อาการปวดจากข้อกระเบนเหน็บ (Sacroiliac Joint Pain)

10 月 24, 2026
作者:
Dr. Nattaya Udomsakdi
กระเบนเหน็บ

อาการปวดจากข้อกระเบนเหน็บ (Sacroiliac Joint Pain)

Sacroiliac Joint Pain: Diagnostics, Anatomy, and Interventional Management

Interventional Management
เมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง คนส่วนใหญ่มักนึกถึงหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท, กระดูกสันหลังเสื่อม หรือกล้ามเนื้ออักเสบเป็นอันดับแรก ทว่ามีอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อยมากแต่กลับมักถูกวินิจฉัยตกหล่นหรือมองข้ามไป คือ อาการปวดจากข้อกระเบนเหน็บ (Sacroiliac Joint Pain หรือ SI Joint Pain)
จากหลักฐานทางคลินิกและงานวิจัยระบุว่า รอยโรคที่ข้อกระเบนเหน็บเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังได้สูงถึง 15–30% ของผู้ป่วยทั้งหมด และสถิติจะทวีความรุนแรงพบบ่อยยิ่งขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยที่เคยผ่านการผ่าตัดกระดูกสันหลังมาก่อน ผู้ป่วยจำนวนมากเข้ารับการรักษาโครงสร้างกระดูกสันหลังผิดจุดมานานหลายปี ฉีดยา ทำกายภาพ หรือผ่าตัดหลังแล้วไม่หาย จนกระทั่งมาตรวจเช็กอย่างละเอียดจึงพบว่าต้นตอที่แท้จริงมาจากข้อต่อส่วนนี้

Q&A: โครงสร้างทางกายวิภาคและลักษณะอาการแสดง

ข้อกระเบนเหน็บคืออะไร และมีหน้าที่อย่างไร?

Sacroiliac Joint (SI Joint) คือข้อต่อกระดูกขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เชื่อมล็อกระว่างกระดูกกระเบนเหน็บ (Sacrum) ซึ่งอยู่ส่วนปลายของกระดูกสันหลัง กับกระดูกเชิงกราน (Ilium) แม้ตามสรีรวิทยาข้อต่อนี้จะขยับตัวเคลื่อนไหวได้เพียงเล็กน้อย แต่มีบทบาทวิกฤตในการแบกรับน้ำหนักตัวและกระจายถ่ายเทแรงจากลำตัวลงสู่สะโพกและขาทั้งสองข้าง ข้อต่อนี้จะทำงานหนักตลอดเวลาในทุกสรีระท่าทาง เช่น ขณะเดิน, วิ่ง, ขึ้นลงบันได, ยกของหนัก หรือการลุกนั่งจากเก้าอี้

ในอดีตเชื่อว่าอาการปวดมาจากตัวช่องข้อเสื่อมเท่านั้น แต่ปัจจุบันพบว่าโครงสร้างโดยรอบ ทั้งเอ็นยึดข้อ (Ligaments), พังผืดฝังลึก, กล้ามเนื้อ และแขนงเส้นประสาทรอบข้อ ล้วนเป็นตัวการร่วมจุดชนวนความปวดที่สำคัญ

อาการปวดแสดงออก ณ ตำแหน่งใดบ้าง?

