การผ่าตัดส่องกล้องข้อสะโพก (Hip Arthroscopy): เหมาะกับใคร ผลการรักษาดีแค่ไหน และควรรู้อะไรก่อนตัดสินใจ

ตุลาคม 20, 2026
บทความโดย :
พญ. นาตยา อุดมศักดิ์

บทนำ

อาการปวดสะโพก โดยเฉพาะอาการปวดบริเวณขาหนีบ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยทั้งในวัยทำงานและนักกีฬา หลายคนเริ่มมีอาการเพียงเล็กน้อยเวลานั่งนาน เดินไกล วิ่ง หรือเล่นกีฬา แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาการกลับรุนแรงขึ้นจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน บางรายรู้สึกสะโพกมีเสียงคลิก ติดขัดเวลาลุกจากเก้าอี้ หรือปวดทุกครั้งที่งอสะโพก

เมื่อเข้ารับการตรวจ แพทย์อาจวินิจฉัยว่าเป็น ภาวะสะโพกชนกัน (Femoroacetabular Impingement; FAI) หรือ หมอนรองขอบเบ้าสะโพกฉีก (Hip Labral Tear) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดสะโพกในคนอายุน้อยและวัยกลางคน

แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มรักษาด้วยการปรับกิจกรรม การรับประทานยา และกายภาพบำบัด แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น การผ่าตัดส่องกล้องข้อสะโพก (Hip Arthroscopy) อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

การผ่าตัดส่องกล้องข้อสะโพก (Hip Arthroscopy) คืออะไร?

การผ่าตัดส่องกล้องข้อสะโพกเป็นการผ่าตัดแผลเล็ก โดยใช้กล้องขนาดประมาณ 4-5 มิลลิเมตรและเครื่องมือเฉพาะทาง สอดผ่านรูผิวหนังขนาดเล็ก 2-3 ตำแหน่ง (ขนาดประมาณ 0.5-1 ซม.) เพื่อตรวจและรักษาความผิดปกติภายในข้อสะโพก

ภาพจากกล้องจะถูกส่งไปยังจอภาพความละเอียดสูงระดับ HD ทำให้ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นกระดูกอ่อน หมอนรองขอบเบ้าสะโพก เอ็น และเยื่อบุข้อได้อย่างชัดเจน พร้อมรักษาความผิดปกติที่เป็นสาเหตุของอาการปวดในคราวเดียวกัน

  • จุดเด่น: แผลเล็ก เจ็บน้อย เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็ว และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไวกว่าการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ในอดีต
  • โรคและภาวะที่รักษาได้: ภาวะสะโพกชนกัน (FAI), หมอนรองขอบเบ้าสะโพกฉีก (Labral Tear), กระดูกอ่อนผิวข้อเสียหาย (Cartilage Injury), เศษกระดูกหรือเนื้อเยื่อหลุดลอยในข้อ (Loose Body), และเอ็นหรือกล้ามเนื้อรอบข้ออักเสบเรื้อรัง (Tendinopathy)

