การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Arthroplasty; THA) เป็นการรักษาที่ช่วยลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อสะโพก และเพิ่มคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยที่มีข้อสะโพกเสื่อม กระดูกหัวสะโพกตาย หรือข้อสะโพกได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จนส่งผลต่อการเดิน การลุกนั่ง และการใช้ชีวิตประจำวัน
เมื่อศัลยแพทย์แนะนำให้ผ่าตัด ผู้ป่วยหลายคนมักมีคำถาม เช่น:
- ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
- ต้องงดอาหารและน้ำกี่ชั่วโมง?
- ยาประจำต้องหยุดหรือไม่?
- ต้องดมยาสลบหรือเปล่า?
- ผ่าตัดนานไหม?
- จะเสียเลือดมากหรือไม่?
- หลังผ่าตัดจะเจ็บมากไหม?
- ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน?
- เมื่อไรจึงจะกลับมาเดินได้ตามปกติ?
ข่าวดีคือ ปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกมีการพัฒนาอย่างมาก ทั้งเทคนิคการผ่าตัด การระงับความรู้สึก การลดการเสียเลือด การควบคุมอาการปวด และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเริ่มลุกเดินได้ภายในวันเดียวกันหรือภายใน 24 ชั่วโมงแรก และกลับบ้านได้ภายในประมาณ 2-3 วัน หากการฟื้นตัวเป็นไปตามแผน
แม้ว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก โดยเฉพาะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกซ้ำ (Revision Total Hip Arthroplasty; Revision THA) จะมีโอกาสเสียเลือดมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก แต่ปัจจุบันมีแนวทางลดการเสียเลือดและเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการรักษาอย่างปลอดภัย
Q&A: ก่อนผ่าตัด ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง?
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดที่ดี ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ลดการติดเชื้อ ลดการเสียเลือด และทำให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น
1. ประเมินสุขภาพก่อนผ่าตัด
- ก่อนวันผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจร่างกายและประเมินสุขภาพอย่างละเอียด ซึ่งโดยทั่วไปประกอบด้วยการตรวจเลือด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram; ECG) และเอกซเรย์ปอดตามข้อบ่งชี้
- การประเมินและควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคปอด และโรคไต ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย
- ในผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจาง หรือคาดว่าจะเสียเลือดมาก เช่น การผ่าตัด Revision THA ศัลยแพทย์อาจพิจารณาเตรียมเลือดไว้ล่วงหน้าตามความเหมาะสม
- หากมีการติดเชื้อ เช่น ทางเดินปัสสาวะ ในช่องปาก หรือแผลติดเชื้อ ควรได้รับการรักษาให้เรียบร้อยก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของข้อสะโพกเทียม

2. แจ้งยาและอาหารเสริมที่ใช้เป็นประจำ
- แจ้งแพทย์ทุกชนิดของยาที่ทานเป็นประจำ รวมถึงวิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพร
- แพทย์จะแนะนำการหยุดยาบางชนิดก่อนผ่าตัด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยากลุ่ม NSAIDs (ผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์)
- สำหรับผู้ที่ใช้ยารักษาเบาหวานหรือยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 receptor agonists เช่น semaglutide หรือ tirzepatide ควรแจ้งศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ทุกครั้ง เนื่องจากอาจทำให้กระเพาะอาหารว่างช้ากว่าปกติ และอาจต้องปรับแผนการงดอาหารหรือการระงับความรู้สึก