  • อาการพบบ่อย: ปวดตื้อลึกบริเวณก้น, ก้นย้อย หรือบริเวณรอยบุ๋มด้านหลังเชิงกราน (PSIS)
  • สิ่งกระตุ้นรอยโรค: อาการปวดจะกำเริบเด่นชัดเมื่อต้อง ยืนนาน, นั่งนาน, เดินระยะทางไกล, ขึ้นลงบันได, พลิกตัวบนเตียงนอน, ลุกจากเก้าอี้, ก้าวขึ้น-ลงจากรถยนต์ หรือการยืนทิ้งน้ำหนักลงบนขาข้างเดียว
  • ภาวะปวดคาบเกี่ยวเลียนแบบโรคอื่น (The Great Mimicker): อาการปวดของ SI Joint สามารถแผ่รังสีลุกลามจนเลียนแบบโรคอื่นได้อย่างแนบเนียน นำไปสู่การวินิจฉัยคลาดเคลื่อนได้ง่าย เช่น:
    • ปวดร้าวลงต้นขาหรือด้านหลังขา ดูคล้ายโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
    • ปวดร้าวไปที่ขาหนีบ ดูคล้ายโรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Osteoarthritis)
    • มีอาการหดเกร็งตึงของกล้ามเนื้อก้นร่วมด้วย ดูคล้ายกลุ่มอาการกล้ามเนื้อก้นหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome)

สาเหตุหลักของการเกิดโรค

เนื่องจากรอยโรคของข้อต่อชนิดนี้มีข้อจำกัดสูงมากในการแสดงผลผ่านภาพรังสีวิทยา ผลวิจัยระบุว่า ผู้ป่วยจำนวนมากปรากฏภาพข้อต่อเสื่อมหรือผิดปกติบนฟิล์มแต่กลับใช้ชีวิตได้ปกติโดยไม่มีอาการปวดใด ๆ ในขณะที่ผู้ป่วยที่ทรมานจากโรค SI Joint จริง ๆ ภาพ MRI หรือ CT scan กลับแสดงผลปกติสอดคล้องตามวัย

ดังนั้น วงการ Headache & Pain Medicine ทั่วโลกจึงยอมรับตรงกันว่า Diagnostic Block (การบล็อกเส้นประสาททดสอบความปวด) เป็นเครื่องมือที่มีความจำเพาะและแม่นยำที่สุดในการยืนยันรอยโรคข้อกระเบนเหน็บ

เทคนิคการทำ Diagnostic Block มีกี่แบบ?

หัตถการเป็นการใช้เข็มเฉพาะทางฉีดยาชาปริมาณเล็กน้อยล็อกเป้าหมายชั่วคราวเพื่อประเมินผล มี 2 วิธีหลักในปัจจุบัน:

1. SI Joint Injection (การฉีดยาชาเข้าในช่องข้อโดยตรง): แพทย์แทงเข็มเข้าช่องข้อเพื่อทดสอบความปวด ข้อดีคือสามารถผสมยาสเตียรอยด์เพื่อช่วย “รักษาลดการอักเสบไปพร้อมกัน” ซึ่งในรายที่ตอบสนองดีจะระงับปวดได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ทว่าข้อจำกัดคือประเมินพยาธิสภาพในข้อเป็นหลัก แต่อาจครอบคลุมอาการปวดจากกลุ่มเอ็นและพังผืดรอบข้อได้ไม่ครบถ้วน

2. Sacral Lateral Branch Block (การบล็อกแขนงเส้นประสาทรับความรู้สึก): เป็นการฉีดยาชาบล็อกเส้นประสาทเส้นเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่วิ่งไปรับสัญญาณปวดจากข้อต่อและเนื้อเยื่อเอ็นรอบข้อทั้งหมด ข้อดีคือสามารถประเมินแหล่งกำเนิดความปวดได้เป็นมุมกว้างกว่าวิธีแรก และมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับกลไกของการรักษาด้วยวิธีจี้คลื่นความร้อน (RFA) จึงนิยมใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกคนไข้ก่อนไปทำหัตถการจริง (เนื่องจากใช้ยาชาล้วนเพื่อวินิจฉัย ผลการลดปวดจะคงอยู่เพียงระยะสั้นช็อตสั้นเท่านั้น)

เกณฑ์การประเมินผลบวก (Positive Block): หากหลังการทำบล็อกทดสอบวิธีใดวิธีหนึ่งแล้ว ผู้ป่วยมีระดับคะแนนความปวดลดลงมากกว่า 70–80% และขยับเปลี่ยนท่าทางลุกนั่งได้ดีทันที บ่งชี้ว่าตำแหน่งนั้นคือ Pain Generator ที่แท้จริง และคนไข้รายนั้นมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงมากในการรักษาขั้นต่อไป

