ข้อเข่าเสื่อม…เมื่อไหร่ควรผ่าตัด? รู้จักการผ่าตัดข้อเข่าแต่ละแบบ เลือกแบบไหนจึงเหมาะกับคุณ

10 月 22, 2026
บทความโดย :
Dr. Nattaya Udomsakdi

หลายคนที่เป็นข้อเข่าเสื่อมมักมีคำถามคล้ายกัน:

  • ปวดเข่าแค่ไหนถึงควรผ่าตัด?
  • ยังเดินได้อยู่ จำเป็นต้องเปลี่ยนข้อเข่าเทียมหรือไม่?
  • การผ่าตัดข้อเข่ามีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร?
  • ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ (Robot-assisted Surgery) ดีกว่าการผ่าตัดแบบเดิมจริงหรือไม่?
  • ข้อเข่าเทียมทำจากวัสดุอะไร และใช้งานได้นานแค่ไหน?

คำถามเหล่านี้ไม่มีคำตอบที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะการเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นระยะของข้อเข่าเสื่อม ตำแหน่งของกระดูกอ่อนที่สึกหรอ ความผิดรูปของข้อเข่า อายุ ระดับการใช้งาน รวมถึงความคาดหวังของผู้ป่วยหลังการรักษา

ผู้ป่วยบางรายยังสามารถควบคุมอาการได้ดีด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ขณะที่บางรายแม้อายุยังไม่มากแต่มีข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ปวดทุกวัน เดินได้ไม่ไกล หรือเริ่มมีขาโก่งผิดรูป การผ่าตัดจึงอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น

เข้าใจ “ข้อเข่าเสื่อม” พยาธิสภาพและระยะของโรค

พยาธิสภาพในการเกิดข้อเข่าเสื่อม (Pathophysiology)

  1. ปัจจัยกระตุ้น: อายุที่เพิ่มขึ้น, น้ำหนักเกิน, ใช้งานข้อเข่ามากเกินไป, การบาดเจ็บ, พันธุกรรม หรือความผิดปกติของแนวขา
  2. การเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์: เซลล์กระดูกอ่อนถูกทำลาย, สารอักเสบเพิ่มขึ้น (Inflammatory cytokines), การสร้างกระดูกอ่อนลดลง
  3. การเสื่อมของโครงสร้างข้อ: กระดูกอ่อนบางลง แตกเป็นรอย, กระดูกใต้ผิวข้อหนาและเกิดกระดูกงอก, เยื่อบุข้ออักเสบ มีน้ำในข้อ, เอ็นและกล้ามเนื้อรอบข้ออ่อนแรง
  4. อาการที่เกิดขึ้น: ปวดเข่า โดยเฉพาะเวลาขยับ, ข้อฝืด ติดขัด เคลื่อนไหวลำบาก, ข้อเข่าโก่ง/ผิดรูป, คุณภาพชีวิตลดลง
  5. นำไปสู่ข้อเข่าเสื่อม: การดำเนินโรคต่อเนื่อง หากไม่ได้รับการดูแล จะทำให้ข้อเข่าเสื่อมมากขึ้นเรื่อย ๆ

ระยะของข้อเข่าเสื่อม (Kellgren-Lawrence Grading)

  • ระยะที่ 1 เริ่มต้น (Mild): กระดูกอ่อนเริ่มบาง ผิวข้อยังเรียบปกติ ภาพเอกซเรย์ช่องข้อปกติ อาจเห็นกระดูกงอกเล็กน้อย
  • ระยะที่ 2 เล็กน้อย (Mild): กระดูกอ่อนบางลง รอยแตกเริ่มเกิดขึ้นเล็กน้อย ช่องข้อแคบลงเล็กน้อย เริ่มมีกระดูกงอก
  • ระยะที่ 3 ปานกลาง (Moderate): กระดูกอ่อนบางลงมาก รอยแตกชัดเจน ช่องข้อแคบลงปานกลาง กระดูกงอกชัดเจน
  • ระยะที่ 4 ค่อนข้างรุนแรง (Severe): กระดูกอ่อนเกือบหมด ช่องข้อแคบชัดเจน มีกระดูกงอกมาก เยื่อบุข้ออักเสบ
  • ระยะที่ 5 รุนแรงมาก (End-stage): กระดูกอ่อนหายไปหมด กระดูกเสียดสีกันโดยตรง ข้อผิดรูปชัดเจน ช่องข้อแคบมากหรือหายไป

