การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช

การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช (Gynecologic Endoscopic Surgery) เป็นพัฒนาการสําคัญของการผ่าตัดสมัยใหม่ที่มุ่งลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ เพิ่มความแม่นยําในการรักษา และส่งเสริมการฟื้ นตัวหลังผ่าตัด เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้และเหมาะสมต่อการผ่าตัดผ่านกล้อง เทคนิคดังกล่าวครอบคลุมการผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้อง (Laparoscopy) การส่องกล้องภายในโพรงมดลูก (Hysteroscopy) และเทคนิคการผ่าตัดผ่านช่องทางธรรมชาติบางประเภท ปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้องมีบทบาทในการรักษาโรคทางนรีเวชหลายชนิด ได้แก่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ช็อกโกแลตซีสต์และซีสต์รังไข่บางประเภท เนื้องอกมดลูก การตั้งครรภ์นอกมดลูก ภาวะมีบุตรยากบางกรณี และการผ่าตัดมดลูกในผู้ป่วยที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีผ่าตัดต้องพิจารณาจากลักษณะโรคขนาดและตําแหน่งของรอยโรค ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของอวัยวะข้างเคียงโรคร่วม ความชํานาญของศัลยแพทย์ และความต้องการมีบุตรในอนาคต การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช, การผ่าตัดแผลเล็ก, Laparoscopy,Hysteroscopy, ช็อกโกแลตซีสต์, เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, เนื้องอกมดลูก ในอดีต การผ่าตัดโรคทางนรีเวชจํานวนมากจําเป็นต้องเปิดผนังหน้าท้องเพื่อให้ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นและเข้าถึงอวัยวะภายในได้โดยตรง แม้การผ่าตัดเปิดหน้าท้องจะยังมีความจําเป็นในผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่การผ่าตัดลักษณะนี้อาจสัมพันธ์กับแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ ความเจ็บปวดหลังผ่าตัด ระยะเวลาพักฟื้ น และความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนของแผล การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ ทั้งระบบแสงและกล้องความละเอียดสูงเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็ก ระบบสร้างภาพภายในช่องท้อง และเทคนิคการระงับความรู้สึก ทําให้แพทย์สามารถทําการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็กหรือผ่านช่องทางธรรมชาติได้มากขึ้น แนวคิดสําคัญของการผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery: MIS) ไม่ได้หมายถึงการทําให้แผลมีขนาดเล็กเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการลดการบาดเจ็บจากการเข้าถึงอวัยวะ ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปทํากิจวัตรประจําวันได้เร็วขึ้น […]
ช็อกโกแลตซีสต์ Chocolate Cyst ศัตรูเงียบที่มาพร้อมอาการปวดเรื้อรัง

อาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง: อาการปวดจาก Chocolate Cyst รู้จัก Chocolate Cyst (Endometrioma) Chocolate cyst คือถุงน้ำในรังไข่ที่มีเนื้อเยื่อเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่และเลือดเก่าคั่งอยู่ด้านใน ลักษณะคล้ายช็อกโกแลต พบในผู้หญิงประมาณ 1744% ของผู้ป่วยที่เป็น endometriosis และสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บปวดทรมานเรื้อรังบริเวณท้องน้อยและหลัง ลักษณะอาการ แนวทางการประเมินอาการ ทางเลือกในการรักษา 1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Medical Therapy) 2. การผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง (Laparoscopic Cystectomy) แนวปฏิบัติของโรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ สรุป อาการปวดท้องน้อยเรื้อรังจาก Chocolate cyst มีสาเหตุจาก endometrioma ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การรักษาควรเริ่มจากการใช้ยาและฮอร์โมนร่วมกับการดูแลตนเอง หากยังมีอาการมากหรือถุงน้ำใหญ่ การผ่าตัดส่องกล้องนั้นเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ผสมผสานการดูแลทางเวชศาสตร์ปวด การแพทย์สมัยใหม่ และการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม เพื่อคืนคุณภาพชีวิตและช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในระยะยาว เอกสารอ้างอิง
เนื้องอกมดลูก Myoma คืออะไร ต้องผ่าตัดหรือไม่

เนื้องอกมดลูก Myoma คืออะไร ต้องผ่าตัดหรือไม่เนื้องอกมดลูก Myoma คืออะไร เนื้องอกมดลูก หรือที่หลายคนเรียกว่า “Myoma”, “Uterine fibroid” หรือ “Leiomyoma” คือก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่เกิดจากกล้ามเนื้อเรียบของมดลูก เป็นหนึ่งในโรคทางนรีเวชที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ คำว่า “เนื้องอก” มักทำให้หลายคนตกใจ เพราะกลัวว่าจะเป็นมะเร็ง แต่เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่เป็นก้อนชนิดไม่ร้าย ไม่ใช่มะเร็ง และไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย อย่างไรก็ตาม ก้อนบางตำแหน่งหรือบางขนาดอาจทำให้เกิดอาการรบกวนชีวิต เช่น ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย ท้องโต แน่นท้อง หรือมีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์และภาวะมีบุตรยากได้สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงถามว่า “มีก้อนหรือไม่” แต่ต้องถามต่อว่า เพราะคำตอบเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการวางแผนรักษา ACOG ระบุว่าแนวทางการดูแลเนื้องอกมดลูกที่มีอาการควรครอบคลุมทั้งการรักษาด้วยยา หัตถการ และการผ่าตัด โดยเลือกให้เหมาะกับอาการ ความต้องการของผู้ป่วย และเป้าหมายเรื่องการเจริญพันธุ์ ไม่ใช่ใช้วิธีเดียวกับทุกคน เนื้องอกมดลูกพบบ่อยแค่ไหน เนื้องอกมดลูกเป็นก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่พบได้บ่อยมากในผู้หญิง โดยมักพบในวัยเจริญพันธุ์ และมีแนวโน้มโตขึ้นในช่วงที่ฮอร์โมนเพศหญิงยังทำงานอยู่ หลายคนมีเนื้องอกมดลูกโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่มีอาการ และตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจภายในหรืออัลตราซาวด์มดลูก บทความวิชาการด้านระบาดวิทยาของ uterine fibroids ระบุว่า fibroids หรือ leiomyomas เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่พบบ่อยที่สุดของระบบสืบพันธุ์หญิง และส่งผลต่อผู้หญิงจำนวนมากทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงวัยเจริญพันธุ์ […]
เจ็บเต้านม หรือ คลำได้ก้อน ต้องตรวจอะไรบ้าง

เจ็บเต้านม หรือ คลำได้ก้อน ต้องตรวจอะไรบ้าง เจ็บเต้านม คลำได้ก้อน อย่าเพิ่งตกใจ แต่ไม่ควรปล่อยผ่านอาการเจ็บเต้านมหรือคลำได้ก้อน เป็นหนึ่งในอาการที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากกังวลทันทีว่า “จะเป็นมะเร็งเต้านมหรือเปล่า” ความกังวลนี้เข้าใจได้ เพราะมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้หญิง และการพบเร็วมีผลต่อโอกาสรักษาอย่างมาก แต่ในทางการแพทย์ อาการเจ็บเต้านมหรือก้อนที่เต้านมไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป หลายกรณีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ถุงน้ำในเต้านม ก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง การอักเสบของเต้านม หรือ การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อเต้านมตามวัย