3. งดอาหารและน้ำก่อนผ่าตัด
- งดอาหารแข็งอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัด
- เครื่องดื่มใส เช่น น้ำเปล่า สามารถดื่มได้จนถึงประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนการระงับความรู้สึก (เพื่อลดความเสี่ยงจากการสำลักอาหารหรือน้ำเข้าปอดระหว่างการให้ยาระงับความรู้สึกและผ่าตัด)
4. เตรียมร่างกายและบ้านให้พร้อม
- ฝึกเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขาตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด รวมถึงฝึกใช้อุปกรณ์ช่วยเดินล่วงหน้า
- จัดพื้นที่ในบ้านให้ปลอดภัย โล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง
- เตรียมเก้าอี้ที่มีความสูงเหมาะสม (ที่นั่งสูง ไม่เตี้ยเกินไป)
- ติดราวจับในห้องน้ำ หรือเตรียมเก้าอี้นั่งอาบน้ำ
- จัดของใช้จำเป็นให้อยู่ในระดับเอื้อมถึง
5. การเตรียมตัวและบทบาทของญาติ
- ไม่ต้องเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวมา โรงพยาบาลมีบริการเตรียมให้ครบ แนะนำให้นำเฉพาะ บัตรประชาชน บัตรประกัน และยาประจำตัวมาเท่านั้น
- ควรมีญาติมาเฝ้าในวันผ่าตัด เพื่อรับฟังคำอธิบายจากแพทย์และพยาบาล ช่วยดูแลหลังผ่าตัด และพากลับบ้าน
Q&A: วันผ่าตัด จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
ขั้นตอนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Replacement) ได้รับการวางแผนอย่างเป็นระบบ ดังนี้:
- Admit เข้ารับการรักษา: ตรวจสอบเอกสาร ประวัติการรักษา วัดสัญญาณชีพ แพทย์อธิบายขั้นตอนผ่าตัดและลงนามในใบยินยอม ญาติรับฟังคำแนะนำ
- การระงับความรู้สึกโดยวิสัญญีแพทย์: ส่วนใหญ่ทำ Spinal anesthesia (ฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลัง) เพื่อระงับความรู้สึกตั้งแต่ช่วงเอวลงไป ร่วมกับการให้ยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ เพื่อให้ผ่อนคลาย หลับสบายตลอดการผ่าตัด และมีการเฝ้าระวังสัญญาณชีพตลอดเวลา
- PENG Block ลดปวดหลังผ่าตัด: แพทย์ทำ Pericapsular Nerve Group Block (PENG block) โดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์นำทาง ช่วยลดปวดบริเวณสะโพกและต้นขาด้านหน้าหลังผ่าตัด ทำให้ฟื้นตัวเร็ว ลดการใช้มอร์ฟีน และลุกเดินได้เจ็บปวดน้อยลง
- ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม: นำผิวข้อที่เสื่อมออกและใส่ข้อสะโพกเทียมโดยศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทาง ใช้เวลาผ่าตัดโดยเฉลี่ยประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง (หากเป็นการผ่าตัด Revision THA อาจใช้เวลานานกว่า)
- PACU พักฟื้นหลังผ่าตัด: เฝ้าระวังสัญญาณชีพและอาการหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิดในห้องพักฟื้นประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อสัญญาณชีพคงที่และอาการปวดควบคุมได้ดี จะย้ายกลับห้องพักผู้ป่วย
- เริ่มลุกเดินภายในวันผ่าตัด: เมื่อกลับห้องพัก ความดันโลหิตปกติ และขาเริ่มหายชา นักกายภาพบำบัดจะประเมินและเริ่มช่วยให้ลุกนั่ง ยืน และฝึกเดินด้วย Walker

การเสียเลือดและการให้เลือด
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกมีโอกาสเสียเลือดมากกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า โดยเฉพาะในผู้ป่วย Revision THA ปัจจุบันทีมผ่าตัดใช้หลายวิธีเพื่อลดการเสียเลือด เช่น การให้ยา Tranexamic Acid (TXA) การห้ามเลือดอย่างประณีต และการติดตามระดับฮีโมโกลบิน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องได้รับเลือด เว้นแต่กรณีเสียเลือดมาก มีภาวะซีดเดิม หรือมีโรคหัวใจร่วมด้วย
Q&A: หลังผ่าตัด จะเริ่มเดินได้เมื่อไร?
