ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม ต้องเตรียมตัวอย่างไร? ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่วันผ่าตัดจนกลับมาเดินได้

ตุลาคม 22, 2026
บทความโดย :
พญ. นาตยา อุดมศักดิ์

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Arthroplasty; THA) เป็นการรักษาที่ช่วยลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อสะโพก และเพิ่มคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยที่มีข้อสะโพกเสื่อม กระดูกหัวสะโพกตาย หรือข้อสะโพกได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จนส่งผลต่อการเดิน การลุกนั่ง และการใช้ชีวิตประจำวัน

เมื่อศัลยแพทย์แนะนำให้ผ่าตัด ผู้ป่วยหลายคนมักมีคำถาม เช่น:

  • ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
  • ต้องงดอาหารและน้ำกี่ชั่วโมง?
  • ยาประจำต้องหยุดหรือไม่?
  • ต้องดมยาสลบหรือเปล่า?
  • ผ่าตัดนานไหม?
  • จะเสียเลือดมากหรือไม่?
  • หลังผ่าตัดจะเจ็บมากไหม?
  • ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน?
  • เมื่อไรจึงจะกลับมาเดินได้ตามปกติ?

ข่าวดีคือ ปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกมีการพัฒนาอย่างมาก ทั้งเทคนิคการผ่าตัด การระงับความรู้สึก การลดการเสียเลือด การควบคุมอาการปวด และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเริ่มลุกเดินได้ภายในวันเดียวกันหรือภายใน 24 ชั่วโมงแรก และกลับบ้านได้ภายในประมาณ 2-3 วัน หากการฟื้นตัวเป็นไปตามแผน

แม้ว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก โดยเฉพาะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกซ้ำ (Revision Total Hip Arthroplasty; Revision THA) จะมีโอกาสเสียเลือดมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก แต่ปัจจุบันมีแนวทางลดการเสียเลือดและเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการรักษาอย่างปลอดภัย

Q&A: ก่อนผ่าตัด ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง?

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดที่ดี ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ลดการติดเชื้อ ลดการเสียเลือด และทำให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น

1. ประเมินสุขภาพก่อนผ่าตัด

  • ก่อนวันผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจร่างกายและประเมินสุขภาพอย่างละเอียด ซึ่งโดยทั่วไปประกอบด้วยการตรวจเลือด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram; ECG) และเอกซเรย์ปอดตามข้อบ่งชี้
  • การประเมินและควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคปอด และโรคไต ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย
  • ในผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจาง หรือคาดว่าจะเสียเลือดมาก เช่น การผ่าตัด Revision THA ศัลยแพทย์อาจพิจารณาเตรียมเลือดไว้ล่วงหน้าตามความเหมาะสม
  • หากมีการติดเชื้อ เช่น ทางเดินปัสสาวะ ในช่องปาก หรือแผลติดเชื้อ ควรได้รับการรักษาให้เรียบร้อยก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของข้อสะโพกเทียม
การเตรียวตัว ก่อนผ่าตัด เปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

2. แจ้งยาและอาหารเสริมที่ใช้เป็นประจำ

  • แจ้งแพทย์ทุกชนิดของยาที่ทานเป็นประจำ รวมถึงวิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพร
  • แพทย์จะแนะนำการหยุดยาบางชนิดก่อนผ่าตัด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยากลุ่ม NSAIDs (ผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์)
  • สำหรับผู้ที่ใช้ยารักษาเบาหวานหรือยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 receptor agonists เช่น semaglutide หรือ tirzepatide ควรแจ้งศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ทุกครั้ง เนื่องจากอาจทำให้กระเพาะอาหารว่างช้ากว่าปกติ และอาจต้องปรับแผนการงดอาหารหรือการระงับความรู้สึก

3. งดอาหารและน้ำก่อนผ่าตัด

  • งดอาหารแข็งอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัด
  • เครื่องดื่มใส เช่น น้ำเปล่า สามารถดื่มได้จนถึงประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนการระงับความรู้สึก (เพื่อลดความเสี่ยงจากการสำลักอาหารหรือน้ำเข้าปอดระหว่างการให้ยาระงับความรู้สึกและผ่าตัด)

4. เตรียมร่างกายและบ้านให้พร้อม

  • ฝึกเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขาตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด รวมถึงฝึกใช้อุปกรณ์ช่วยเดินล่วงหน้า
  • จัดพื้นที่ในบ้านให้ปลอดภัย โล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง
  • เตรียมเก้าอี้ที่มีความสูงเหมาะสม (ที่นั่งสูง ไม่เตี้ยเกินไป)
  • ติดราวจับในห้องน้ำ หรือเตรียมเก้าอี้นั่งอาบน้ำ
  • จัดของใช้จำเป็นให้อยู่ในระดับเอื้อมถึง