อย่างไรก็ตาม คำว่า “ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง” ไม่ได้หมายความว่า “ไม่ต้องตรวจ” เพราะก้อนบางชนิดอาจต้องติดตาม บางชนิดต้องเจาะชิ้นเนื้อ และบางอาการเป็นสัญญาณที่ควรพบแพทย์โดยเร็ว บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจว่า เจ็บเต้านมแบบไหนน่ากังวล คลำได้ก้อนควรตรวจอะไรบ้าง อายุมีผลต่อการเลือกตรวจอย่างไร และเมื่อไรไม่ควรรอดูอาการเองอาการเจ็บเต้านมเกิดจากอะไรได้บ้าง อาการเจ็บเต้านมหรือคัดตึงเต้านมพบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยมีประจำเดือน หลายครั้งอาการสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในรอบเดือน เช่น เจ็บหรือคัดเต้านมก่อนมีประจำเดือน แล้วดีขึ้นหลังประจำเดือนมา สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ อาการเจ็บเต้านมเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีคลำได้ก้อน ไม่มีหัวนมผิดปกติ และไม่ได้เจ็บเฉพาะจุดแบบต่อเนื่องมักไม่ใช่อาการที่บ่งชี้มะเร็งโดยตรง แต่ถ้าเจ็บเฉพาะจุด เจ็บข้างเดียว เป็นต่อเนื่อง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วยควรตรวจประเมินเพิ่มเติม เจ็บเต้านมแบบไหนมักไม่น่ากังวลมาก อาการเจ็บเต้านมที่มักสัมพันธ์กับฮอร์โมนหรือภาวะไม่ร้ายแรง มักมีลักษณะดังนี้ เจ็บทั้งสองข้างหรือเป็นบริเวณกว้าง ในกรณีนี้ แพทย์อาจประเมินประวัติ ตรวจเต้านม และให้คำแนะนำเรื่องการดูแลอาการ […]
ปวดท้องแบบไหนอันตราย สาเหตุ อาการ และเมื่อไรควรพบแพทย์

ปวดท้องแบบไหนอันตราย สาเหตุ อาการ และเมื่อไรควรพบแพทย์ อาการปวดท้องเป็นอาการที่แทบทุกคนเคยเจอ บางครั้งเกิดจากอาหารไม่ย่อย ท้องอืด หรือรับประทานอาหารผิดสำแดง และอาจดีขึ้นได้เองภายในไม่นาน แต่ในบางครั้ง อาการปวดท้องอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับการตรวจและรักษาอย่างรวดเร็ว เช่น ไส้ติ่งอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ลำไส้อุดตัน นิ่วในท่อไต การติดเชื้อในช่องท้อง หรือโรคทางนรีเวชบางชนิดในผู้หญิง สิ่งที่ทำให้อาการปวดท้องซับซ้อนคือ “ตำแหน่งเดียวกัน” อาจเกิดจากหลายโรค และ “โรคเดียวกัน” ก็อาจปวด ได้หลายตำแหน่ง ผู้ป่วยบางคนปวดลิ้นปี่จากกรดไหลย้อน แต่บางคนปวดลิ้นปี่จากถุงน้ำดี ตับอ่อน หรือหัวใจได้เช่นกัน ผู้ป่วยบางคนปวดท้องขวาล่างจากลำไส้อักเสบ แต่บางคนเป็นไส้ติ่งอักเสบ หรือในผู้หญิงอาจเกี่ยวข้องกับรังไข่และท่อนำไข่ได้ ดังนั้น การดูแลอาการปวดท้องที่ถูกต้องจึงไม่ใช่การเดาว่า “น่าจะเป็นโรคกระเพาะ” แล้วซื้อยากินเองทุกครั้งแต่ควรสังเกตตำแหน่ง ลักษณะอาการ อาการร่วม ความรุนแรง และระยะเวลาที่เป็นเพราะปวดท้องบางแบบรอได้แต่ปวดท้องบางแบบไม่ควรรอ ปวดท้องเกิดจากอะไรได้บ้าง อาการปวดท้องเกิดได้จากหลายระบบ ไม่ได้มาจากกระเพาะอาหารหรือลำไส้เท่านั้น ในเวชปฏิบัติ แพทย์จะประเมินอาการปวดท้องโดยดูทั้งระบบทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ ตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ระบบสืบพันธุ์กล้ามเนื้อผนังหน้าท้อง […]
ประจำเดือนมามากกว่าปกติ สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