ปัจจุบัน การรักษาข้อเข่าเสื่อมไม่ได้มีเพียงการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมดเหมือนที่หลายคนเข้าใจ แต่มีทางเลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่การผ่าตัดปรับแนวกระดูก (High Tibial Osteotomy; HTO) การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty; UKA) ไปจนถึงการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (Total Knee Arthroplasty; TKA) ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อบ่งชี้แตกต่างกัน

ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีการผ่าตัดก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางแผนผ่าตัดด้วยภาพสามมิติ การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robot-assisted Knee Arthroplasty) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวางตำแหน่งข้อเข่าเทียม รวมถึงการพัฒนาวัสดุของข้อเข่าเทียมให้แข็งแรง ทนต่อการสึกหรอ และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการผ่าตัดแบบใดที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน การเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมจำเป็นต้องอาศัยการประเมินทั้งอาการ ผลการตรวจร่างกาย ภาพเอกซเรย์ ลักษณะการเสื่อมของข้อเข่า และเป้าหมายในการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน

เมื่อไหร่ควรผ่าตัดข้อเข่า?

การตัดสินใจผ่าตัดไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาพเอกซเรย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพิจารณาร่วมกันระหว่างอาการของผู้ป่วย ผลการตรวจร่างกาย ภาพถ่ายรังสี และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต

โดยทั่วไป แพทย์มักพิจารณาการผ่าตัดเมื่อมีข้อบ่งชี้หลายข้อร่วมกัน ได้แก่:

  • ปวดเข่าต่อเนื่อง แม้ได้รับการรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสมแล้ว
  • ปวดมากจนรบกวนการเดิน การขึ้นลงบันได หรือการใช้ชีวิตประจำวัน
  • มีอาการปวดขณะพัก หรือปวดจนรบกวนการนอนหลับ
  • ข้อเข่าผิดรูป เช่น ขาโก่ง (Varus deformity) หรือเข่าโก่งออก (Valgus deformity) มากขึ้น
  • ข้อเข่าฝืด งอหรือเหยียดได้ไม่สุด ทำให้การเคลื่อนไหวลำบาก
  • ภาพเอกซเรย์แสดงข้อเข่าเสื่อมรุนแรง และสอดคล้องกับอาการของผู้ป่วย
  • คุณภาพชีวิตลดลงอย่างชัดเจน ไม่สามารถทำงาน ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่เคยทำได้

ในทางตรงกันข้าม หากภาพเอกซเรย์พบข้อเข่าเสื่อม แต่ผู้ป่วยยังมีอาการเพียงเล็กน้อย เดินได้ตามปกติ และตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัด การผ่าตัดอาจยังไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงเวลานั้น

ข้อสำคัญ: ไม่ควรรอจนข้อเข่าเสียหายมากเกินไปก่อนจึงค่อยผ่าตัด เพราะเมื่อโรคลุกลาม ผู้ป่วยอาจมีขาโก่งมากขึ้น เอ็นรอบข้อเข่าหย่อน กล้ามเนื้อต้นขาฝ่อลีบ หรือข้อเข่าติดแข็ง ทำให้การผ่าตัดซับซ้อนขึ้น การฟื้นตัวใช้เวลานานขึ้น และผลลัพธ์หลังผ่าตัดอาจไม่ดีเท่าการรักษาในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ทำไมผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมจึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเหมือนกันทุกคน?

