ปวดสะโพกในผู้ใหญ่เกิดจากอะไร? สาเหตุที่พบบ่อยในคนวัยทำงาน นักกีฬา และผู้สูงอายุ

أكتوبر 22, 2026
บทความโดย :
Dr. Nattaya Udomsakdi

อาการปวดสะโพกเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ทุกช่วงวัย ตั้งแต่นักกีฬา คนวัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ หลายคนอาจคิดว่าอาการปวดสะโพกเกิดจากข้อสะโพกเสื่อมเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง อาการปวดสะโพกสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นอักเสบ ไปจนถึงความผิดปกติภายในข้อสะโพกที่พบได้แม้ในคนอายุน้อย

ที่สำคัญ อาการปวดสะโพกในนักกีฬา วัยทำงาน และผู้สูงอายุ มักมีสาเหตุแตกต่างกัน การสังเกตตำแหน่งที่ปวด อายุ และลักษณะอาการร่วม สามารถช่วยบอกสาเหตุของโรคได้ตั้งแต่เบื้องต้น

Q&A: ปวดสะโพกตรงไหน บอกอะไรได้บ้าง?

ก่อนจะวินิจฉัยโรค แพทย์มักถามผู้ป่วยว่า “ปวดตรงไหน?” เพราะตำแหน่งของอาการปวดสามารถช่วยบอกสาเหตุของโรคได้อย่างมาก

  • ปวดบริเวณขาหนีบหรือด้านหน้าสะโพก:
    หากอาการปวดอยู่บริเวณขาหนีบหรือด้านหน้าสะโพก มักเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นภายในข้อสะโพก เช่น
  • ภาวะกระดูกสะโพกชนกันผิดปกติ (Hip Impingement)
  • กระดูกอ่อนขอบเบ้าสะโพกฉีกขาด (Labral Tear)
  • ข้อสะโพกเสื่อม
  • กระดูกสะโพกขาดเลือด
  • กระดูกร้าวจากการใช้งานซ้ำ ๆ
    ผู้ป่วยหลายคนจะรู้สึกปวดเวลาเดิน วิ่ง ย่อตัว หรือลุกจากเก้าอี้
  • ปวดด้านข้างสะโพก:
    อาการปวดด้านข้างสะโพกมักเกิดจากกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณสะโพกด้านข้าง ผู้ป่วยมักมีอาการ:
  • ปวดเวลานอนตะแคง
  • ปวดเวลาเดินนาน
  • ปวดเวลาขึ้นลงบันได
  • กดเจ็บบริเวณด้านข้างสะโพก
    หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นข้อสะโพกเสื่อม ทั้งที่จริงแล้วมักเป็นปัญหาของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบสะโพก
  • ปวดก้นหรือสะโพกด้านหลัง:
    อาการปวดบริเวณก้นหรือสะโพกด้านหลังอาจไม่ได้เกิดจากข้อสะโพกโดยตรง แต่อาจเกี่ยวข้องกับ:
  • หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท
  • โรคของกระดูกสันหลังส่วนเอว
  • ความผิดปกติของข้อต่อกระเบนเหน็บ
  • กล้ามเนื้อบริเวณก้นอักเสบ

ดังนั้น แม้จะเรียกว่า “ปวดสะโพก” เหมือนกัน แต่สาเหตุของโรคอาจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Q&A: คนวัยทำงานและนักกีฬาปวดสะโพกจากอะไรได้บ้าง?

หลายคนคิดว่าอาการปวดสะโพกเป็นปัญหาของผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริง คนอายุน้อยและนักกีฬาจำนวนมากก็สามารถมีอาการปวดสะโพกได้เช่นกัน

  • กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบสะโพกอักเสบ:
    เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนอายุน้อย มักเกิดจากการวิ่ง, การเล่นกีฬา, การออกกำลังกายหนักเกินไป, หรือการใช้งานซ้ำ ๆ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลังออกกำลังกาย หรือปวดเฉพาะเวลาขยับสะโพกบางท่า ข่าวดีคือส่วนใหญ่มักดีขึ้นได้ด้วยการพัก การปรับกิจกรรม และการทำกายภาพบำบัด
  • กระดูกร้าวจากการใช้งานซ้ำ ๆ (Stress Fracture):
    พบได้ในนักวิ่ง นักกีฬาที่ฝึกซ้อมหนัก หรือผู้ที่เพิ่มความหนักของการออกกำลังกายอย่างรวดเร็ว โรคนี้ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุรุนแรง แต่เกิดจากแรงกดหรือแรงกระแทกที่สะสมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน จนเกิดรอยร้าวเล็ก ๆ ภายในกระดูก
    อาการที่พบบ่อย: ปวดขาหนีบ, ปวดเวลาเดินหรือวิ่ง, ปวดมากขึ้นเมื่อออกกำลังกาย, อาการค่อย ๆ เป็นมากขึ้นตามเวลา หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจลุกลามจนกลายเป็นกระดูกหักได้
  • ภาวะกระดูกสะโพกชนกันผิดปกติ (Hip Impingement):
    ปัจจุบันพบว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอาการปวดสะโพกในคนอายุน้อยและนักกีฬา ภาวะนี้เกิดจากรูปร่างของกระดูกสะโพกและเบ้าสะโพกที่ไม่พอดีกัน ทำให้เกิดการเสียดสีภายในข้อสะโพกมากกว่าปกติ
    อาการที่พบบ่อย: ปวดขาหนีบ, ปวดเวลานั่งนาน, ปวดเวลาออกกำลังกาย, ปวดเวลาย่อตัว, รู้สึกสะโพกติดหรือขยับได้ไม่สุด
  • กระดูกอ่อนขอบเบ้าสะโพกฉีกขาด (Labral Tear):
    ภายในข้อสะโพกมีเนื้อเยื่อที่เรียกว่า Labrum ทำหน้าที่คล้ายยางกันกระแทกและช่วยเพิ่มความมั่นคงของข้อสะโพก เมื่อเกิดการฉีกขาด อาจทำให้มีอาการปวดขาหนีบเรื้อรัง, รู้สึกเหมือนมีอะไรสะดุดภายในข้อ, มีเสียงคลิกหรือเสียงดังในสะโพก, ปวดเวลาเล่นกีฬา หรือปวดเวลาเปลี่ยนทิศทาง/หมุนตัว ภาวะนี้มักพบร่วมกับภาวะกระดูกสะโพกชนกันผิดปกติ

Q&A: วัยกลางคนควรระวังโรคอะไร?

ในวัยกลางคน สาเหตุของอาการปวดสะโพกเริ่มเปลี่ยนจากการบาดเจ็บจากกีฬา ไปสู่ปัญหาของเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และโรคบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับกระดูก

  • อาการปวดด้านข้างสะโพก (Greater trochanteric pain syndrome / เอ็นสะโพกด้านข้างอักเสบ):
    เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยกลางคน ผู้ป่วยมักมีอาการปวดด้านข้างสะโพก, นอนตะแคงไม่ได้, ปวดเวลาเดินนาน, และปวดเวลาขึ้นลงบันได หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นข้อสะโพกเสื่อม แต่จริง ๆ แล้วมักเกิดจากการอักเสบหรือความเสื่อมของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกด้านข้าง
  • กระดูกสะโพกขาดเลือด (Avascular Necrosis of the Hip):
    เป็นโรคที่เกิดจากเลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกต้นขาไม่เพียงพอ ทำให้กระดูกค่อย ๆ อ่อนแอลงและอาจยุบตัวในที่สุด
    ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน, การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก, โรคภูมิคุ้มกันบางชนิด, การบาดเจ็บรุนแรงบริเวณสะโพก
    อาการ: มักเริ่มจากปวดลึกบริเวณขาหนีบ และค่อย ๆ เป็นมากขึ้นตามเวลา

Q&A: ผู้สูงอายุปวดสะโพกจากอะไรได้บ้าง?

