สาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
อาการปวดเข่าเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยรุ่นที่เล่นกีฬา คนวัยทำงานที่ต้องเดิน ยืน หรือขึ้นลงบันไดเป็นประจำ ไปจนถึงผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม หลายคนเข้าใจว่าอาการปวดเข่าหมายถึง “ข้อเข่าเสื่อม” เสมอ แต่ในความเป็นจริง อาการปวดเข่าอาจเกิดได้จากเอ็น หมอนรองเข่า กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ ถุงน้ำหลังเข่า โรคเกาต์ หรือแม้แต่การติดเชื้อในข้อ
การซักประวัติอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจร่างกายอย่างเหมาะสม มักช่วยให้แพทย์สามารถระบุสาเหตุของอาการปวดเข่าได้อย่างแม่นยำ และช่วยหลีกเลี่ยงการตรวจที่ไม่จำเป็น เช่น MRI ในผู้ป่วยบางราย
อายุสามารถบอกสาเหตุของอาการปวดเข่าได้
- เด็กและวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปี:
ในกลุ่มอายุนี้ อาการปวดเข่ามักเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต การเล่นกีฬา และการบาดเจ็บ
โรคที่พบบ่อย ได้แก่:
- เอ็นเข่าบาดเจ็บหรือฉีกขาด
- การบาดเจ็บจากกีฬา
- โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ
- กระดูกอ่อนในข้อเข่าหลุดลอก (Osteochondritis Dissecans; OCD)
(นักกีฬาวัยรุ่นที่มีอาการปวดเข่าเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ที่เล่นฟุตบอล บาสเกตบอล หรือวอลเลย์บอล ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นหลังพักการใช้งาน) - อายุ 20-40 ปี:
วัยหนุ่มสาวเป็นช่วงที่พบการบาดเจ็บจากกีฬาและอุบัติเหตุได้บ่อย
โรคที่พบบ่อย ได้แก่:
- เอ็นไขว้หน้าฉีกขาด (ACL Tear)
- หมอนรองเข่าฉีกขาด (Meniscus Tear)
- กลุ่มอาการปวดรอบลูกสะบ้า (Patellofemoral Pain Syndrome)
- เอ็นหรือกล้ามเนื้ออักเสบ
(ผู้ป่วยมักมีประวัติวิ่ง กระโดด เปลี่ยนทิศทางกะทันหัน หรือได้รับแรงกระแทกบริเวณข้อเข่า) - อายุ 40-60 ปี:
เป็นช่วงที่เริ่มพบการเสื่อมของข้อและหมอนรองเข่า
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:
- หมอนรองเข่าเสื่อมหรือฉีกขาด
- ข้อเข่าเสื่อมระยะแรก
- โรคเกาต์
(ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการปวดเวลาเดินนาน ขึ้นลงบันได หรือลุกจากเก้าอี้) - อายุ 60 ปีขึ้นไป:
ในผู้สูงอายุ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือโรคข้อเข่าเสื่อม
โรคที่พบได้บ่อย ได้แก่:
- ข้อเข่าเสื่อม
- โรคเกาต์เทียม (Pseudogout)
- โรคข้ออักเสบเรื้อรัง
(ผู้ป่วยมักมีอาการปวดขณะเดิน ข้อฝืดในตอนเช้า และการเคลื่อนไหวของข้อเข่าลดลง)
Q&A: ตำแหน่งที่ปวดเข่าบอกอะไรได้บ้าง?
- ปวดหน้าเข่า: อาการปวดบริเวณรอบลูกสะบ้าหรือด้านหน้าข้อเข่า มักพบใน
- กลุ่มอาการปวดรอบลูกสะบ้า (Patellofemoral Pain Syndrome)
- กระดูกอ่อนผิวลูกสะบ้าเสื่อม (Chondromalacia Patellae)
- เอ็นสะบ้าอักเสบ (Patellar Tendinitis)
(ผู้ป่วยมักปวดเวลาขึ้นลงบันได นั่งงอเข่านาน หรือวิ่ง) - ปวดด้านในเข่า: อาจเกิดจาก
- หมอนรองเข่าด้านในฉีกขาด (Medial Meniscus Tear)
- เอ็นด้านในเข่าอักเสบหรือบาดเจ็บ (MCL Injury/Sprain)
- ข้อเข่าเสื่อมระยะแรก (Medial Compartment OA)
- ปวดด้านนอกเข่า: อาจเกิดจาก
- หมอนรองเข่าด้านนอกฉีกขาด (Lateral Meniscus Tear)
- เอ็นด้านนอกเข่าอักเสบ (LCL Injury)
- เอ็นไอทีแบนด์อักเสบ (IT Band Syndrome) (พบได้บ่อยในนักวิ่งระยะไกล)
- ปวดหลังเข่า: อาจเกิดจาก
- ถุงน้ำหลังเข่า (Baker’s Cyst)
- เอ็นแฮมสตริงอักเสบ (Hamstring Tendinitis)
- เอ็นไขว้หลังบาดเจ็บ (PCL Injury)
- ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำลึก (DVT) (หากมีอาการปวดร่วมกับขาบวมข้างเดียว ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินภาวะ DVT ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้)
Q&A: มีอุบัติเหตุหรือไม่?
- มีอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บชัดเจน: มักสัมพันธ์กับเอ็นไขว้หน้าฉีกขาด (ACL Tear), หมอนรองเข่าฉีกขาด, กระดูกอ่อนบาดเจ็บ หรือกระดูกหัก ผู้ป่วยอาจได้ยินเสียง “ป๊อบ” ภายในข้อเข่าขณะบาดเจ็บ และมีอาการบวมอย่างรวดเร็ว
- ไม่มีอุบัติเหตุ: มักเกี่ยวข้องกับข้อเข่าเสื่อม, โรคเกาต์, โรคเกาต์เทียม, โรคข้ออักเสบเรื้อรัง หรือการใช้งานมากเกินไป (Overuse injury)
Q&A: อาการปวดแบบไหนที่ควรสังเกต?