ตารางเปรียบเทียบ: Hip Arthroscopy vs Hip Replacement

หัวข้อเปรียบเทียบ 66.ผ่าตัดส่องกล้องสะโพกการผ่าตัดส่องกล้องข้อสะโพก (Hip Arthroscopy) 66.ผ่าตัดส่องกล้องสะโพกการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Hip Replacement) 66.ผ่าตัดส่องกล้องสะโพก
วัตถุประสงค์แก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างภายในข้อ และรักษาข้อสะโพกเดิมไว้ (Hip Preservation Surgery)ทดแทนข้อสะโพกเดิมที่เสื่อมหรือเสียหายอย่างรุนแรงด้วยข้อเทียม เพื่อบรรเทาปวดและฟื้นฟูการใช้งาน
เหมาะกับใครผู้ป่วยอายุน้อย-วัยกลางคนที่ข้อสะโพกยังไม่เสื่อมมาก เช่น FAI, Labral tear, กระดูกอ่อนเสียหายบางส่วนผู้ป่วยที่มีข้อสะโพกเสื่อมปานกลาง-รุนแรง, กระดูกอ่อนสึกหรอมาก หรือมีความผิดรูปของข้อ
ลักษณะการผ่าตัดแผลเล็ก 2-3 แผล (0.5-1 ซม.) ใช้กล้องและเครื่องมือขนาดเล็กแผลยาวประมาณ 10-15 ซม. ตัดแต่งกระดูกและใส่ข้อเทียม
ระยะเวลาผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมงประมาณ 1-2 ชั่วโมง
การนอนโรงพยาบาลส่วนใหญ่นอน 1 คืน หรือทำแบบไป-กลับได้นอน 2-4 คืน
การลงน้ำหนักลงน้ำหนักได้บางส่วนโดยใช้ไม้ค้ำ 2-6 สัปดาห์ (ขึ้นกับหัตถการที่ทำ)ลงน้ำหนักได้ทันทีหรือเกือบเต็มที่ โดยใช้เครื่องช่วยเดินช่วงแรก
ระยะเวลาฟื้นตัวทำกิจกรรมเบา ๆ 2-6 สัปดาห์ / กลับไปเล่นกีฬาได้ 3-6 เดือนทำกิจกรรมเบา ๆ 4-6 สัปดาห์ / ใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติ 3-6 เดือน
ผลลัพธ์ & อายุการใช้งานลดปวด เพิ่มการทำงาน ชะลอความเสื่อม รักษาข้อเดิมไว้ ไม่ใช้อุปกรณ์เทียมลดปวดได้ชัดเจนมาก อายุการใช้งานข้อเทียมประมาณ 15-20 ปี (อาจต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคต)
ความเสี่ยง/ภาวะแทรกซ้อนต่ำ (เช่น ชาชั่วคราวจากการดึงข้อ, ติดเชื้อ, เลือดออก)ต่ำถึงปานกลาง (เช่น ติดเชื้อ, ข้อหลุด, ลิ่มเลือดอุดตัน, ข้อเทียมหลวม)

การผ่าตัดส่องกล้องช่วยชะลอข้อเสื่อมได้หรือไม่?: ในผู้ป่วยที่ยังไม่มีข้อเสื่อมรุนแรง การแก้ไข FAI และซ่อม Labrum ช่วยลดการเสียดสี จึงอาจช่วยชะลอการเสื่อมของข้อได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสามารถป้องกันข้อเสื่อมได้ในผู้ป่วยทุกราย

2. เมื่อไรจึงควรพิจารณาผ่าตัดส่องกล้องข้อสะโพก?

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกเสมอไป ผู้ป่วยควรเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน (ปรับกิจกรรม, ยาแก้ปวด/แก้อักเสบ, กายภาพบำบัดกล้ามเนื้อรอบสะโพก และการฉีดยาเข้าข้อ) หากรักษาต่อเนื่องประมาณ 3-6 เดือนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จึงพิจารณาผ่าตัด

ใครบ้างที่เหมาะสำหรับการผ่าตัด (Indications):

  1. ภาวะสะโพกชนกัน (FAI): มีกระดูกนูนผิดปกติที่หัวกระดูกต้นขาหรือเบ้าสะโพก ทำให้เกิดการเสียดสีทุกครั้งที่งอสะโพก นั่งยอง หรือเล่นกีฬา
  2. หมอนรองขอบเบ้าสะโพกฉีก (Hip Labral Tear): มีอาการปวดและข้อสะโพกติดขัดจากหมอนรองที่ฉีกขาด
  3. กระดูกอ่อนผิวข้อเสียหาย (Chondral Injury): กระดูกอ่อนสึกหรือเสียหายบางส่วนจากการใช้งานหรืออุบัติเหตุ
  4. มีกระดูกหรือเศษเนื้อเยื่อหลุดลอย (Loose Body): ทำให้ข้อล็อก สะดุด หรือมีเสียงคลิก
  5. นักกีฬาหรือผู้ที่ต้องการใช้งานข้อสะโพกระดับสูง: ที่มีอาการปวดหรือข้อจำกัดในการเล่นกีฬา แม้รักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น

ผล MRI เพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?: ไม่เพียงพอ เพราะหลายคนพบ FAI หรือ Labral tear ใน MRI แต่ไม่มีอาการปวด การตัดสินใจต้องอาศัย 3 ส่วนร่วมกัน คือ อาการของผู้ป่วย + ผลตรวจร่างกาย + ภาพถ่ายทางรังสี (X-ray/MRI) และอาจใช้การฉีดยาชาเข้าข้อ (Diagnostic block) ช่วยยืนยันตำแหน่งความปวดในบางราย

3. ใครบ้างที่อาจไม่เหมาะกับการผ่าตัด (Contraindications / ข้อจำกัด)