5. การเตรียมตัวและบทบาทของญาติ

  • ไม่ต้องเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวมา โรงพยาบาลมีบริการเตรียมให้ครบ แนะนำให้นำเฉพาะ บัตรประชาชน บัตรประกัน และยาประจำตัวมาเท่านั้น
  • ควรมีญาติมาเฝ้าในวันผ่าตัด เพื่อรับฟังคำอธิบายจากแพทย์และพยาบาล ช่วยดูแลหลังผ่าตัด และพากลับบ้าน

Q&A: วันผ่าตัด จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

ขั้นตอนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Replacement) ได้รับการวางแผนอย่างเป็นระบบ ดังนี้:

  1. Admit เข้ารับการรักษา: ตรวจสอบเอกสาร ประวัติการรักษา วัดสัญญาณชีพ แพทย์อธิบายขั้นตอนผ่าตัดและลงนามในใบยินยอม ญาติรับฟังคำแนะนำ
  2. การระงับความรู้สึกโดยวิสัญญีแพทย์: ส่วนใหญ่ทำ Spinal anesthesia (ฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลัง) เพื่อระงับความรู้สึกตั้งแต่ช่วงเอวลงไป ร่วมกับการให้ยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ เพื่อให้ผ่อนคลาย หลับสบายตลอดการผ่าตัด และมีการเฝ้าระวังสัญญาณชีพตลอดเวลา
  3. PENG Block ลดปวดหลังผ่าตัด: แพทย์ทำ Pericapsular Nerve Group Block (PENG block) โดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์นำทาง ช่วยลดปวดบริเวณสะโพกและต้นขาด้านหน้าหลังผ่าตัด ทำให้ฟื้นตัวเร็ว ลดการใช้มอร์ฟีน และลุกเดินได้เจ็บปวดน้อยลง
  4. ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม: นำผิวข้อที่เสื่อมออกและใส่ข้อสะโพกเทียมโดยศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทาง ใช้เวลาผ่าตัดโดยเฉลี่ยประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง (หากเป็นการผ่าตัด Revision THA อาจใช้เวลานานกว่า)
  5. PACU พักฟื้นหลังผ่าตัด: เฝ้าระวังสัญญาณชีพและอาการหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิดในห้องพักฟื้นประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อสัญญาณชีพคงที่และอาการปวดควบคุมได้ดี จะย้ายกลับห้องพักผู้ป่วย
  6. เริ่มลุกเดินภายในวันผ่าตัด: เมื่อกลับห้องพัก ความดันโลหิตปกติ และขาเริ่มหายชา นักกายภาพบำบัดจะประเมินและเริ่มช่วยให้ลุกนั่ง ยืน และฝึกเดินด้วย Walker
การเตรียวตัว วันผ่าตัด เปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

การเสียเลือดและการให้เลือด

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกมีโอกาสเสียเลือดมากกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า โดยเฉพาะในผู้ป่วย Revision THA ปัจจุบันทีมผ่าตัดใช้หลายวิธีเพื่อลดการเสียเลือด เช่น การให้ยา Tranexamic Acid (TXA) การห้ามเลือดอย่างประณีต และการติดตามระดับฮีโมโกลบิน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องได้รับเลือด เว้นแต่กรณีเสียเลือดมาก มีภาวะซีดเดิม หรือมีโรคหัวใจร่วมด้วย

Q&A: หลังผ่าตัด จะเริ่มเดินได้เมื่อไร?

  • การควบคุมอาการปวด: ใช้การดูแลแบบผสมผสาน (Multimodal Pain Management) ทั้งยา Paracetamol, NSAIDs/COX-2 inhibitors และผลจาก PENG block ช่วยให้เจ็บน้อยลงและฟื้นตัวเร็ว
  • การป้องกันการติดเชื้อ: ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำก่อนผ่าตัดและต่อเนื่องหลังผ่าตัดตามความเหมาะสม พร้อมดูแลแผลอย่างปลอดเชื้อ
  • การป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน: ส่งเสริมให้เริ่มลุกเดินโดยเร็ว ขยับข้อเท้า ใช้อุปกรณ์ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และให้ยาป้องกันลิ่มเลือดในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้
  • เริ่มกายภาพบำบัดตั้งแต่ระยะแรก: นักกายภาพบำบัดจะช่วยให้ลุกนั่ง ยืน และฝึกเดินด้วย Walker ภายในวันเดียวกันหรือภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด ฝึกเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขา ฝึกลุกจากเตียง นั่งเก้าอี้ เข้าห้องน้ำ และขึ้นลงบันได

