กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) คืออะไร? สาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และแนวทางการรักษา

أكتوبر 22, 2026
บทความโดย :
Dr. Nattaya Udomsakdi

ปวดสะโพกเรื้อรัง อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบ

อาการปวดสะโพกเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย หลายคนเริ่มจากปวดลึกบริเวณขาหนีบ เจ็บเวลาเดิน ขึ้นลงบันได ลุกจากเก้าอี้ หรือก้มใส่รองเท้า จึงคิดว่าเป็นเพียงกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นอักเสบ แล้วเลือกพักหรือรับประทานยาแก้ปวดเอง

แม้อาการปวดสะโพกส่วนใหญ่จะไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรง แต่หากอาการเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เดินได้ระยะสั้นลง หรือเริ่มลงน้ำหนักลำบาก อาจเป็นสัญญาณของโรคข้อสะโพกที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัย หนึ่งในนั้นคือ กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) หรือ Osteonecrosis of the Femoral Head ซึ่งเป็นภาวะที่เลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกต้นขาลดลง ทำให้กระดูกค่อย ๆ เสื่อม สูญเสียความแข็งแรง และอาจยุบตัวจนเกิดข้อสะโพกเสื่อมหากไม่ได้รับการรักษา

ข่าวดีคือ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่หัวกระดูกจะยุบ ยังมีโอกาสรักษาเพื่อคงข้อสะโพกเดิมไว้ได้ในผู้ป่วยจำนวนมาก

กระดูกสะโพกตาย (AVN) คืออะไร?

กระดูกสะโพกตาย คือ ภาวะที่เลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกต้นขาไม่เพียงพอ ส่งผลให้เซลล์กระดูกและไขกระดูกค่อย ๆ ตาย เมื่อกระดูกไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ความแข็งแรงของหัวกระดูกจะลดลง เกิดรอยแตกร้าวใต้ผิวข้อ (Subchondral Fracture) และในที่สุดหัวกระดูกอาจยุบตัว ทำให้ผิวข้อเสียรูปและเกิดข้อสะโพกเสื่อมตามมา

ความรุนแรงของโรคไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาการปวดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและการยุบตัวของหัวกระดูก ดังนั้นการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญ เพราะเป็นช่วงที่ยังมีทางเลือกในการรักษาเพื่อชะลอการดำเนินโรคและรักษาข้อสะโพกเดิมไว้

  • อาการที่พบบ่อย: ปวดลึกบริเวณขาหนีบ สะโพก หรือต้นขา, ปวดเวลาเดิน นั่ง ยืนนาน หรือขึ้นบันได, ขยับสะโพกลำบาก ติดขัด, อาการเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • สาเหตุที่พบบ่อย: การใช้สเตียรอยด์, การดื่มแอลกอฮอล์, อุบัติเหตุ/กระดูกหัก, โรคบางชนิด เช่น SLE หรือโลหิตจางเซลล์เคียว
  • กลุ่มอายุที่พบบ่อย: อายุ 30-50 ปี (พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง)
  • การตรวจวินิจฉัย: ตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นด้วย MRI (ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งมีโอกาสรักษาได้ผลดี)

อะไรเป็นสาเหตุของกระดูกสะโพกตาย?

สาเหตุสำคัญของโรคคือ การที่เลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกต้นขาลดลงหรือหยุดไหล ทำให้กระดูกขาดออกซิเจนและสารอาหาร เซลล์กระดูกจึงค่อย ๆ ตายลง เมื่อเวลาผ่านไปกระดูกจะอ่อนแอและยุบตัวได้

สาเหตุแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่:

  1. กระดูกสะโพกตายจากการบาดเจ็บ (Traumatic AVN):

    เกิดจากการบาดเจ็บที่ทำให้หลอดเลือดซึ่งไปเลี้ยงหัวกระดูกเสียหาย เช่น กระดูกคอสะโพกหัก (Femoral Neck Fracture), ข้อสะโพกหลุด (Hip Dislocation), หรืออุบัติเหตุที่มีแรงกระแทกรุนแรง แม้กระดูกจะรักษาติดแล้ว แต่หลอดเลือดอาจไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้เกิด AVN ตามมาได้
  2. กระดูกสะโพกตายที่ไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บ (Non-traumatic AVN):

    พบได้บ่อยกว่า และสัมพันธ์กับโรคหรือภาวะที่รบกวนการไหลเวียนเลือดของกระดูก เช่น:
  • การใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ต่อเนื่องหรือในขนาดสูง
  • การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากเป็นประจำ
  • โรคพุ่มพวง (Systemic Lupus Erythematosus; SLE)
  • โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle Cell Disease)
  • ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  • ภายหลังการปลูกถ่ายอวัยวะ
  • โรคน้ำหนีบ (Caisson Disease)

(อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยประมาณ 20-30% ไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน ซึ่งเรียกว่า Idiopathic AVN)

อาการของกระดูกสะโพกตาย

ในระยะแรก ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติ ขณะที่บางรายเริ่มมีอาการปวดลึกบริเวณขาหนีบ สะโพก หรือก้น โดยเฉพาะเวลาเดิน ขึ้นลงบันได ลุกจากเก้าอี้ หรือยืนเป็นเวลานาน อาการมักดีขึ้นเมื่อพัก จึงทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อ

เมื่อโรคลุกลาม ความปวดจะเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น เดินได้ระยะสั้นลง เริ่มเดินกะเผลก และข้อสะโพกเคลื่อนไหวได้น้อยลง โดยเฉพาะการหมุนสะโพกเข้าด้านใน

หากหัวกระดูกเริ่มยุบตัว อาการปวดจะเป็นแทบทุกครั้งที่ลงน้ำหนัก บางรายปวดแม้ในขณะพักหรือเวลากลางคืน ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน

ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้:

  • ปวดสะโพกหรือขาหนีบต่อเนื่องนานกว่า 2-4 สัปดาห์
  • เดินแล้วเจ็บหรือเดินกะเผลก
  • ขยับข้อสะโพกได้ลดลง
  • ปวดมากขึ้นแม้พัก หรือปวดตอนกลางคืน

แพทย์วินิจฉัยกระดูกสะโพกตายได้อย่างไร?

การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด จากนั้นจึงเลือกการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม:

  • เอกซเรย์ (X-ray): เป็นการตรวจพื้นฐานที่ช่วยประเมินรูปร่างของหัวกระดูกและข้อสะโพก แต่ในระยะเริ่มต้น ภาพเอกซเรย์อาจยังไม่แสดงความผิดปกติ แม้ว่าผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการแล้วก็ตาม
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): หากสงสัยว่าเป็น AVN แต่ผลเอกซเรย์ยังปกติ การตรวจ MRI ถือเป็นมาตรฐานในการยืนยันการวินิจฉัย เนื่องจากสามารถตรวจพบการขาดเลือดของหัวกระดูกได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนเกิดการยุบตัว และยังช่วยประเมินขนาดของรอยโรคเพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

ระยะของกระดูกสะโพกตาย (AVN Staging)

โดยทั่วไป กระดูกสะโพกตายแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงของหัวกระดูกต้นขา:

ระยะของโรค 50.กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) คืออะไร?Notes_260712_114851.pdfลักษณะพยาธิสภาพ 50.กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) คืออะไร?Notes_260712_114851.pdfภาพถ่ายรังสี (X-ray) 50.กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) คืออะไร?Notes_260712_114851.pdfภาพ MRI 50.กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) คืออะไร?Notes_260712_114851.pdfแนวทางการรักษาที่แนะนำ 50.กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) คืออะไร?Notes_260712_114851.pdf
Stage I (ระยะเริ่มต้น)เลือดไปเลี้ยงลดลง แต่กระดูกยังปกติ ยังไม่ยุบตัวปกติ (อาจยังไม่พบความผิดปกติ)พบสัญญาณผิดปกติในไขกระดูก (Bone marrow edema), Double-line signรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นหลัก, ลดการลงน้ำหนัก, ยา/กายภาพบำบัด หรือ Core decompression + BMAC/PRP
Stage II (ระยะเริ่มแสดงความผิดปกติ)เนื้อกระดูกเริ่มตาย สัญญาณความเสื่อมชัด แต่ยังไม่ยุบตัวเริ่มเห็นความผิดปกติ เช่น Sclerosis, Cystรอยโรคขยายใหญ่ขึ้น ลักษณะสัญญาณผิดปกติชัดเจนCore decompression + Bone graft / BMAC เพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงและป้องกันการยุบตัว
Stage III (ระยะเริ่มยุบตัว)เกิดรอยแตกร้าวใต้ผิวข้อ (Subchondral fracture) เริ่มยุบตัวเห็น Crescent sign อาจเริ่มยุบตัวพบรอยแตกร้าวใต้ผิวข้อ (Subchondral fracture)Bone graft หรือ Joint-preserving surgery (เช่น Osteotomy) เพื่อชะลอการยุบตัว
Stage IV (ระยะยุบตัวและข้อเสื่อม)หัวกระดูกยุบตัวชัดเจน ผิวข้อเสียรูป และเกิดข้อเสื่อมหัวกระดูกยุบตัวชัดเจน, เกิดข้อสะโพกเสื่อม (OA)หัวกระดูกยุบตัว มีการเปลี่ยนแปลงเสื่อมของข้อรุนแรงTotal Hip Arthroplasty (THA) ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