  • ข้อสะโพกเสื่อม (Hip Osteoarthritis):
    เป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดสะโพกในผู้สูงอายุ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดขาหนีบ, เดินได้น้อยลง, ข้อสะโพกฝืด, ลุกจากเก้าอี้ลำบาก, ใส่รองเท้าหรือก้มผูกเชือกรองเท้าลำบาก อาการมักค่อย ๆ เป็นมากขึ้นทีละน้อย
  • อาการปวดร้าวจากกระดูกสันหลัง (Referred Pain from the Lumbar Spine):
    ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดสะโพก แท้จริงแล้วมีสาเหตุมาจากกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม, ช่องโพรงเส้นประสาทตีบแคบ (Lumbar Spinal Stenosis) หรือหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท (Lumbar Disc Herniation) ผู้ป่วยอาจมีอาการ:
  • ปวดก้น (Buttock Pain)
  • ปวดร้าวลงขา (Radicular Leg Pain / Sciatica)
  • ชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย (Numbness or Weakness)
  • เดินได้น้อยลง โดยเฉพาะเมื่อเดินนาน (Walking Intolerance)

สรุป: ปวดสะโพกตรงไหน? สาเหตุที่น่าจะเป็น แยกตามช่วงอายุ

ตำแหน่งที่ปวด + ช่วงอายุ = ช่วยบอกสาเหตุของโรคได้เบื้องต้น

ตำแหน่งที่ปวด 46.Writing_260614_100025.pdfคนอายุน้อย (นักกีฬา / วัยทำงานตอนต้น) 46.Writing_260614_100025.pdfวัยกลางคน (ประมาณ 30 – 60 ปี) 46.Writing_260614_100025.pdfผู้สูงอายุ (มากกว่า 60 ปีขึ้นไป) 46.Writing_260614_100025.pdf
ปวดขาหนีบหรือด้านหน้าสะโพก
(ปัญหาภายในข้อสะโพก)
1. กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบสะโพกอักเสบ (Tendinitis/Bursitis)
2. กระดูกร้าวจากการใช้งานซ้ำ ๆ (Stress Fracture)
3. ภาวะกระดูกสะโพกชนกันผิดปกติ (Hip Impingement)
4. กระดูกอ่อนขอบเบ้าสะโพกฉีกขาด (Labral Tear)
1. ภาวะกระดูกสะโพกชนกัน (Hip Impingement)
2. กระดูกอ่อนขอบเบ้าสะโพกฉีกขาด (Labral Tear)
3. กระดูกสะโพกขาดเลือด (Avascular Necrosis)
1. ข้อสะโพกเสื่อม (Hip Osteoarthritis)
2. กระดูกสะโพกขาดเลือด (Avascular Necrosis)
ปวดด้านข้างสะโพก
(ปัญหาของกล้ามเนื้อ/เส้นเอ็นด้านข้าง)
กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นอักเสบ (Tendinitis/Bursitis)อาการปวดด้านข้างสะโพก (Trochanteric Pain Syndrome / Gluteal Tendinopathy)อาการปวดด้านข้างสะโพก (Trochanteric Pain Syndrome) ร่วมกับความเสื่อมของเส้นเอ็น
ปวดก้นหรือสะโพกด้านหลัง
(ปัญหากระดูกสันหลังหรือกล้ามเนื้อก้น)
กล้ามเนื้อก้นอักเสบ (Piriformis Syndrome / Myofascial Pain)1. หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Disc)
2. ข้อต่อกระเบนเหน็บอักเสบ (Sacroiliac Joint Dysfunction)
1. โพรงประสาทตีบแคบ (Spinal Stenosis)
2. อาการปวดร้าวจากกระดูกสันหลังส่วนเอว (Lumbar Spine/Nerve Related Pain)
ปวดสะโพก

Q&A: ทำไมคนอายุน้อยก็ปวดสะโพกได้?

ในอดีตหลายคนเชื่อว่าอาการปวดสะโพกเป็นปัญหาของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ปัจจุบันพบว่าคนอายุน้อยจำนวนไม่น้อยมีอาการปวดสะโพกจากภาวะกระดูกสะโพกชนกันผิดปกติ (Hip Impingement) และภาวะกระดูกอ่อนขอบเบ้าสะโพกฉีกขาด (Labral Tear)

หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน ความผิดปกติเหล่านี้อาจทำให้เกิดการสึกหรอภายในข้อสะโพก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดข้อสะโพกเสื่อมในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ การวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญ

Q&A: เมื่อไรควรพบแพทย์?

อาการปวดสะโพกจากการใช้งานทั่วไปมักค่อย ๆ ดีขึ้นหลังพักการใช้งานและดูแลตนเองอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้น หรือเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้:

  • ปวดสะโพกนานเกิน 2-4 สัปดาห์
  • เดินกะเผลกหรือเดินผิดปกติ
  • ลงน้ำหนักขาไม่ได้
  • ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ปวดจนรบกวนการนอนหลับ
  • มีไข้ร่วมกับอาการปวดสะโพก
  • มีอาการชา อ่อนแรง หรือปวดร้าวลงขา
  • มีประวัติหกล้มหรืออุบัติเหตุบริเวณสะโพก

Q&A: แพทย์วินิจฉัยสาเหตุของอาการปวดสะโพกได้อย่างไร?

