหนังทั่วไป แต่แท้จริงแล้วนี่คือสัญญาณเตือนของ “โรคงูสวัด” (Shingles) โรคที่สร้างความทรมานจากอาการปวดเส้นประสาท และอาจทั้งความเจ็บปวดไว้อย่างยาวนานหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที 1. โรคงูสวัด เกิดจากเชื้ออะไร?โรคงูสวัด เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับโรคอีสุกอีใส นั่นคือ ไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus: VZV) เมื่อเราหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว เชื้อไวรัสนี้จะไม่ยอมซ้ำเติมหายไปจากร่างกาย แต่จะเข้าไป “ซ่อนตัว” อยู่ในปมประสาทอย่างสงบ จนกระทั่งวันใดที่ร่างกายของเราอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันตก เครียด จัด หรืออายุมากขึ้น เชื้อไวรัสนี้ก็จะแว้งกลับมาเจริญเติบโตอีกครั้งและวิ่งไปตามเส้นประสาท เกิดเป็นผื่นงูสวัดนั่นเอง 2. สังเกต อาการงูสวัด เป็นอย่างไร?อาการของโรคงูสวัดมักเกิดขึ้นเฉพาะที่ (ตามแนวเส้นประสาทที่เชื้อซ่อนอยู่) โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลักๆ ดังนี้: ⚠️ ข้อควรระวัง: หากงูสวัดขึ้นบริเวณ ใบหน้า หรือ ใกล้ดวงตา ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเสี่ยงต่อการตาบอดหรือตาอักเสบขั้นรุนแรงได้ 3. เป็นงูสวัดต้องทำอย่างไร? (การดูแลรักษาและการปฏิบัติตัว)หากคุณสงสัยว่ากำลังเป็นงูสวัด “สิ่งสำคัญที่สุดคือการพบแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมงแรก” หลังเริ่มมีผื่นขึ้น […]

วัคซีน HPV ฉีดเมื่อไร ใครบ้างควรฉีด

ทำไมวัคซีน HPV จึงเป็นวัคซีนที่ไม่ควรมองข้าม  เมื่อพูดถึง HPV หลายคนมักนึกถึงมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับแรก ซึ่งถูกต้อง แต่ยังไม่ครบทั้งหมด เพราะเชื้อ ‘Human Papillomavirus” หรือ HPV ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกเพียงอย่างเดียว เชื้อ HPV บางสายพันธุ์ยังสัมพันธ์กับมะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งองคชาต และมะเร็งบริเวณช่องปาก ลำคอ หรือ oropharyngeal cancer ได้ด้วย ขณะเดียวกัน HPV บางสายพันธุ์ยังทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ซึ่งแม้ไม่ใช่มะเร็ง แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความกังวล และการรักษาที่ต่อเนื่องได้ CDC ระบุว่า HPV vaccine สามารถป้องกันมะเร็งที่เกิดจาก HPV ได้มากกว่า 90% หากได้รับวัคซีนก่อนสัมผัสเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อฉีดในช่วงอายุที่เหมาะสมก่อนเริ่มมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV ทางเพศสัมพันธ์  สิ่งที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ วัคซีน HPV เป็นวัคซีนเพื่อ “ป้องกัน” ไม่ใช่ยาเพื่อ “รักษา” ถ้ามีการติดเชื้อ HPV อยู่แล้ว วัคซีนไม่สามารถกำจัดเชื้อเดิมหรือรักษาเซลล์ผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่ยังอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยได้รับมาก่อนได้ในบางคน WHO ระบุชัดเจนว่าวัคซีน HPV ไม่ได้ใช้รักษาการติดเชื้อ HPV หรือโรคที่เกิดจาก HPV แต่ใช้เพื่อป้องกันการเกิดโรคและมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ในอนาคต  HPV คืออะไร และทำไมถึงเกี่ยวข้องกับมะเร็ง    HPV เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยมาก มีหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์จัดเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ เช่น สายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะ HPV 16 และ HPV 18 ซึ่งสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งจาก HPV หลายชนิด การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่หายได้เองจากภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยไม่ก่อโรครุนแรง แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงคงอยู่เป็นเวลานาน การติดเชื้อเรื้อรังอาจทำให้เซลล์บริเวณปากมดลูกหรือเยื่อบุบริเวณอื่นค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง และหากไม่ได้ตรวจพบหรือติดตามรักษา อาจพัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคตได้ CDC ระบุว่าหาก HPV infection คงอยู่นาน อาจทำให้เกิดหูดหงอนไก่ รอยโรคก่อนมะเร็ง และมะเร็งของปากมดลูก ทวารหนัก องคชาต ปากช่องคลอด ช่องคลอด รวมถึงศีรษะและคอได้  วัคซีน HPV ป้องกันอะไรได้บ้าง    วัคซีน HPV ช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์สำคัญที่เป็นสาเหตุของมะเร็งและหูดหงอนไก่ วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ หรือ 9-valent HPV vaccine ครอบคลุม HPV 6, 11, […]