สรุปการแบ่งกลุ่มการรักษา:

  • Stage I – II: ยังไม่เกิดการยุบตัวของหัวกระดูก มีโอกาสรักษาหัวกระดูกเดิมไว้ได้สูง (Joint Preservation)
  • Stage III – IV: เริ่มยุบตัวและเกิดข้อเสื่อม โอกาสรักษาหัวกระดูกเดิมลดลง อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (THA)

การรักษากระดูกสะโพกตายในแต่ละระยะ

1. การรักษาระยะก่อนหัวกระดูกยุบ (Stage I-II: Joint Preservation)

เป้าหมายสำคัญที่สุดคือ การรักษาข้อสะโพกธรรมชาติไว้ให้นานที่สุด เพื่อชะลอการดำเนินของโรค และลดโอกาสที่จะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกในอนาคต

  • การเจาะกระดูกเพื่อลดความดัน (Core Decompression): ผ่าตัดแผลเล็กโดยเจาะช่องเล็ก ๆ เข้าไปยังบริเวณที่กระดูกขาดเลือด เพื่อช่วยลดความดันภายในกระดูก เพิ่มการไหลเวียนเลือด และกระตุ้นการซ่อมแซมตัวเอง
  • การใช้เซลล์จากไขกระดูกของผู้ป่วย (BMAC – Bone Marrow Aspirate Concentrate): ดูดไขกระดูกจากกระดูกเชิงกรานของผู้ป่วย นำมาปั่นแยกเซลล์ แล้วฉีดกลับเข้าสู่บริเวณที่ทำการรักษาเพื่อส่งเสริมการสร้างกระดูกใหม่
  • การเติมกระดูก (Bone Grafting): เติมกระดูกหรือวัสดุทดแทนกระดูกเข้าไปในโพรงกระดูกที่ตาย เพื่อช่วยพยุงโครงสร้างของหัวกระดูกและลดโอกาสการยุบตัว
  • การส่องกล้องข้อสะโพก (Hip Arthroscopy): ใช้ในผู้ป่วยบางรายเพื่อตรวจดูสภาพภายในข้อโดยตรง และรักษาความผิดปกติที่พบร่วมด้วย เช่น Labrum ฉีกขาด หรือกระดูกเสียดสี (FAI)

2. การรักษาในระยะที่ 3 (Stage III)

เมื่อหัวกระดูกเริ่มยุบตัว แนวทางการรักษาจะซับซ้อนขึ้น ในผู้ป่วยอายุน้อยที่การยุบตัวยังมีไม่มาก อาจพิจารณาการปลูกถ่ายกระดูก (Bone Grafting) หรือการตัดแต่งกระดูก (Osteotomy) เพื่อชะลอการยุบตัว แต่หากหัวกระดูกยุบตัวมาก อาการปวดรุนแรง หรือคุณภาพชีวิตลดลง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

3. การรักษาในระยะที่ 4 (Stage IV)

เมื่อหัวกระดูกยุบร่วมกับเกิดข้อสะโพกเสื่อมแล้ว การรักษาเพื่อคงหัวกระดูกเดิมมักไม่ได้ผล การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Arthroplasty; THA) เป็นวิธีรักษามาตรฐานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในระยะนี้ ช่วยลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ

การปรับพฤติกรรมเพื่อชะลอการดำเนินของโรค (ดูแลตัวเองอย่างไร หากเป็น AVN)

สิ่งที่ควรทำ:

  • เดินในระดับที่ไม่ปวด: เดินวันละ 30-45 นาที ช่วยให้ข้อเคลื่อนไหวลื่นขึ้น ลดอาการปวด
  • ว่ายน้ำ: ออกกำลังกายที่ไม่ลงน้ำหนัก ช่วยเสริมความแข็งแรงโดยไม่กระแทกข้อ
  • ปั่นจักรยาน: เลือกปั่นบนพื้นราบหรือแรงต้านเบา ต่อเนื่อง 30-45 นาที
  • เครื่องเดินวงรี (Elliptical): ออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ
  • บริหารกล้ามเนื้อสะโพกและแกนกลางลำตัว (Core): ช่วยพยุงข้อ ลดแรงกด เพิ่มความมั่นคงในการเดิน
  • ควบคุมน้ำหนักตัว: น้ำหนักที่ลดลงทุก 1 กิโลกรัม ช่วยลดแรงกดต่อข้อสะโพกในทุกครั้งที่เดิน
  • รับประทานอาหารครบถ้วน: โปรตีนเพียงพอ, วิตามินดี และแคลเซียม
  • มาตรวจติดตามตามนัด: เพื่อให้แพทย์ประเมินโรคและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • วิ่ง หรือออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง
  • กระโดด
  • กีฬาที่มีแรงปะทะ เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล เทนนิส
  • ยกของหนัก หรือออกแรงยกมาก
  • สูบบุหรี่ (ทำให้หลอดเลือดตีบ เลือดไปเลี้ยงกระดูกลดลง กระดูกซ่อมแซมตัวยากขึ้น)
  • ดื่มแอลกอฮอล์มาก
  • ใช้ยาสเตียรอยด์เอง หรือใช้ติดต่อกันนานโดยไม่ปรึกษาแพทย์