การวินิจฉัยส่วนใหญ่เริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อน เพื่อประเมินตำแหน่งที่ปวด ลักษณะอาการ การเคลื่อนไหวของข้อสะโพก รวมถึงตรวจแยกโรคจากกระดูกสันหลัง กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท

  • เอกซเรย์ (X-ray): เป็นการตรวจพื้นฐานที่ช่วยประเมินข้อสะโพกเสื่อม, กระดูกผิดรูป, ภาวะกระดูกสะโพกชนกันผิดปกติ (Hip Impingement), และกระดูกหักหรือรอยโรคของกระดูก
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): ช่วยให้เห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อนและโครงสร้างภายในข้อสะโพกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่สงสัยกระดูกอ่อนขอบเบ้าสะโพกฉีกขาด (Labral Tear), กระดูกร้าวจากการใช้งานซ้ำ ๆ (Stress Fracture), กระดูกสะโพกขาดเลือด, และการบาดเจ็บของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ

การรักษาอาการปวดสะโพก

แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค อายุ ระดับการใช้งาน และความรุนแรงของอาการ ข่าวดีคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเริ่มต้นการรักษาด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดก่อน

1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

  • การปรับกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ
  • การทำกายภาพบำบัด
  • การออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบสะโพก
  • การใช้ยาเพื่อลดอาการปวดและการอักเสบ
  • การฉีดยาเฉพาะจุดในผู้ป่วยบางราย

2. การผ่าตัดส่องกล้องข้อสะโพก (Hip Arthroscopy)

ในผู้ป่วยบางรายที่รักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีความผิดปกติภายในข้อสะโพกที่ชัดเจน เช่น ภาวะกระดูกสะโพกชนกันผิดปกติ (Hip Impingement) หรือกระดูกอ่อนขอบเบ้าสะโพกฉีกขาด (Labral Tear) แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดส่องกล้องข้อสะโพกเพื่อแก้ไขความผิดปกติผ่านแผลขนาดเล็ก

3. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อสะโพกเสื่อมรุนแรง หรือมีความเสียหายของข้อสะโพกมากจนไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเป็นทางเลือกที่ช่วยลดอาการปวดและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่อยากให้ผู้อ่านจำกลับบ้าน

  • อาการปวดสะโพกไม่ได้เกิดจากข้อสะโพกเสื่อมเสมอไป โดยเฉพาะในคนอายุน้อยและนักกีฬา ซึ่งอาจมีความผิดปกติภายในข้อสะโพกที่ซ่อนอยู่ได้
  • ปวดขาหนีบ: มักเกี่ยวข้องกับปัญหาภายในข้อสะโพก
  • ปวดด้านข้างสะโพก: มักเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบสะโพก
  • ปวดก้นหรือสะโพกด้านหลัง: อาจมีสาเหตุมาจากกระดูกสันหลัง
  • คนอายุน้อยก็สามารถมีภาวะกระดูกสะโพกชนกันผิดปกติ (Hip Impingement) และกระดูกอ่อนขอบเบ้าสะโพกฉีกขาด (Labral Tear) ได้
  • หากอาการปวดสะโพกรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือไม่ดีขึ้นหลังพักการใช้งาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Chamberlain R. Hip Pain in Adults: Evaluation and Differential Diagnosis. American Family Physician. 2021;103(2):81-89.
  2. Yeo PY, Kasivishvanaath A, Pérez-Carro L, et al. Top ten causes of non-arthritic hip pain: A comprehensive review. World Journal of Orthopedics. 2025;16(6):107397.
  3. Matache BA, Belzile ÉL, Ayeni OR, et al. Management of Labral Tears in the Hip: A Consensus Statement. Orthopaedic Journal of Sports Medicine. 2025;13(1).

Dr. Nattaya Udomsakdi
Article Author
Dr. Nattaya Udomsakdi
วิสัญญีแพทย์ ด้านระงับปวด
View Profile