โรคปวดซับซ้อนเฉพาะที่ (Complex Regional Pain Syndrome: CRPS)

سبتمبر 15, 2026
บทความโดย :

โรคปวดซับซ้อนเฉพาะที่ (Complex Regional Pain Syndrome: CRPS)

Complex Regional Pain Syndrome (CRPS): A Network Disorder Approach
Complex Regional Pain Syndrome (CRPS) หรือโรคปวดซับซ้อนเฉพาะที่ คือภาวะปวดเรื้อรังที่มักเกิดขึ้นบริเวณแขน มือ ขา หรือเท้า โดยมักตามหลังการบาดเจ็บ, การผ่าตัด, กระดูกหัก, ข้อแพลง หรือแม้แต่อุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ สิ่งที่ทำให้โรคนี้แตกต่างและท้าทายอย่างมากคือ “ความปวดที่รุนแรงเกินกว่าความเสียหายของเนื้อเยื่อที่พบจริง” แม้แผลหรือกระดูกจะหายสนิทแล้ว แต่ระบบประสาทยังคงเปิดสวิตช์ส่งสัญญาณปวดค้างไว้อย่างต่อเนื่อง

ทางการแพทย์ยุคใหม่จัด CRPS เป็น “ความผิดปกติของเครือข่ายระบบประสาท” (Network Disorder) ที่ประกอบด้วยเส้นประสาทส่วนปลายไวเกิน (Peripheral Sensitization), ระบบประสาทส่วนกลางขยายสัญญาณปวดเกินจริง (Central Sensitization), ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดเพี้ยน และสมองเกิดการเรียนรู้ความปวดผิดปกติร่วมกับระบบภูมิคุ้มกันและระบบไหลเวียนเลือด

Q&A: การแบ่งชนิด และกลไกการเกิดโรค
CRPS สามารถแบ่งออกเป็นกี่ชนิด?
ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักตามเกณฑ์ทางคลินิก:

  • CRPS Type 1 (พบบ่อยที่สุด): เกิดขึ้นหลังการบาดเจ็บหรือผ่าตัด โดยไม่พบหลักฐานการฉีกขาดหรือเสียหายของเส้นประสาทเส้นใหญ่ชัดเจน (เดิมเรียกว่า Reflex Sympathetic Dystrophy; RSD)
  • CRPS Type 2: เกิดร่วมกับการบาดเจ็บหรือรอยโรคของเส้นประสาทส่วนปลายที่ตรวจพบได้อย่างชัดเจน เช่น เส้นประสาทถูกตัด, ถูกดึงรั้ง หรือบาดเจ็บจากหัตถการผ่าตัด (เดิมเรียกว่า Causalgia)

ทำไมบางคนถึงเป็นโรคนี้ ทั้งที่คนอื่นแผลหายแล้วก็ปกติ?
เนื่องจากแต่ละคนมีความไวของระบบประสาท (Nervous system dysregulation), การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน และการขยายสัญญาณปวดในสมองที่แตกต่างกัน งานวิจัยพบว่าอาจมียีนบางกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น HLA genes ที่เพิ่มความเสี่ยงให้บางรายเข้าสู่วงจรของ Chronic Pain ได้ง่ายกว่าคนทั่วไปเมื่อมีสิ่งกระตุ้น

อาการปวดสามารถ “ลาม” ได้หรือไม่?
ลามได้จริง ในผู้ป่วยบางราย โดยอาจพบการลามไปอีกข้างในลักษณะสมมาตร (Mirror-image spread), ลามไปบริเวณใกล้เคียง หรือลามไปยังตำแหน่งที่อยู่ไกลออกไปแม้ไม่มีการบาดเจ็บใหม่ ซึ่งกลไกนี้เกิดจากภาวะไวเกินของระบบประสาทส่วนกลาง (Central Sensitization) เป็นหลัก

อาการทางคลินิกและการตรวจวินิจฉัย
ผู้ป่วย CRPS จะมีอาการที่แสดงออกในหลายระบบพร้อมกันอย่างชัดเจน ดังนี้:

  • ลักษณะความปวด: ปวดรุนแรงเกินจริง, ปวดแสบร้อนคล้ายไฟช็อต หรือเกิดภาวะ Allodynia (แค่ลมพัด ผ้าโดน หรือสัมผัสเบา ๆ ก็เจ็บปวดทรมานมาก)
  • ระบบประสาทอัตโนมัติ: แขนขาบวม, สีผิวเปลี่ยน (แดง/คล้ำ), อุณหภูมิผิวหนังร้อนหรือเย็นผิดปกติสลับกัน, เหงื่อออกผิดปกติ
  • โครงสร้างและกล้ามเนื้อ: ขยับลำบาก, ข้อติด, กล้ามเนื้ออ่อนแรง/ลีบ, มือสั่น, เล็บและขนบริเวณนั้นเจริญเติบโตผิดปกติ
  • การวินิจฉัย: ปัจจุบันใช้เกณฑ์มาตรฐานสากลที่เรียกว่า Budapest Criteria เป็นหลัก ร่วมกับการแยกโรคอื่น เช่น เส้นเลือดอุดตัน หรือการติดเชื้อ โดยสามารถใช้การตรวจเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุน (แต่ไม่ใช่ตัวยืนยันเด็ดขาด) เช่น 3-Phase Bone Scan (มีความไว ~80% ความจำเพาะ 70-85% ในระยะแรก), MRI ดูภาวะบวมของกระดูกและเนื้อเยื่อ, และ EMG/NCS สำหรับยืนยันในกลุ่ม CRPS Type 2