สรุป

กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) เป็นภาวะที่เลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกต้นขาลดลง ส่งผลให้กระดูกค่อย ๆ เสื่อมและอาจยุบตัวจนเกิดข้อสะโพกเสื่อม สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะยังมีโอกาสรักษาเพื่อชะลอการดำเนินของโรคและรักษาข้อสะโพกธรรมชาติไว้ได้ ในผู้ป่วยที่โรคลุกลาม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (THA) สามารถช่วยลดอาการปวดและฟื้นฟูการเคลื่อนไหวให้กลับมาใกล้เคียงปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • เดินออกกำลังกายได้ไหม หากเป็นกระดูกสะโพกตาย?: ได้ หากยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและการเดินไม่ทำให้ปวดมากขึ้น ควรเลือกการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดินบนพื้นราบ และหลีกเลี่ยงกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง
  • กระดูกสะโพกตายพบได้ในอายุเท่าไร?: พบได้ในทุกช่วงอายุ แต่พบบ่อยที่สุดในวัยทำงานอายุประมาณ 30-50 ปี
  • กระดูกสะโพกตายสามารถเป็นทั้งสองข้างได้หรือไม่?: ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีสาเหตุจากการใช้ยาสเตียรอยด์ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือโรค SLE ผู้ป่วยบางรายมีอาการเพียงข้างเดียว แต่ MRI สามารถตรวจพบความผิดปกติของอีกข้างได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • อาหารเสริมหรือวิตามินช่วยรักษากระดูกสะโพกตายได้หรือไม่?: ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าวิตามิน คอลลาเจน กลูโคซามีน หรืออาหารเสริมชนิดใดสามารถรักษาหรือชะลอการดำเนินของโรคได้โดยตรง แต่แพทย์อาจแนะนำวิตามินดีหรือแคลเซียมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพกระดูกโดยรวม

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Mont MA, Salem HS, Piuzzi NS, Goodman SB, Jones LC. Nontraumatic osteonecrosis of the femoral head: Where do we stand today? J Bone Joint Surg Am. 2020;102(12):1084-1099.
  2. Lieberman JR, Berry DJ, Mont MA, Aaron RK, Callaghan JJ, Rajadhyaksha AD, et al. Osteonecrosis of the hip: Management in the twenty-first century. Instr Course Lect. 2003;52:337-355.
  3. Yoon BH, Jones LC, Chen CH, Cheng EY, Cui Q, Drescher W, et al. Etiologic classification criteria of ARCO on femoral head osteonecrosis. J Arthroplasty. 2019;34(1):163-168.
  4. Association Research Circulation Osseous (ARCO). ARCO Consensus on the staging and management of osteonecrosis of the femoral head. J Orthop Res. 2019.
  5. Pierrepont JW, Marel E, Baré JV, et al. Management of osteonecrosis of the femoral head: Current concepts. Bone Joint J. 2024;106-B(Suppl):3-12.
  6. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Osteonecrosis of the Hip (Avascular Necrosis). Updated 2024.
  7. Cui Q, Jo WL, Koo KH, Cheng EY, Drescher W, Goodman SB, et al. ARCO Consensus on the management of early-stage osteonecrosis of the femoral head. J Orthop Translat. 2022;35:39-49.
  8. Zhao D, Xu D, Wang W, Cui X. Iliac bone grafting and core decompression for osteonecrosis of the femoral head: A systematic review. J Orthop Surg Res. 2020;15:128.
  9. Hua KC, Yang XG, Feng JT, Wang F, Yang L. Core decompression combined with bone marrow aspirate concentrate for early osteonecrosis of the femoral head: A meta-analysis. Orthop Surg. 2023;15(6):1669-1680.
  10. Abdel MP, Berry DJ. Current practice trends in total hip arthroplasty for osteonecrosis of the femoral head. J Am Acad Orthop Surg. 2024;32(5):e230-e239.

Dr. Nattaya Udomsakdi
Article Author
Dr. Nattaya Udomsakdi
วิสัญญีแพทย์ ด้านระงับปวด
View Profile