Spinal Cord Stimulation (SCS): ทางเลือกใหม่ในการรักษาความปวดเรื้อรังอย่างยั่งยืน

Spinal Cord Stimulation (SCS)นวัตกรรมเพื่อควบคุมความปวดเรื้อรังอย่างยั่งยืน เมื่อการรักษาแบบเดิมไม่เพียงพอ… เทคโนโลยีช่วยคุณได้     ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับอาการปวดเรื้อรัง เช่น ปวดหลัง ปวดขา ชา แสบร้อน หรือปวดปลายประสาท แม้จะผ่านการรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด หรือแม้แต่การผ่าตัดมาแล้ว แต่อาการยังคงรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน     Spinal Cord Stimulation (SCS) หรือ การกระตุ้นไขสันหลังด้วยไฟฟ้า คือทางเลือกที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก สำหรับควบคุมความปวดในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อวิธีการรักษาแบบเดิม Spinal Cord Stimulation คืออะไร    Spinal Cord Stimulation (SCS) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้อุปกรณ์ขนาดเล็ก ส่งกระแสไฟฟ้าความถี่สูงเข้าสู่ช่องไขสันหลังผ่านสายอิเล็กโทรด โดยมีเป้าหมายเพื่อ เปลี่ยนวิธีที่สมองรับรู้ความปวด ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดน้อยลง    SCS ช่วยลดการใช้ยาแก้ปวด และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปดำเนินชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาด้วย SCS ขั้นตอนการรักษา: การทดลอง (Trial) และการฝังถาวร (Implantation)1. ระยะทดลองใช้อุปกรณ์ […]

นิ่วในถุงน้ำดี ปวดท้องแบบไหนควรพบศัลยแพทย์

นิ่วในถุงน้ำดี ปวดท้องแบบไหนควรพบศัลยแพทย์อาการปวดท้องหลังรับประทานอาหารเป็นเรื่องที่หลายคนเคยเจอบางครั้งอาจเป็นเพียงท้องอืด อาหารไม่ย่อย หรือกรดไหลย้อนแต่บางครั้งอาการปวดนั้นอาจเป็นสัญญาณของ “นิ่วในถุงน้ำดี”  นิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคที่พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะในผู้หญิง คนอายุมากขึ้น ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ผู้ที่ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีไขมันในเลือดผิดปกติ ที่น่าสนใจคือ ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมีนิ่วในถุงน้ำดีโดยไม่มีอาการ และทราบโดยบังเอิญจากการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง แต่เมื่อใดที่นิ่วเริ่มทำให้เกิดอาการปวดท้อง โดยเฉพาะปวดบริเวณชายโครงขวาหรือใต้ลิ้นปี่หลังอาหารมันๆ อาการนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “อาหารไม่ย่อย” ทุกครั้ง เพราะอาจเป็นสัญญาณว่านิ่วเริ่มรบกวนการทำงานของถุงน้ำดี หรือมีภาวะแทรกซ้อนตามมา บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจว่า นิ่วในถุงน้ำดีปวดแบบไหน เมื่อไรควรพบศัลยแพทย์ และทำไมบางรายควรรักษาก่อนเกิดภาวะฉุกเฉิน ถุงน้ำดีคืออะไร และนิ่วเกิดขึ้นได้อย่างไร       ถุงน้ำดีเป็นอวัยวะเล็ก ๆ อยู่ใต้ตับ ทำหน้าที่เก็บน้ำดีที่ตับสร้างขึ้น น้ำดีมีบทบาทสำคัญในการช่วยย่อยไขมันเมื่อเรารับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมัน ถุงน้ำดีจะบีบตัวเพื่อปล่อยน้ำดีลงสู่ลำไส้เล็ก นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากการตกผลึกของส่วนประกอบในน้ำดี เช่น คอเลสเตอรอล เม็ดสีจากน้ำดี หรือเกลือแร่บางชนิด จนกลายเป็นก้อนนิ่ว ขนาดของนิ่วอาจเล็กเท่าเม็ดทรายหรือใหญ่เป็นก้อนเดียวก็ได้ บางคนมีนิ่วเพียงก้อนเดียว บางคนมีหลายก้อนถ้านิ่วอยู่เฉย ๆ ในถุงน้ำดีโดยไม่อุดตันหรือไม่ทำให้ถุงน้ำดีอักเสบ ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการเลย แต่ถ้านิ่วเคลื่อนไปอุดทางออกของถุงน้ำดีชั่วคราว ถุงน้ำดีจะบีบตัวต้านการอุดตัน ทำให้เกิดอาการปวดที่เรียกว่า biliary colic หรืออาการปวดจากนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในถุงน้ำดี ปวดท้องแบบไหน อาการปวดที่ชวนสงสัยนิ่วในถุงน้ำดี มักมีลักษณะเฉพาะบางอย่าง 1. ปวดชายโครงขวาหรือใต้ลิ้นปี่ ตำแหน่งที่พบบ่อยคือชายโครงขวา หรือบริเวณลิ้นปี่ บางคนบอกว่าแน่นลึก ๆ […]