องค์รวมการรักษา: ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งฟื้นตัวได้ดี
     เป้าหมายของการรักษา CRPS ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการทำให้ “ปวดเป็นศูนย์” แต่เน้นการคืนฟังก์ชันการใช้งาน แขนขากลับมาขยับได้ นอนหลับดีขึ้น และลดภาวะแทรกซ้อนทางจิตใจ (ซึมเศร้า/เครียดเรื้อรัง)

มิติการดูแลรักษาแนวทางการรักษาจำเพาะและนวัตกรรมระงับปวด
1. การรักษาด้วยยา• ยากลุ่มลดอาการปวดเส้นประสาท (Gabapentin, Pregabalin, Mirogabalin, Duloxetine, Amitriptyline)
• Steroid ในระยะเฉียบพลันที่มีการอักเสบชัดเจน, ยาลดการสลายกระดูก (Bisphosphonates)
• ยาทา/แผ่นแปะเฉพาะที่ และยากลุ่ม Opioids ในรายที่ปวดรุนแรงวิกฤต
2. ฟื้นฟูและฝึกสมอง• กายภาพบำบัด & กิจกรรมบำบัด: หัวใจสำคัญที่สุด เน้นการขยับแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อลดบวมและทำ Desensitization (การไม่ขยับเลยจะทำให้ข้อติดและกล้ามเนื้อลีบเร็วยิ่งขึ้น)
• Mirror Therapy & Graded Motor Imagery (GMI): การใช้กระจกและจินตภาพฝึกสมองเพื่อปรับการรับรู้และลบวงจรความปวดผิดปกติในสมอง
3. หัตถการระงับปวด
(Sympathetic Block)
• Stellate Ganglion Block: ฉีดยาชาบล็อกปมประสาทซิมพาเทติกสำหรับอาการปวดช่วงแขนและมือ
• Lumbar Sympathetic Block: สำหรับอาการปวดช่วงขาและเท้า
• T2/T3 Sympathetic Block: หัตถการขั้นสูงเพื่อครอบคลุมอาการปวดที่ปลายมือ/ปลายนิ้วได้ดีกว่า Stellate block เนื่องจากเส้นประสาทบางส่วนแยกมาจาก Upper thoracic ganglia โดยตรง
4. นวัตกรรมขั้นสูง
(Advanced Therapies)
• Ketamine Infusion: การให้ยาคีตามีนทางหลอดเลือดดำเพื่อยับยั้ง NMDA Receptor ทำหน้าที่ล้างระบบ (Reset) สัญญาณประสาทที่ไวเกินจากภาวะ Severe Central Sensitization
• Neuromodulation (SCS & DRG): การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าบริเวณไขสันหลัง โดยเฉพาะนวัตกรรมใหม่อย่าง Dorsal Root Ganglion (DRG) Stimulation ที่สามารถล็อกเป้าหมายระงับปวดเฉพาะจุด (เช่น มือ, เท้า, ข้อเท้า) ได้แม่นยำและมีอัตราความสำเร็จสูงกว่าระบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
5. การบำบัดจิตใจ• การทำ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) หรือจิตวิทยาความปวด (Pain Psychology) เพื่อตัดวงจรความเครียด ความวิตกกังวล และความกลัวการเคลื่อนไหว (Kinesiophobia) ที่เป็นตัวกระตุ้นให้โรคกำเริบ

Q&A: ถ้าต้องผ่าตัดซ้ำในอนาคต มีโอกาสกลับมาเป็นอีกไหม?
     มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะการผ่าตัดในบริเวณเดิม เนื่องจากระบบประสาทเคยมีประวัติไวต่อสิ่งกระตุ้น (Hyper-reactive) อย่างไรก็ตาม สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้ด้วยการวางแผนระงับปวดก่อนและหลังผ่าตัดที่ดีร่วมกับทีมแพทย์เฉพาะทาง และเริ่มกระบวนการกายภาพฟื้นฟูให้เร็วที่สุด

เอกสารอ้างอิง (References)
Harden RN, et al. Complex Regional Pain Syndrome: Practical Diagnostic and Treatment Guidelines, 5th Edition. Pain Med. 2022.
Bruehl S. Complex regional pain syndrome. BMJ. 2015.
Birklein F, Schlereth T. Complex regional pain syndrome-significant progress in understanding. Pain. 2015.
Lii TR, Singh V. Ketamine for Complex Regional Pain Syndrome: A Narrative Review Highlighting Dosing Practices and Treatment Response. Anesthesiol Clin. 2023.
Schwartzman RJ, et al. Outpatient intravenous ketamine for CRPS. Pain. 2009.
Sigtermans MJ, et al. Ketamine produces effective and long-term pain relief in CRPS. Pain. 2009.
Deer TR, et al. Best Practices for Dorsal Root Ganglion Stimulation for Chronic Pain. J Pain Res. 2023.
Deer TR, et al. Dorsal root ganglion stimulation yielded higher treatment success rate for CRPS and causalgia: ACCURATE Study. Pain. 2017.
Kemler MA, et al. Spinal cord stimulation in patients with chronic reflex sympathetic dystrophy. N Engl J Med. 2000.
Stanton-Hicks M, et al. Reflex sympathetic dystrophy: changing concepts and taxonomy. Pain. 1995.
Bussa M, et al. Complex regional pain syndrome type I: a comprehensive review. Acta Anaesthesiol Scand. 2015.
Goebel A, et al. The Valencia consensus-based adaptation of the IASP complex regional pain syndrome diagnostic criteria. Pain. 2021.
Van Eijs F, et al. Evidence-based interventional pain medicine according to clinical diagnoses: CRPS. Pain Pract. 2011.
Gharibo C. CRPS Gets a New Guideline: Focusing on the Chronic State, ASIPP resets diagnostic criteria. 2025.