(หากควบคุมอาการปวดได้ดี เดินได้ปลอดภัย รับประทานอาหารได้ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ภายใน 2-3 วัน)

Q&A: กลับบ้านแล้ว ร่างกายจะฟื้นตัวอย่างไร? (Recovery Timeline)

  • 24 ชั่วโมงแรก: เริ่มลุกนั่ง ยืน และฝึกเดินด้วย Walker เดินในห้องหรือทางเดินสั้น ๆ หลายครั้งต่อวัน
  • สัปดาห์ที่ 1: อาจมีอาการปวด ตึง บวมเล็กน้อย เดินภายในบ้านด้วย Walker หรือไม้เท้าตามคำแนะนำ รับประทานยาและประคบเย็น
  • สัปดาห์ที่ 2: แผลผ่าตัดเริ่มสมานดีขึ้น อาการปวดและบวมลดลง เดินได้คล่องขึ้น ทำกิจวัตรประจำวันง่าย ๆ ได้มากขึ้น นัดตรวจแผลและประเมินการฟื้นตัวกับแพทย์
  • ประมาณ 6 สัปดาห์: เดินได้ดีขึ้น หลายรายเริ่มเปลี่ยนจาก Walker เป็นไม้เท้า หรือเดินโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน (หากแพทย์อนุญาต) สามารถกลับไปทำงานออฟฟิศ ขับรถ หรือทำกิจกรรมเบา ๆ ได้
  • ประมาณ 3 เดือน: กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบปกติ เดินได้ไกลขึ้น ขึ้นลงบันไดได้คล่องขึ้น อาการปวดก่อนผ่าตัดมักหายไปอย่างชัดเจน
  • 6 เดือน ถึง 1 ปี: ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และความมั่นใจในการเดินกลับมาใกล้เคียงปกติ เห็นผลการรักษาอย่างเต็มที่
การฟิ้นตัว หลังผ่าตัด เปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบหลังผ่าตัด

แม้ว่าการผ่าตัดจะมีอัตราความสำเร็จสูง แต่ยังอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น:

  • การติดเชื้อของข้อสะโพกเทียม
  • ลิ่มเลือดอุดตันที่ขา
  • ข้อสะโพกหลุด
  • กระดูกรอบข้อเทียมหัก
  • ความยาวขาไม่เท่ากัน
  • ข้อสะโพกเทียมหลวมในระยะยาว

Q&A: เมื่อไรควรรีบกลับมาพบแพทย์?

ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันทีหากมีอาการดังต่อไปนี้:

  • มีไข้สูง หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
  • แผลผ่าตัดบวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีน้ำไหลจากแผล
  • ปวดสะโพกรุนแรงขึ้น หรือปวดมากผิดปกติ
  • น่องบวม ปวดน่อง หรือขาบวมเพียงข้างเดียว
  • หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือไอเป็นเลือด
  • สะโพกผิดรูป ขาสั้นลงทันที หรือไม่สามารถลงน้ำหนักได้หลังหกล้ม
  • มีอาการชาหรืออ่อนแรงของขาที่ไม่ดีขึ้นหลังฤทธิ์ยาชาหมด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • นอนตะแคงได้เมื่อไร?: สามารถเริ่มนอนตะแคงได้เมื่อแผลเริ่มหายดีและอาการปวดลดลง ในช่วงแรกควรใช้หมอนรองระหว่างขาเพื่อช่วยจัดแนวสะโพก
  • ขับรถได้เมื่อไร?: โดยทั่วไปประมาณ 4-6 สัปดาห์หลังผ่าตัด เมื่อควบคุมรถได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วง และแพทย์อนุญาตแล้ว
  • ขึ้นลงบันไดได้เมื่อไร?: เริ่มฝึกกับนักกายภาพบำบัดได้ตั้งแต่พักรักษาในโรงพยาบาล เมื่อกลับบ้านสามารถขึ้นลงได้หากมีราวจับและมีผู้ดูแลช่วยดูความปลอดภัย
  • ขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไร?: เดินทางได้เมื่อแผลหายดีและแพทย์ประเมินว่าปลอดภัย หากเดินทางไกลควรขยับข้อเท้า ลุกเดินเป็นระยะ และสวมถุงน่องป้องกันลิ่มเลือดตามคำแนะนำ
  • หลังผ่าตัดต้องหลีกเลี่ยงท่าอะไรบ้าง?: ในช่วง 6-12 สัปดาห์แรก (โดยเฉพาะการผ่าตัดแบบ Posterior approach) ควรหลีกเลี่ยง:
  • งอสะโพกมากกว่า 90 องศา (เช่น นั่งเก้าอี้เตี้ย นั่งยอง ๆ ก้มหยิบของจากพื้น)
  • นั่งไขว่ห้าง
  • บิดสะโพกอย่างรวดเร็วขณะหมุนตัว
  • หมุนปลายเท้าและขาเข้าด้านในมากเกินไป
    (ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดด้วยเทคนิค Direct Anterior Approach: DAA มักมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวน้อยกว่า)