การตรวจสุขภาพประจำปี: ควรเลือกตรวจอะไรในแต่ละกลุ่มอายุ

การตรวจสุขภาพประจำปี: ควรเลือกตรวจอะไรในแต่ละกลุ่มอายุ    อะไรตามช่วงอายุหลายคนคุ้นเคยกับคำว่า “ตรวจสุขภาพประจำปี” แต่เมื่อถึงเวลาต้องเลือกแพ็กเกจจริง ๆ กลับพบว่ามีรายการตรวจจำนวนมากจนตัดสินใจยากบางรายการดูจำเป็นบางรายการชื่อดูน่ากลัวบางรายการเหมือนยิ่งตรวจมากยิ่งอุ่นใจ และบางครั้งคนไข้ก็เลือกตรวจตามเพื่อน ตามอายุคร่าว ๆ หรือตามแพ็กเกจที่ดูคุ้มที่สุด แต่ในทางการแพทย์ การตรวจสุขภาพที่ดีไม่ใช่การตรวจให้มากที่สุด และไม่ใช่การตรวจทุกอย่างเหมือนกันทุกคน การตรวจสุขภาพที่ดี คือการเลือกตรวจให้เหมาะกับ “อายุ เพศ ประวัติครอบครัว โรคประจำตัว พฤติกรรมการ ใช้ชีวิต น้ำหนัก ความดัน การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ รูปแบบการทำงาน และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล” เพราะโรคบางอย่างควรเริ่มคัดกรองตั้งแต่อายุยังน้อย บางโรคเริ่มมีความเสี่ยงชัดขึ้นหลังอายุ 40 ปี บางโรคควรตรวจเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยงและบางการตรวจ แม้ฟังดูน่าสนใจ แต่หากตรวจผิดคน ผิดเวลา หรือไม่มีข้อบ่งชี้ อาจสร้างความกังวลและนำไปสู่การตรวจต่อที่ไม่จำเป็น บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจว่า ในแต่ละช่วงอายุควรให้ความสำคัญกับการตรวจอะไร และควรเลือกตรวจสุขภาพ อย่างไรให้คุ้มค่า ปลอดภัย และตอบโจทย์สุขภาพจริง ตรวจสุขภาพประจำปี ไม่ใช่แค่ตรวจเลือดหลายคนเข้าใจว่าการตรวจสุขภาพคือการเจาะเลือด ดูน้ำตาล ไขมัน ตับ ไต แล้วจบ แต่ในความเป็นจริง “การคุยกับแพทย์” เป็นหัวใจสำคัญไม่แพ้ผลตรวจเลือด เพราะข้อมูลหลายอย่างบอกความเสี่ยงของโรคได้มากกว่าตัวเลขเพียงครั้งเดียว เช่น สิ่งที่ควรประเมินแทบทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะอายุเท่าไร การตรวจสุขภาพพื้นฐานควรมีการประเมินสุขภาพโดยรวม ได้แก่     1. ความดันโลหิต ความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่มักไม่มีอาการ แต่สัมพันธ์กับโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไตเสื่อม และภาวะแทรกซ้อนระยะยาว […]