- ปวดค่อยเป็นค่อยไป: มักพบในข้อเข่าเสื่อม, หมอนรองเข่าเสื่อม, เอ็นอักเสบ, หรือกล้ามเนื้ออักเสบ
- ปวดเฉียบพลัน: มักพบในโรคเกาต์, โรคเกาต์เทียม, ข้ออักเสบติดเชื้อ, หรือเอ็นฉีกขาดเฉียบพลัน (หากปวดรุนแรงจนเดินไม่ได้ ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ทันที)
Q&A: อาการบวม แดง ร้อน บอกอะไรได้บ้าง?
- มีอาการบวม แดง ร้อน: มักบ่งบอกว่ามีการอักเสบเกิดขึ้นภายในข้อ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ โรคเกาต์, โรคเกาต์เทียม หรือข้ออักเสบติดเชื้อ (Septic arthritis)
- ไม่มีอาการบวม แดง ร้อน: สาเหตุอาจเป็นข้อเข่าเสื่อม, หมอนรองเข่าเสื่อม หรืออาการจากการใช้งานมากเกินไป
Q&A: ต้องตรวจ MRI ทุกคนหรือไม่?
คำตอบคือ “ไม่จำเป็น”
แพทย์ส่วนใหญ่สามารถวินิจฉัยสาเหตุของอาการปวดเข่าได้จากประวัติและการตรวจร่างกาย
- เอกซเรย์ (X-ray): เหมาะสำหรับตรวจข้อเข่าเสื่อม, กระดูกหัก หรือความผิดรูปของข้อ
- MRI: เหมาะสำหรับตรวจหมอนรองเข่าฉีกขาด, เอ็นไขว้หน้าหรือเอ็นไขว้หลังบาดเจ็บ, กระดูกอ่อนบาดเจ็บ, รวมถึงเส้นเอ็นและเนื้อเยื่ออ่อนรอบข้อ โดยมักใช้เมื่อผลการตรวจร่างกายยังไม่ชัดเจน หรือกำลังวางแผนการรักษาและการผ่าตัด
สัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์
ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้:
- เดินลงน้ำหนักไม่ได้
- เข่าบวมมาก
- เข่าล็อก เหยียดหรืองอไม่ได้
- เข่าทรุดหรือเข่าหลวม
- มีไข้ร่วมกับปวดเข่า บวม แดง ร้อน
- ปวดมากจนรบกวนการนอน
การปล่อยอาการเหล่านี้ไว้อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อเข่าเพิ่มขึ้น หรือพลาดการวินิจฉัยโรคที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน
แนวทางการรักษาเบื้องต้น (KEY MESSAGE)
- กลุ่มบาดเจ็บจากกีฬา: ปรับกิจกรรม, พักการใช้งาน, กายภาพบำบัด หรือพิจารณาผ่าตัดส่องกล้องในรายที่เอ็นหรือหมอนรองเข่าฉีกขาดรุนแรง
- กลุ่มข้อเข่าเสื่อม: เริ่มต้นจากการลดน้ำหนัก, ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อต้นขา, กายภาพบำบัด, ยา, การฉีดยา/หัตถการลดปวด และพิจารณาผ่าตัดเมื่อเสื่อมรุนแรง
- กลุ่มข้ออักเสบ (เกาต์/เกาต์เทียม): ควบคุมการอักเสบด้วยยาเฉพาะทางและปรับพฤติกรรม
- กลุ่มโรคเร่งด่วน (ข้อติดเชื้อ/กระดูกหัก): ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ทันที
Key Message: อาการปวดเข่าไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ หรือมีอาการรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ
สรุป
อาการปวดเข่าไม่ได้เกิดจากข้อเข่าเสื่อมเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากเอ็น หมอนรองเข่า กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ โรคเกาต์ โรคเกาต์เทียม หรือโรคข้ออักเสบได้ การสังเกตอายุ ตำแหน่งที่ปวด ประวัติการบาดเจ็บ ลักษณะอาการ และอาการร่วมต่าง ๆ จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยสาเหตุได้อย่างแม่นยำ และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
เอกสารอ้างอิง (References)
- Bunt CW, Jonas CE, Chang JG. Knee Pain in Adults and Adolescents: The Initial Evaluation. American Family Physician. 2018;98(9):576-585.
- Xu H, Zhao G, Xia F, Liu X, Gong L, Wen X. Diagnosis and Treatment of Common Knee Injuries: A Review. Theoretical and Natural Science. 2025;90(1):116-122. doi:10.54254/2753-8818/2025.GU21053.
- Willy RW, Hoglund LT, Barton CJ, Logerstedt DS, Lynch AD, McDonough CM, et al. Patellofemoral Pain Clinical Practice Guideline Linked to the International Classification of Functioning, Disability and Health From the Academy of Orthopaedic Physical Therapy of the American Physical Therapy Association. Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy. 2019;49(9):CPG1-CPG95.
- Richette P, Doherty M, Pascual E, Barskova V, Becce F, Castañeda-Sanabria J, et al. 2018 Updated European League Against Rheumatism (EULAR) Evidence-Based Recommendations for the Diagnosis of Gout. Annals of the Rheumatic Diseases. 2020;79(1):31-38.
- Zhang W, Doherty M, Bardin T, Barskova V, Guerne PA, Jansen TL, et al. EULAR Recommendations for Calcium Pyrophosphate Deposition (CPPD) Disease. Annals of the Rheumatic Diseases. 2011;70(4):571-575.