สรุป

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Arthroplasty; THA) เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพในการลดอาการปวดและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ด้วยเทคนิคยุคใหม่และการระงับปวดด้วย PENG block ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเริ่มลุกเดินได้ภายในวันเดียวกันหรือภายใน 24 ชั่วโมงแรก และกลับบ้านได้ภายในประมาณ 2-3 วัน การเตรียมตัวที่ดีและการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและทำให้ฟื้นตัวได้อย่างมั่นใจ

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Management of Osteoarthritis of the Hip: Evidence-Based Clinical Practice Guideline. Rosemont, IL: American Academy of Orthopaedic Surgeons; 2023.
  2. Hannon CP, Delanois RE, Nandi S, Fillingham YA, et al. American Academy of Orthopaedic Surgeons Clinical Practice Guideline Summary: Management of Osteoarthritis of the Hip. J Am Acad Orthop Surg. 2024;32(20):e1027-e1034. doi:10.5435/JAAOS-D-24-00420.
  3. Wainwright TW, Gill M, McDonald DA, et al. Consensus statement for perioperative care in total hip replacement: Enhanced Recovery After Surgery (ERAS®) Society recommendations. Acta Orthop. 2020;91(1):3-19. doi:10.1080/17453674.2019.1683790.
  4. American Association of Hip and Knee Surgeons (AAHKS). Patient Education: Total Hip Replacement. American Association of Hip and Knee Surgeons.
  5. Soffin EM, YaDeau JT, et al. Evidence Review Conducted for the AAHKS/AAOS Clinical Practice Guideline on Anesthesia in Total Joint Arthroplasty. J Arthroplasty. 2022;37(Suppl 7):S17-S21.
  6. Girón-Arango L, Peng PWH, Chin KJ, et al. Pericapsular Nerve Group (PENG) Block for Hip Fracture. Reg Anesth Pain Med. 2018;43(8):859-863.
  7. American Society of Anesthesiologists. Practice Guidelines for Preoperative Fasting and the Use of Pharmacologic Agents to Reduce the Risk of Pulmonary Aspiration. Anesthesiology. 2023.
  8. American Society of Anesthesiologists, American Gastroenterological Association, American Society for Metabolic and Bariatric Surgery, et al. Multi-Society Clinical Practice Guidance for Perioperative Management of Patients Receiving GLP-1 Receptor Agonists. 2024.
  9. Fillingham YA, Ramkumar DB, Jevsevar DS, et al. The Efficacy of Tranexamic Acid in Total Hip Arthroplasty: A Network Meta-analysis. J Arthroplasty. 2018;33(10):3083-3089.
  10. American Academy of Orthopaedic Surgeons. Diagnosis and Prevention of Periprosthetic Joint Infections: Evidence-Based Clinical Practice Guideline. Rosemont, IL: American Academy of Orthopaedic Surgeons; 2019.
  11. Learmonth ID, Young C, Rorabeck C. The Operation of the Century: Total Hip Replacement. Lancet. 2007;370(9597):1508-1519.
  12. Rehabilitation for Total Hip Arthroplasty: A Systematic Review. Am J Phys Med Rehabil. 2022. doi:10.1097/PHM.0000000000002007.
  13. Elmoghazy AD, Lindner N, Tingart M, Salem KH. Conventional versus fast track rehabilitation after total hip replacement: A randomized controlled trial. J Orthop Trauma Rehabil. 2022;29(1). doi:10.1177/22104917221076501.

พญ. นาตยา อุดมศักดิ์
Article Author
พญ. นาตยา อุดมศักดิ์
วิสัญญีแพทย์ ด้านระงับปวด
View Profile