ประจำเดือนมามากกว่าปกติ สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม ประจำเดือนมามากกว่าปกติ เลือดออกเป็นลิ่ม ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ซีด เหนื่อยง่าย หรือเลือดออกผิดปกติอาจเกิดจากฮอร์โมน เนื้องอกมดลูก ติ่งเนื้อ เยื่อบุโพรงมดลูกหนา หรือโรคอื่น ควรตรวจหาสาเหตุอย่างเหมาะสม ผู้หญิงหลายคนคุ้นเคยกับความไม่สบายตัวช่วงมีประจำเดือนปวดท้องน้อยบ้าง อ่อนเพลียบ้าง หงุดหงิดบ้าง หรือรู้สึกว่าร่างกายไม่ค่อยสดชื่นในบางวันแต่ถ้าประจำเดือน “มามากกว่าปกติ” จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยถี่มาก มีเลือดออกเป็นลิ่มใหญ่ มานานหลายวันจนรบกวนชีวิต หรือเริ่มมีอาการซีด เหนื่อยง่าย หน้ามืด ใจสั่น อาการเหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของผู้หญิงเสมอไป เพราะประจำเดือนมามากอาจเกิดจากความแปรปรวนของฮอร์โมนธรรมดาในบางช่วงชีวิตก็จริง แต่ในบางรายอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น เนื้องอกมดลูก ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกหนาภาวะเลือดออกผิดปกติจากการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ โรคเลือด ผลข้างเคียงจากยา หรือแม้แต่ความผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูกที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ แนวทาง NICE ให้ความหมายของภาวะประจำเดือนมามาก หรือ heavy menstrual bleeding ว่าเป็นเลือดประจำเดือนที่มากจนกระทบต่อคุณภาพชีวิต โดยการประเมินและรักษาควรคำนึงถึงสาเหตุ ความต้องการของผู้ป่วย และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ดูจากปริมาณเลือดเพียงอย่างเดียว พูดง่าย ๆ คือ ถ้าประจำเดือนทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปมากกว่าที่ควร ไม่ว่าจะต้องลางานบ่อย […]
ปวดท้องประจำเดือนแบบไหนอาจไม่ปกติ

ปวดท้องประจำเดือนแบบไหนอาจไม่ปกติ อาการปวดท้องประจำเดือนเป็นเรื่องที่ผู้หญิงจำนวนมากคุ้นเคย บางคนปวดหน่วง ๆ พอทนได้ บางคนต้องกินยาแก้ปวด บางคนต้องนอนพักครึ่งวัน และบางคนปวดมากจนไปเรียนหรือไปทำงานไม่ไหวเพราะอาการนี้พบได้บ่อย หลายคนจึงถูกบอกตั้งแต่วัยรุ่นว่า “เป็นเรื่องปกติของผู้หญิง” “เดี๋ยวแต่งงานหรือมีลูกแล้วก็ดีขึ้น” “ทนหน่อย เดี๋ยวประจำเดือนหมดก็หาย” แต่ในทางการแพทย์ อาการปวดท้องประจำเดือนทุกแบบไม่ได้เท่ากัน บางแบบเป็นปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ หรือ “primary dysmenorrhea” ซึ่งเกิดจากการบีบตัวของมดลูกและสาร prostaglandins โดยไม่พบโรคในอุ้งเชิงกรานชัดเจน มักเริ่มตั้งแต่วัยรุ่นหลังเริ่มมีประจำเดือน และมักปวดช่วงก่อนหรือช่วงแรกของประจำเดือนแต่อีกกลุ่มหนึ่งเป็นปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ หรือ “ndary dysmenorrhea” ซึ่งเกิดจากโรคหรือความผิดปกติบางอย่าง เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือ endometriosis,cadenomyosis, เนื้องอกมดลูก,ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก, พังผืดในอุ้งเชิงกราน หรือการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน บทความนี้จะช่วยให้แยกได้ว่า ปวดท้องประจำเดือนแบบไหนยังพอสังเกตได้ และแบบไหนควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างจริงจัง ปวดท้องประจำเดือนแบบทั่วไปมักเป็นอย่างไร ปวดท้องประจำเดือนชนิดที่พบได้บ่อย มักมีลักษณะปวดบีบ ปวดหน่วง หรือปวดเกร็งบริเวณท้องน้อย อาจร้าวไปหลังส่วนล่างหรือต้นขาได้ อาการมักเริ่มก่อนประจำเดือนมาเล็กน้อยหรือใน 1–2 วันแรกของประจำเดือน และค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเลือดประจำเดือนเริ่มลดลง บางรายอาจมีอาการร่วม เช่น คลื่นไส้ ถ่ายเหลว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือเวียนศีรษะ ซึ่งสัมพันธ์กับการ เปลี่ยนแปลงของสารอักเสบและฮอร์โมนในช่วงมีประจำเดือน บทความทบทวนของ American […]
วัคซีน HPV ฉีดเมื่อไร ใครบ้างควรฉีด