ก้อนใต้ผิวหนัง ซีสต์ ไขมัน หรือเนื้องอกต้องตัดออกไหม

ก้อนใต้ผิวหนัง ซีสต์ ไขมัน หรือเนื้องอกต้องตัดออกไหม หลายคนอาจเคยคลำเจอก้อนเล็กๆ ใต้ผิวหนังโดยบังเอิญบางก้อนอยู่ที่แขน หลัง ไหล่ คอ หนังศีรษะ ลำตัว หรือขาบางก้อนนิ่ม ๆ กลิ้งได้ ไม่เจ็บบางก้อนแข็งขึ้น โตขึ้น หรือเริ่มปวดบางก้อนเหมือนสิวอุดตันขนาดใหญ่ เป็นๆ หายๆจนรำคาญ คำถามที่มักเกิดขึ้นทันทีคือ ข่าวดีคือ ก้อนใต้ผิวหนังส่วนใหญ่ที่พบในชีวิตประจำวันมักเป็นก้อนธรรมดา เช่น ก้อนไขมันหรือซีสต์ และไม่ใช่มะเร็ง แต่คำว่า “ส่วนใหญ่” ไม่ได้แปลว่า “ทุกก้อน” เพราะก้อนบางชนิดอาจเป็นเนื้องอกที่ต้องตรวจเพิ่มเติมหรือในบางกรณีอาจเป็นเนื้องอกเนื้อเยื่ออ่อนชนิดร้ายแรงที่พบไม่บ่อย แต่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่การตกใจทุกครั้งที่คลำเจอก้อนแต่คือการรู้ว่า ก้อนแบบไหนสังเกตได้ ก้อนแบบไหนควรตรวจ และก้อนแบบไหนควรตัดออกหรือตรวจชิ้นเนื้อ ก้อนใต้ผิวหนังคืออะไร ก้อนใต้ผิวหนังคือก้อนที่เกิดขึ้นบริเวณชั้นผิวหนังชั้นไขมันใต้ผิวหนัง หรือเนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่ลึกลงไปอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ก้อนเนื้อชนิดร้ายแรง เช่น soft tissue sarcoma ซึ่งพบไม่บ่อย แต่ต้องระวังในบางลักษณะการดูแค่ภายนอกอาจบอกได้บางส่วนแต่ไม่สามารถฟันธงได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะก้อนที่อยู่ลึก โตเร็ว หรือมีลักษณะไม่ชัดเจน ก้อนไขมัน หรือ Lipoma เป็นอย่างไรก้อนไขมันเป็นก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่เกิดจากเซลล์ไขมันมักอยู่ใต้ผิวหนัง พบได้บ่อยบริเวณหลัง ไหล่ […]

กรดไหลย้อน เจ็บหน้าอก แสบร้อนกลางอก แยกจากโรคหัวใจอย่างไร

กรดไหลย้อน เจ็บหน้าอก แสบร้อนกลางอก แยกจากโรคหัวใจอย่างไรอาการเจ็บหน้าอกเป็นอาการที่ทำให้หลายคนกังวลทันทีว่า “จะเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า” แต่ในชีวิตจริง อาการเจ็บหรือแสบร้อนกลางอกไม่ได้เกิดจากหัวใจเสมอไป หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะในคนวัยทำงานคนที่กินอาหารไม่เป็นเวลา นอนดึก ดื่มกาแฟบ่อย เครียด หรือมีน้ำหนักเกิน คือ โรคกรดไหลย้อน หรือ GERD:Gastroesophageal Reflux Disease ปัญหาคือ อาการของกรดไหลย้อนและโรคหัวใจบางครั้งคล้ายกันมาก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “เป็นกรดไหลย้อนหรือโรคหัวใจ”แต่คือ เราจะแยกอาการเบื้องต้นอย่างไร และเมื่อไรไม่ควรรอ บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างกรดไหลย้อนกับโรคหัวใจในภาษาที่อ่านง่าย แต่ยังยึดหลักทางการแพทย์ เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจได้ถูกต้องขึ้นเมื่อมีอาการเจ็บหน้าอกหรือแสบร้อนกลางอก กรดไหลย้อนคืออะไรกรดไหลย้อน คือภาวะที่กรดหรือสิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุหลอดอาหาร ผู้ป่วยจึงอาจรู้สึกแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว ขมคอ จุกแน่นลิ้นปี่ หรือมีอาการ คล้ายเจ็บหน้าอกได้ โดยปกติ ร่างกายมีกลไกป้องกันไม่ให้อาหารและกรดในกระเพาะไหลย้อนกลับขึ้นมา กลไกสำคัญคือหูรูด หลอดอาหารส่วนล่าง แต่เมื่อหูรูดนี้ทำงานลดลง หรือมีแรงดันในกระเพาะอาหารมากขึ้น กรดก็อาจไหลย้อนขึ้นมาได้ง่ายขึ้นกรดไหลย้อนไม่ได้เป็นเพียงอาการ “แสบคอ” หรือ “เรอเปรี้ยว” เท่านั้น แต่ในบางรายอาจแสดงออกเป็นอาการ เจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง เสียงแหบ เจ็บคอ กลืนติด หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนในคอได้ ทำไมกรดไหลย้อนจึงทำให้เจ็บหน้าอกได้หลอดอาหารอยู่บริเวณกลางอก ใกล้กับหัวใจ เมื่อกรดไหลย้อนขึ้นมาระคายเคืองหลอดอาหาร หรือทำให้หลอดอาหารบีบเกร็งผิดปกติ คนไข้จึงอาจรู้สึกเจ็บ แน่น หรือแสบร้อนบริเวณหน้าอกได้ อาการเจ็บหน้าอกจากกรดไหลย้อนมักเป็นลักษณะ อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญคือ อาการเจ็บหน้าอกจากกรดไหลย้อนอาจคล้ายโรคหัวใจได้ โดยเฉพาะถ้าคนไข้ใช้คำว่าแน่นหน้าอก อึดอัดกลางอก หรือเจ็บลึก ๆ […]