ก่อนเลือกวิธีผ่าตัด ศัลยแพทย์จะประเมินหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่:

  • ข้อเข่าเสื่อมอยู่บริเวณใดของข้อเข่า
  • กระดูกอ่อนสึกหรอมากน้อยเพียงใด
  • มีการเสื่อมเพียงช่องข้อเดียว หรือหลายช่องข้อ
  • ข้อเข่าโก่งหรือผิดรูปมากน้อยเพียงใด
  • เอ็นรอบข้อเข่ายังแข็งแรงหรือไม่ โดยเฉพาะเอ็นไขว้หน้า (ACL) และเอ็นด้านข้าง
  • อายุ ระดับการใช้งาน น้ำหนักตัว และความคาดหวังของผู้ป่วย

ข้อเข่าของเราประกอบด้วย 3 ช่องข้อหลัก ได้แก่:

  1. Medial compartment (ด้านใน): รับน้ำหนักมากที่สุด และมักเริ่มเสื่อมที่บริเวณนี้ก่อน
  2. Lateral compartment (ด้านนอก)
  3. Patellofemoral compartment (ระหว่างลูกสะบ้ากับกระดูกต้นขา)

การผ่าตัดข้อเข่าเสื่อมมีกี่แบบ?

ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 วิธีหลัก ได้แก่:

  1. High Tibial Osteotomy (HTO) – การผ่าตัดปรับแนวกระดูก
  2. Unicompartmental Knee Arthroplasty (UKA) – การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน
  3. Total Knee Arthroplasty (TKA) – การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด

1. High Tibial Osteotomy (HTO)

การผ่าตัดปรับแนวกระดูกหน้าแข้ง: เหมาะสำหรับผู้ป่วยอายุน้อยที่ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

  • หลักการ: ตัดและปรับแนวกระดูกหน้าแข้ง (Proximal Tibia) เปิดกระดูกด้านในเป็นลิ่ม โดยเหลือด้านนอกไว้เป็นบานพับ (hinge) เพื่อเปลี่ยนแนวแกนรับน้ำหนักจากด้านในที่เสื่อม ไปยังด้านนอกของข้อเข่าซึ่งยังมีสภาพดี ยึดตรึงด้วยแผ่นโลหะ สกรู และวัสดุรองกระดูก (Bone graft) ช่วยลดแรงกด ลดปวด และชะลอการเสื่อม
  • ผู้ป่วยที่เหมาะกับ HTO:
  • อายุค่อนข้างน้อย (โดยทั่วไปอายุน้อยกว่า 60 ปี)
  • มีข้อเข่าเสื่อมเฉพาะด้านในของข้อเข่า (Medial compartment OA)
  • มีภาวะขาโก่ง (Varus deformity)
  • เอ็นไขว้หน้า (ACL) และเอ็นรอบข้อยังทำงานได้ดี
  • ยังต้องการทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬาในระดับค่อนข้างสูง
  • น้ำหนักตัวไม่มากจนเกินไป (BMI ไม่สูงมาก)
  • ข้อดี: รักษาข้อเข่าธรรมชาติไว้, ชะลอความจำเป็นในการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมออกไปได้ 5-10 ปีหรือมากกว่า, สามารถกลับไปทำกิจกรรมที่ใช้แรงได้มากกว่าการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม, หากเสื่อมมากขึ้นในอนาคตยังสามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้
  • ข้อจำกัด: ไม่เหมาะกับข้อเสื่อมหลายช่องข้อ, ต้องใช้เวลาให้กระดูกติดหลังผ่าตัด จึงใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า UKA

2. Unicompartmental Knee Arthroplasty (UKA)

การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน: ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมเฉพาะด้าน