  • ผู้ที่มีข้อสะโพกเสื่อมรุนแรง (Severe Hip OA): มีการเสื่อมของกระดูกอ่อนทั่วข้อ การส่องกล้องจะไม่ช่วยให้ผิวข้อกลับมาปกติ การเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมจะเหมาะสมกว่า
  • ช่องข้อแคบมาก (< 2 มิลลิเมตร): บ่งบอกถึงข้อเสื่อมระยะท้าย มีโอกาสต้องเปลี่ยนข้อเทียมสูง
  • กระดูกอ่อนผิวข้อเสียหายรุนแรง (Grade III-IV): มีรอยโรคขนาดใหญ่หรือลึกถึงชั้นกระดูกใต้ผิวข้อ
  • ภาวะเบ้าสะโพกตื้น หรือข้อสะโพกไม่มั่นคง (Hip Dysplasia): การส่องกล้องตัดแต่งเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ข้อยิ่งหลวมและไม่มั่นคงขึ้น ควรได้รับการรักษาด้วยวิธี Hip Preservation อื่นที่เหมาะสม
  • อาการปวดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ข้อสะโพก: เช่น กระดูกสันหลังส่วนเอว, ข้อต่อกระเบนเหน็บ (SI joint), กล้ามเนื้อสะโพก, ไส้เลื่อน, โรคทางเดินปัสสาวะ หรือนรีเวช
  • อายุกับการผ่าตัด: อายุมากไม่ใช่ข้อห้าม ปัจจัยสำคัญคือคุณภาพของกระดูกอ่อนและระดับความเสื่อมของข้อสะโพก

4. ขั้นตอนการผ่าตัดส่องกล้องข้อสะโพก

  • ก่อนผ่าตัด: ดมยาสลบ (General Anesthesia) จัดท่านอนบนเตียงเฉพาะทาง และใช้เครื่องดึงข้อสะโพก (Traction) เพื่อเปิดช่องว่างในข้อประมาณ 1 ซม. ช่วยให้สอดเครื่องมือได้อย่างปลอดภัย โดยมีเครื่อง Fluoroscopy ช่วยนำทาง
  • ระหว่างผ่าตัด: สอดกล้องตรวจโครงสร้างภายในข้อทั้งหมด จากนั้นทำหัตถการแก้ไข เช่น:
  • ตัดแต่งกระดูกนูนผิดปกติ (Femoral Osteoplasty / Acetabuloplasty ในผู้ป่วย FAI)
  • เย็บซ่อมหมอนรองขอบเบ้าสะโพก (Labral Repair) ซึ่งให้ผลระยะยาวดีกว่าการตัดออก
  • ตัดแต่งหมอนรองส่วนที่ไม่สามารถซ่อมได้ (Debridement)
  • นำเศษกระดูกหลุดลอยออก (Loose Body Removal)
  • ระยะเวลาผ่าตัด: โดยทั่วไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง (หากเป็นการผ่าตัดแก้ไข Revision อาจนานกว่านี้)
  • การพักในโรงพยาบาล: ส่วนใหญ่พักรักษาตัว 1 คืน และกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น

5. การพักฟื้นและผลการรักษา (Recovery Timeline)

ช่วงเวลา 66.ผ่าตัดส่องกล้องสะโพกการเดินและอุปกรณ์ช่วยเดิน 66.ผ่าตัดส่องกล้องสะโพกการออกกำลังกายและกายภาพบำบัด 66.ผ่าตัดส่องกล้องสะโพกเป้าหมายหลัก 66.ผ่าตัดส่องกล้องสะโพก
1-3 วันแรกเริ่มลุกนั่งและเดินโดยใช้ไม้ค้ำกายภาพบำบัดเบื้องต้นบนเตียงลดบวม ลดปวด เดินได้ปลอดภัย
1-2 สัปดาห์เดินโดยใช้ไม้ค้ำ ลงน้ำหนักตามแพทย์สั่งเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวเบื้องต้นควบคุมอาการปวด เพิ่มการเคลื่อนไหว
3-6 สัปดาห์ค่อย ๆ เพิ่มการลงน้ำหนัก เริ่มเลิกใช้ไม้ค้ำเมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เริ่มออกกำลังกายเบา ๆเดินได้ดีขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น
6-12 สัปดาห์เดินได้ปกติเพิ่มความแข็งแรงและความทนทาน ออกกำลังกายมากขึ้นกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้คล่องตัว
3-6 เดือนเดินและทำกิจกรรมได้มากขึ้นกลับไปทำกิจกรรมและกีฬาเบา-ปานกลาง (ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ)ฟื้นฟูสมรรถภาพ เตรียมพร้อมสู่กีฬา
6-12 เดือนเดินและเล่นกีฬาได้เต็มที่ฝึกกีฬาเฉพาะทาง เพิ่มความเข้มข้น กลับไปแข่งขันเต็มรูปแบบคืนสมรรถภาพเต็มรูปแบบ คุณภาพชีวิตดีขึ้น
  • การกลับไปทำงาน: งานออฟฟิศกลับได้ใน 2-4 สัปดาห์, งานที่ต้องยืนหรือใช้แรงมากใช้เวลาประมาณ 6-12 สัปดาห์
  • ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการปวดลดลงอย่างชัดเจน การเคลื่อนไหวของข้อดีขึ้น และกลับไปเล่นกีฬาได้ใกล้เคียงระดับเดิม โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่มีข้อเสื่อมรุนแรง