- การควบคุมอาการปวด: ใช้การดูแลแบบผสมผสาน (Multimodal Pain Management) ทั้งยา Paracetamol, NSAIDs/COX-2 inhibitors และผลจาก PENG block ช่วยให้เจ็บน้อยลงและฟื้นตัวเร็ว
- การป้องกันการติดเชื้อ: ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำก่อนผ่าตัดและต่อเนื่องหลังผ่าตัดตามความเหมาะสม พร้อมดูแลแผลอย่างปลอดเชื้อ
- การป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน: ส่งเสริมให้เริ่มลุกเดินโดยเร็ว ขยับข้อเท้า ใช้อุปกรณ์ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และให้ยาป้องกันลิ่มเลือดในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้
- เริ่มกายภาพบำบัดตั้งแต่ระยะแรก: นักกายภาพบำบัดจะช่วยให้ลุกนั่ง ยืน และฝึกเดินด้วย Walker ภายในวันเดียวกันหรือภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด ฝึกเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขา ฝึกลุกจากเตียง นั่งเก้าอี้ เข้าห้องน้ำ และขึ้นลงบันได
(หากควบคุมอาการปวดได้ดี เดินได้ปลอดภัย รับประทานอาหารได้ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ภายใน 2-3 วัน)
Q&A: กลับบ้านแล้ว ร่างกายจะฟื้นตัวอย่างไร? (Recovery Timeline)
- 24 ชั่วโมงแรก: เริ่มลุกนั่ง ยืน และฝึกเดินด้วย Walker เดินในห้องหรือทางเดินสั้น ๆ หลายครั้งต่อวัน
- สัปดาห์ที่ 1: อาจมีอาการปวด ตึง บวมเล็กน้อย เดินภายในบ้านด้วย Walker หรือไม้เท้าตามคำแนะนำ รับประทานยาและประคบเย็น
- สัปดาห์ที่ 2: แผลผ่าตัดเริ่มสมานดีขึ้น อาการปวดและบวมลดลง เดินได้คล่องขึ้น ทำกิจวัตรประจำวันง่าย ๆ ได้มากขึ้น นัดตรวจแผลและประเมินการฟื้นตัวกับแพทย์
- ประมาณ 6 สัปดาห์: เดินได้ดีขึ้น หลายรายเริ่มเปลี่ยนจาก Walker เป็นไม้เท้า หรือเดินโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน (หากแพทย์อนุญาต) สามารถกลับไปทำงานออฟฟิศ ขับรถ หรือทำกิจกรรมเบา ๆ ได้
- ประมาณ 3 เดือน: กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบปกติ เดินได้ไกลขึ้น ขึ้นลงบันไดได้คล่องขึ้น อาการปวดก่อนผ่าตัดมักหายไปอย่างชัดเจน
- 6 เดือน ถึง 1 ปี: ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และความมั่นใจในการเดินกลับมาใกล้เคียงปกติ เห็นผลการรักษาอย่างเต็มที่

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบหลังผ่าตัด
แม้ว่าการผ่าตัดจะมีอัตราความสำเร็จสูง แต่ยังอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น:
- การติดเชื้อของข้อสะโพกเทียม
- ลิ่มเลือดอุดตันที่ขา
- ข้อสะโพกหลุด
- กระดูกรอบข้อเทียมหัก
- ความยาวขาไม่เท่ากัน
- ข้อสะโพกเทียมหลวมในระยะยาว
Q&A: เมื่อไรควรรีบกลับมาพบแพทย์?
ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันทีหากมีอาการดังต่อไปนี้:
- มีไข้สูง หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
- แผลผ่าตัดบวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีน้ำไหลจากแผล
- ปวดสะโพกรุนแรงขึ้น หรือปวดมากผิดปกติ
- น่องบวม ปวดน่อง หรือขาบวมเพียงข้างเดียว
- หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือไอเป็นเลือด
- สะโพกผิดรูป ขาสั้นลงทันที หรือไม่สามารถลงน้ำหนักได้หลังหกล้ม
- มีอาการชาหรืออ่อนแรงของขาที่ไม่ดีขึ้นหลังฤทธิ์ยาชาหมด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- นอนตะแคงได้เมื่อไร?: สามารถเริ่มนอนตะแคงได้เมื่อแผลเริ่มหายดีและอาการปวดลดลง ในช่วงแรกควรใช้หมอนรองระหว่างขาเพื่อช่วยจัดแนวสะโพก
- ขับรถได้เมื่อไร?: โดยทั่วไปประมาณ 4-6 สัปดาห์หลังผ่าตัด เมื่อควบคุมรถได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วง และแพทย์อนุญาตแล้ว
- ขึ้นลงบันไดได้เมื่อไร?: เริ่มฝึกกับนักกายภาพบำบัดได้ตั้งแต่พักรักษาในโรงพยาบาล เมื่อกลับบ้านสามารถขึ้นลงได้หากมีราวจับและมีผู้ดูแลช่วยดูความปลอดภัย
- ขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไร?: เดินทางได้เมื่อแผลหายดีและแพทย์ประเมินว่าปลอดภัย หากเดินทางไกลควรขยับข้อเท้า ลุกเดินเป็นระยะ และสวมถุงน่องป้องกันลิ่มเลือดตามคำแนะนำ