ทำไมวัคซีน HPV จึงเป็นวัคซีนที่ไม่ควรมองข้าม เมื่อพูดถึง HPV หลายคนมักนึกถึงมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับแรก ซึ่งถูกต้อง แต่ยังไม่ครบทั้งหมด เพราะเชื้อ ‘Human Papillomavirus” หรือ HPV ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกเพียงอย่างเดียว เชื้อ HPV บางสายพันธุ์ยังสัมพันธ์กับมะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งองคชาต และมะเร็งบริเวณช่องปาก ลำคอ หรือ oropharyngeal cancer ได้ด้วย ขณะเดียวกัน HPV บางสายพันธุ์ยังทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ซึ่งแม้ไม่ใช่มะเร็ง แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความกังวล และการรักษาที่ต่อเนื่องได้ CDC ระบุว่า HPV vaccine สามารถป้องกันมะเร็งที่เกิดจาก HPV ได้มากกว่า 90% หากได้รับวัคซีนก่อนสัมผัสเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อฉีดในช่วงอายุที่เหมาะสมก่อนเริ่มมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV ทางเพศสัมพันธ์ สิ่งที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ วัคซีน HPV เป็นวัคซีนเพื่อ “ป้องกัน” ไม่ใช่ยาเพื่อ “รักษา” ถ้ามีการติดเชื้อ HPV อยู่แล้ว วัคซีนไม่สามารถกำจัดเชื้อเดิมหรือรักษาเซลล์ผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่ยังอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยได้รับมาก่อนได้ในบางคน WHO ระบุชัดเจนว่าวัคซีน HPV ไม่ได้ใช้รักษาการติดเชื้อ HPV หรือโรคที่เกิดจาก HPV แต่ใช้เพื่อป้องกันการเกิดโรคและมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ในอนาคต HPV คืออะไร และทำไมถึงเกี่ยวข้องกับมะเร็ง HPV เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยมาก มีหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์จัดเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ เช่น สายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะ HPV 16 และ HPV 18 ซึ่งสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งจาก HPV หลายชนิด การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่หายได้เองจากภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยไม่ก่อโรครุนแรง แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงคงอยู่เป็นเวลานาน การติดเชื้อเรื้อรังอาจทำให้เซลล์บริเวณปากมดลูกหรือเยื่อบุบริเวณอื่นค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง และหากไม่ได้ตรวจพบหรือติดตามรักษา อาจพัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคตได้ CDC ระบุว่าหาก HPV infection คงอยู่นาน อาจทำให้เกิดหูดหงอนไก่ รอยโรคก่อนมะเร็ง และมะเร็งของปากมดลูก ทวารหนัก องคชาต ปากช่องคลอด ช่องคลอด รวมถึงศีรษะและคอได้ วัคซีน HPV ป้องกันอะไรได้บ้าง วัคซีน HPV ช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์สำคัญที่เป็นสาเหตุของมะเร็งและหูดหงอนไก่ วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ หรือ 9-valent HPV vaccine ครอบคลุม HPV 6, 11, […]
วัยทอง ร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ อารมณ์ แปรปรวน ดูแลอย่างไร

วัยทองไม่ใช่จุดจบของความเป็นผู้หญิง แต่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่ร่างกายต้องการความเข้าใจ ผู้หญิงจำนวนมากเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่เหมือนเดิมในช่วงอายุประมาณ 40 ปลายๆ ถึง 50 ต้นๆ บางคนประจำเดือนเริ่มมาไม่สม่ำเสมอ บางเดือนมามาก บางเดือนหายไป บางคืนหลับยากทั้งที่เหนื่อยมาทั้งวัน บางคนตื่นกลางดึกเพราะร้อนวูบวาบ เหงื่อออกจนเสื้อเปียก บางคนหงุดหงิดง่าย ใจสั่น วิตกกังวล หรือรู้สึกว่าอารมณ์ขึ้นลงโดยไม่เข้าใจตัวเอง สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยทอง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า