6. ภาวะแทรกซ้อน และเมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์

  • ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ:
  • อาการชาชั่วคราวบริเวณฝีเย็บ ต้นขา หรือปลายเท้า จากแรงดึงข้อ (Traction) ซึ่งมักหายได้เองในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์
  • เลือดออก เลือดคั่ง หรือการติดเชื้อ (พบน้อยมาก)
  • ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (DVT)
  • การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทหรือกระดูกอ่อน (พบน้อยมาก)
  • โอกาสกลับเป็นซ้ำ: หากแก้ไขกระดูกและซ่อมแซมได้ครบถ้วน โอกาสเป็นซ้ำค่อนข้างต่ำ แต่อาจเกิดได้จากการบาดเจ็บใหม่หรือความเสื่อมตามธรรมชาติ

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์:

  • ปวดขาหนีบหรือสะโพกติดต่อกันนานเกิน 6-12 สัปดาห์ แม้พักหรือกินยาแล้วไม่ดีขึ้น
  • ปวดเวลานั่งนาน ลุกจากเก้าอี้ ขึ้นลงรถ เดิน วิ่ง หรือเล่นกีฬา
  • สะโพกมีเสียงคลิก ติด ขัด หรือล็อกร่วมกับอาการปวด
  • ขยับหรืองอ/หมุนสะโพกได้ลดลง
  • รักษาแบบอนุรักษ์ต่อเนื่อง 3-6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น

สรุป

การผ่าตัดส่องกล้องข้อสะโพก (Hip Arthroscopy) เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะ FAI หรือหมอนรองขอบเบ้าสะโพกฉีกขาดที่ยังไม่มีข้อสะโพกเสื่อมรุนแรง กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จคือการวินิจฉัยที่แม่นยำ การเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม เทคนิคการผ่าตัดที่ประณีต และการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Suarez-Ahedo C, Camacho-Galindo J, López-Reyes A, et al. A comprehensive review of hip arthroscopy techniques and outcomes. SAGE Open Med. 2024;12:20503121231222212. doi:10.1177/20503121231222212.
  2. Follet L, Khanduja V, Thevendran G, et al. How to start with hip arthroscopy in a safe and effective manner, using an evidence-based approach. SICOT J. 2024;10:35.
  3. de SA D, Lian J, Sheean AJ, et al. A Systematic Summary of Systematic Reviews on the Topic of Hip Arthroscopic Surgery. Orthop J Sports Med. 2018;6(9):2325967118796222.
  4. Pietrzak JRT, Donaldson MJ, Kayani B, et al. Hip Arthroscopy: A Narrative Review of the Current Literature. J Musculoskelet Disord Treat. 2018;4:057.
  5. Griffin DR, Dickenson EJ, O’Donnell J, et al. Hip Arthroscopy versus Best Conservative Care for the Treatment of Femoroacetabular Impingement Syndrome (UK FASHION): A Multicentre Randomised Controlled Trial. Lancet. 2018;391:2225-2235.
  6. Palmer AJR, et al. Mid-term Outcomes of Hip Arthroscopy versus Personalised Hip Therapy for Femoroacetabular Impingement Syndrome. Bone Joint J. 2023.
  7. Monselli C, et al. State of the Art in Rehabilitation Strategies After Hip Arthroscopy for Femoroacetabular Impingement. J Clin Med. 2024.
  8. Akhtar M, Wen J, Razick D, et al. Outcomes of Arthroscopic Joint Preservation Techniques for Chondral Lesions of the Hip: An Updated Systematic Review. Arthroscopy. 2023.
  9. Benefits of Hip Arthroscopy Surgery for Soccer Players: A Systematic Review and Meta-analysis. BMC Musculoskelet Disord. 2026;27:38.

พญ. นาตยา อุดมศักดิ์
Article Author
พญ. นาตยา อุดมศักดิ์
วิสัญญีแพทย์ ด้านระงับปวด
View Profile