แนวทางการรักษาต่อเนื่องเฉพาะทาง (RFA & Surgery)

  • Radiofrequency Ablation (SI Joint RFA): หากผู้ป่วยตอบสนองต่อการทำ Diagnostic block ได้ผลบวกชัดเจนแต่เมื่อยาชาหมดฤทธิ์แล้วอาการปวดเดิมม้วนกลับมาอีก แพทย์ระงับปวดจะพิจารณาทำหัตถการ RFA (การจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง) โดยใช้พลังงานความร้อนควบคุมปล่อยไปที่เส้นประสาท Sacral lateral branches เพื่อตัดสัญญาณปวดตัดขาดขัดขวางไม่ให้วิ่งสู่สมอง ช่วยบรรเทาปวด เพิ่มสมรรถภาพการใช้ชีวิตประจำวัน และลดปริมาณการทานยาแก้ปวดระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • SI Joint Fusion (การผ่าตัดเชื่อมข้อต่อกระเบนเหน็บ): เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพรุนแรงวิกฤตและดื้อต่อการรักษาแผลเล็กทุกรูปแบบ แม้งานวิจัยจะรองรับว่าช่วยลดปวดและคืนคุณภาพชีวิตได้ดีในคนไข้ที่คัดเลือกเหมาะสม แต่เป็นหัตถการที่มีความซับซ้อนสูง มีค่าใช้จ่ายแพร่หลาย และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด

    ข้อควรสังเกต: เนื่องจากตัวโรคเกี่ยวข้องกับระบบเอ็นและกล้ามเนื้อรอบข้อร่วมด้วย จึงอธิบายได้ว่าทำไมคนไข้บางรายผ่าตัดเชื่อมข้อกระเบนเหน็บถาวรไปแล้วแต่ยังคงหลงเหลืออาการปวดตื้ออยู่ ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ยังคงสามารถตอบสนองและดีขึ้นได้ด้วยการรักษาด้วยหัตถการ RFA หลังผ่าตัด

    เอกสารอ้างอิง (References)
  • Cohen SP, Chen Y, Neufeld NJ. Sacroiliac joint pain: a comprehensive review of anatomy, diagnosis, and treatment. Anesth Analg. 2005;101(5):1440-1453.
  • Dreyfuss P, et al. Sacroiliac joint pain. J Am Acad Orthop Surg. 2004;12(4):255-265.
  • Hansen HC, et al. Sacroiliac joint interventions: a systematic review. Pain Physician. 2007;10(1):165-184.
  • Simopoulos TT, et al. Interventions for sacroiliac joint pain: an updated systematic review. J Pain Res. 2024.
  • Manchikanti L, et al. Comprehensive evidence-based guidelines for sacroiliac joint interventions. Pain Physician. 2023.
  • Vleeming A, et al. The sacroiliac joint: an overview of its anatomy, function and potential clinical implications. J Anat. 2012;221(6):537-567.
  • Visser LH, et al. Randomized controlled trial of radiofrequency denervation in patients with sacroiliac joint pain. Eur Spine J. 2013;22(7):1657-1664.
  • Lewis JB, et al. Real-world outcomes of sacroiliac joint radiofrequency ablation. Pain Physician. 2024.
  • Amatto A, et al. Radiofrequency neurotomy for sacroiliac joint pain: a technical update. Interventional Pain Medicine. 2023;2(3):100271.
  • Lee SJ, et al. Minimally invasive sacroiliac joint fusion versus conservative management: a meta-analysis. Cureus. 2025;17(8):e91286.
Dr. Nattaya Udomsakdi
Article Author
Dr. Nattaya Udomsakdi
วิสัญญีแพทย์-ด้านระงับปวด
View Profile