- หลังผ่าตัดต้องหลีกเลี่ยงท่าอะไรบ้าง?: ในช่วง 6-12 สัปดาห์แรก (โดยเฉพาะการผ่าตัดแบบ Posterior approach) ควรหลีกเลี่ยง:
- งอสะโพกมากกว่า 90 องศา (เช่น นั่งเก้าอี้เตี้ย นั่งยอง ๆ ก้มหยิบของจากพื้น)
- นั่งไขว่ห้าง
- บิดสะโพกอย่างรวดเร็วขณะหมุนตัว
- หมุนปลายเท้าและขาเข้าด้านในมากเกินไป
(ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดด้วยเทคนิค Direct Anterior Approach: DAA มักมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวน้อยกว่า)
สรุป
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Arthroplasty; THA) เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพในการลดอาการปวดและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ด้วยเทคนิคยุคใหม่และการระงับปวดด้วย PENG block ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเริ่มลุกเดินได้ภายในวันเดียวกันหรือภายใน 24 ชั่วโมงแรก และกลับบ้านได้ภายในประมาณ 2-3 วัน การเตรียมตัวที่ดีและการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและทำให้ฟื้นตัวได้อย่างมั่นใจ
เอกสารอ้างอิง (References)
- American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Management of Osteoarthritis of the Hip: Evidence-Based Clinical Practice Guideline. Rosemont, IL: American Academy of Orthopaedic Surgeons; 2023.
- Hannon CP, Delanois RE, Nandi S, Fillingham YA, et al. American Academy of Orthopaedic Surgeons Clinical Practice Guideline Summary: Management of Osteoarthritis of the Hip. J Am Acad Orthop Surg. 2024;32(20):e1027-e1034. doi:10.5435/JAAOS-D-24-00420.
- Wainwright TW, Gill M, McDonald DA, et al. Consensus statement for perioperative care in total hip replacement: Enhanced Recovery After Surgery (ERAS®) Society recommendations. Acta Orthop. 2020;91(1):3-19. doi:10.1080/17453674.2019.1683790.
- American Association of Hip and Knee Surgeons (AAHKS). Patient Education: Total Hip Replacement. American Association of Hip and Knee Surgeons.
- Soffin EM, YaDeau JT, et al. Evidence Review Conducted for the AAHKS/AAOS Clinical Practice Guideline on Anesthesia in Total Joint Arthroplasty. J Arthroplasty. 2022;37(Suppl 7):S17-S21.
- Girón-Arango L, Peng PWH, Chin KJ, et al. Pericapsular Nerve Group (PENG) Block for Hip Fracture. Reg Anesth Pain Med. 2018;43(8):859-863.
- American Society of Anesthesiologists. Practice Guidelines for Preoperative Fasting and the Use of Pharmacologic Agents to Reduce the Risk of Pulmonary Aspiration. Anesthesiology. 2023.
- American Society of Anesthesiologists, American Gastroenterological Association, American Society for Metabolic and Bariatric Surgery, et al. Multi-Society Clinical Practice Guidance for Perioperative Management of Patients Receiving GLP-1 Receptor Agonists. 2024.
- Fillingham YA, Ramkumar DB, Jevsevar DS, et al. The Efficacy of Tranexamic Acid in Total Hip Arthroplasty: A Network Meta-analysis. J Arthroplasty. 2018;33(10):3083-3089.
- American Academy of Orthopaedic Surgeons. Diagnosis and Prevention of Periprosthetic Joint Infections: Evidence-Based Clinical Practice Guideline. Rosemont, IL: American Academy of Orthopaedic Surgeons; 2019.
- Learmonth ID, Young C, Rorabeck C. The Operation of the Century: Total Hip Replacement. Lancet. 2007;370(9597):1508-1519.
- Rehabilitation for Total Hip Arthroplasty: A Systematic Review. Am J Phys Med Rehabil. 2022. doi:10.1097/PHM.0000000000002007.
- Elmoghazy AD, Lindner N, Tingart M, Salem KH. Conventional versus fast track rehabilitation after total hip replacement: A randomized controlled trial. J Orthop Trauma Rehabil. 2022;29(1). doi:10.1177/22104917221076501.