perimenopause และ menopause วัยทองไม่ใช่โรคร้าย ไม่ใช่ความผิดปกติ และไม่ใช่เรื่องที่ต้องอาย แต่เป็นช่วงหนึ่งของชีวิตผู้หญิงที่เกิดจากการทำงานของรังไข่ค่อย ๆ ลดลง ทำให้ระดับฮอร์โมน estrogen และ progesterone เปลี่ยนแปลง อาการบางอย่างอาจเล็กน้อยและผ่านไปได้เอง แต่อาการบางอย่างอาจรบกวนการนอน การทำงาน ความสัมพันธ์ สุขภาพกระดูก สุขภาพหัวใจ และคุณภาพชีวิตอย่างมาก NICE ระบุว่าแนวทางการดูแลวัยทองควรให้ความสำคัญกับการระบุอาการ การให้ข้อมูล การสนับสนุน และการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน ไม่ใช่ให้ผู้หญิงต้องทนอาการโดยไม่มีทางเลือก วัยทองคืออะไร คำว่า menopause หมายถึงการหมดประจำเดือนถาวร โดยมักวินิจฉัยเมื่อไม่มีประจำเดือนติดต่อกันครบ 12 เดือน โดยไม่ได้เกิดจากการตั้งครรภ์ การใช้ยา หรือโรคอื่น ส่วน perimenopause […]
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก Pap smear และ HPV test ต่างกันอย่างไร

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก Pap smear และ HPV test ต่างกันอย่างไร ทำไมการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจึงสำคัญ มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิงจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีโอกาสป้องกันและตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง หากเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม ความสำคัญของมะเร็งปากมดลูกอยู่ตรงที่โรคมักไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันในวันเดียว แต่โดยทั่วไปมักเริ่มจากการติดเชื้อ “HPV ความเสี่ยงสูง” หรือ high-risk HPV แล้วค่อยๆ ทำให้เซลล์บริเวณปากมดลูกเปลี่ยนแปลงผิดปกติ หากปล่อยไว้โดยไม่ตรวจ ไม่ติดตาม และไม่ได้รักษาในรายที่จำเป็น ความผิดปกตินั้นอาจพัฒนาไปสู่มะเร็งปากมดลูกในอนาคตได้ การตรวจคัดกรองจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อ “หามะเร็ง” เท่านั้น แต่ยังช่วยค้นหาความผิดปกติก่อนเป็นมะเร็ง เพื่อให้รักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นจุดที่การแพทย์สามารถช่วยป้องกันโรคร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญกับการตรวจหา HPV DNA ในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เพราะ HPV เป็นสาเหตุสำคัญของโรค และการตรวจหาเชื้อช่วยระบุผู้ที่มีความเสี่ยงก่อนเกิดความผิดปกติของเซลล์ชัดเจนได้ ([World Health Organization][2]) Pap smear คืออะไร “Pap smear” หรือที่หลายคนเรียกว่า “แป๊บสเมียร์” คือการตรวจเซลล์บริเวณปากมดลูก โดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์จะใช้อุปกรณ์เก็บตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูก แล้วส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อดูว่าเซลล์มีความผิดปกติหรือไม่ พูดให้เข้าใจง่าย Pap smear คือการดู “หน้าตาของเซลล์” ว่าเริ่มเปลี่ยนแปลงผิดปกติหรือมีลักษณะเสี่ยงต่อการเป็นรอยโรคก่อนมะเร็งหรือไม่ ข้อดีของ Pap smear คือเป็นการตรวจที่ใช้มานาน มีบทบาทสำคัญในการลดอัตราการเกิดและการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกในหลายประเทศ และยังเป็นทางเลือกสำคัญในระบบตรวจคัดกรองจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงอายุที่ยังแนะนำให้ตรวจด้วย cytology หรือ Pap test เป็นหลัก แนวทาง USPSTF แนะนำว่าผู้หญิงอายุ 21–29 ปีควรตรวจคัดกรองด้วย cervical cytology หรือ Pap test ทุก 3 ปี ส่วนช่วงอายุ 30–65 ปีมีทางเลือกได้หลายแบบตามแนวทาง ได้แก่ Pap test ทุก 3 ปี, HPV test ทุก 5 ปี หรือ co-testing ทุก 5 […]