  • หลักการ: เปลี่ยนเฉพาะผิวข้อที่สึกหรอ (ส่วนใหญ่เป็นด้านใน) โดยยังคงกระดูก กระดูกอ่อนส่วนที่ปกติ และเอ็นสำคัญของข้อเข่า โดยเฉพาะเอ็นไขว้หน้า (ACL) ไว้
  • ผู้ป่วยที่เหมาะกับ UKA:
  • ข้อเข่าเสื่อมจำกัดเพียง 1 ช่องข้อ
  • เอ็นไขว้หน้า (ACL) และเอ็นรอบข้อยังปกติ
  • อายุ 50-75 ปี
  • ข้อเข่าไม่ผิดรูปมาก และยังเคลื่อนไหวได้ดี
  • ไม่มีข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • ข้อดี: แผลผ่าตัดเล็กกว่า, สูญเสียเลือดน้อยกว่า, ปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่า, ฟื้นตัวและกลับมาเดินได้เร็วกว่า, รู้สึกเป็นข้อเข่าธรรมชาติมากกว่า

เปรียบเทียบผลลัพธ์ UKA: ใช้หุ่นยนต์ (Robot-Assisted UKA) vs ไม่ใช้หุ่นยนต์ (Conventional UKA)

(อ้างอิงงานวิจัยและเมตา-วิเคราะห์ ปี 2023-2025)

หัวข้อเปรียบเทียบ 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdfใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robot-Assisted UKA) 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdfไม่ใช้หุ่นยนต์ (Conventional UKA) 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdfหลักฐานล่าสุด (2023-2025) 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdf
ความแม่นยำในการวางแนวและตำแหน่งข้อเทียมแม่นยำกว่าอย่างชัดเจน (ความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า) ★★★★★แม่นยำดี แต่แปรปรวนมากกว่า ★★★★☆Meta-analysis 2023-2024 พบว่า Robot แม่นยำและคาดเดาได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
การจัดแนวข้อ (Alignment)ดีกว่าแปรปรวนมากกว่าBone & Joint J 2024, SICOT-J 2024, EFORT Open Rev 2024
Overcorrection (การแก้ไขแนวมากเกินไป)น้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
การดุลเนื้อเยื่ออ่อน (Soft tissue balance)ดีกว่าและสม่ำเสมอกว่าพึ่งพาประสบการณ์ของศัลยแพทย์ประเมินแบบ Real-time
อัตราการผ่าตัดแก้ไขในระยะแรก (Early revision)ต่ำกว่า (ลดความเสี่ยง 30-40%)สูงกว่ามีความคงทนและปลอดภัยสูง
Learning curveสั้นกว่า ทำจำนวนเคสน้อยก็ได้ผลดียาวกว่า ต้องอาศัยประสบการณ์มากกว่าRobot ช่วยลด learning curve ชัดเจน
Function & PROMs / Patient satisfactionดีกว่าเล็กน้อยในปีแรก สูงกว่าเล็กน้อยดีแตกต่างเล็กน้อยแต่มีแนวโน้มดีกว่า
อายุการใช้งานข้อเทียม (Long-term survivorship)แนวโน้มดีกว่า ข้อมูล 5-10 ปีเริ่มสนับสนุนดีข้อมูลเริ่มมีทิศทางดีกว่า แต่ยังต้องติดตามระยะยาวต่อ (>10 ปี)

สรุป UKA: Robot UKA มีหลักฐานสนับสนุนเด่นชัดมาก เนื่องจาก UKA ต้องอาศัยความแม่นยำของการตัดกระดูกและการจัดแนวข้อเทียมสูงมาก การใช้หุ่นยนต์จึงช่วยลดความคลาดเคลื่อน ลด overcorrection และ early revision ได้อย่างมีนัยสำคัญ

3. Total Knee Arthroplasty (TKA)

การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด: มาตรฐานการรักษาสำหรับข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง

  • หลักการ: ตัดแต่งปลายกระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง และลูกสะบ้าออกบางส่วน แล้วใส่ชิ้นส่วนข้อเทียมทดแทนครบทั้ง 3 ส่วน โดยมีแผ่นพลาสติกกั้นกลาง
  • ผู้ป่วยที่เหมาะกับ TKA:
  • ข้อเข่าเสื่อมหลายช่องข้อ หรือเสื่อมรุนแรงทุกช่องข้อ
  • ปวดมาก รบกวนคุณภาพชีวิต แม้รักษาแบบอื่นแล้วไม่ได้ผล
  • มีความผิดรูปของแนวขามาก ข้อฝืด เคลื่อนไหวได้จำกัด
  • อายุ 60-80 ปีขึ้นไป (ปัจจุบันแม้อายุน้อยก็ทำได้หากจำเป็น)
  • ข้อดี: ลดอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อมรุนแรงได้ดีมาก, ผลลัพธ์ระยะยาวมั่นคง มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนทั่วโลก, อัตราการใช้งานยาวนานมากกว่า 90-95% ที่ 15-20 ปี

เปรียบเทียบผลลัพธ์ TKA: ใช้หุ่นยนต์ (Robot-Assisted TKA) vs ไม่ใช้หุ่นยนต์ (Conventional TKA)

(อ้างอิงงานวิจัยและเมตา-วิเคราะห์ ปี 2023-2025)

หัวข้อเปรียบเทียบ 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdfใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robot-Assisted TKA) 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdfไม่ใช้หุ่นยนต์ (Conventional TKA) 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdfหลักฐานล่าสุด (2023-2025) 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdf
ความแม่นยำในการตัดกระดูก และจัดแนวข้อแม่นยำกว่าอย่างชัดเจน (ลด outlier ได้ดี) ★★★★★แม่นยำดี (ขึ้นกับประสบการณ์ของศัลยแพทย์) ★★★★☆Meta-analysis 2023-2025 ยืนยันความแม่นยำของแนวขา
การดุลเนื้อเยื่ออ่อน (Soft tissue balancing)ประเมินและปรับสมดุลแบบ Real-time สม่ำเสมอกว่าพึ่งพาประสบการณ์และความรู้สึกของศัลยแพทย์ช่วยควบคุมความตึงของเอ็นได้แม่นยำ
อาการปวดหลังผ่าตัดช่วงแรก ($\le$ 3 เดือน)น้อยกว่าเล็กน้อยมากกว่าเล็กน้อยเจ็บน้อยกว่า แต่ความแตกต่างเล็กน้อยทางคลินิก
การฟื้นตัวและการใช้งาน (PROMs ในระยะยาว)ดีกว่าเล็กน้อยในช่วง 3-6 เดือนแรกปกติส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกันเมื่อครบ 1-2 ปีขึ้นไป
ระยะเวลานอนโรงพยาบาลสั้นกว่า 0.3 – 1 วัน (เล็กน้อย)ปกติแตกต่างเล็กน้อย
ภาวะแทรกซ้อนโดยรวมไม่แตกต่างไม่แตกต่างไม่พบความแตกต่างของการติดเชื้อหรือลิ่มเลือด
อัตราการผ่าตัดแก้ไข & อายุการใช้งานข้อเทียมยังไม่แตกต่างในระยะ 5-10 ปียังไม่แตกต่างในระยะ 5-10 ปีต้องติดตามระยะยาวต่อไป (10-15 ปีขึ้นไป)

หมายเหตุสำคัญ: หากศัลยแพทย์มีประสบการณ์สูงและทำ Conventional TKA จำนวนมาก ผลลัพธ์ระยะยาวแทบไม่แตกต่างจากการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

ตารางสรุปเปรียบเทียบ: HTO vs UKA vs TKA

หัวข้อ 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdf1. HTO (ปรับแนวกระดูก) 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdf2. UKA (เปลี่ยนบางส่วน) 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdf3. TKA (เปลี่ยนทั้งข้อ) 48.ขJอเขIาเสื่อม…เมื่อไหรIควรผIาตัด? Notes_260701_185915.pdf
หลักการตัดและปรับแนวกระดูกหน้าแข้ง เพื่อกระจายน้ำหนักไปด้านนอกเปลี่ยนผิวข้อเฉพาะส่วนที่เสื่อม คงกระดูกและเอ็นส่วนที่ดีไว้เปลี่ยนผิวข้อทั้งหมดด้วยข้อเข่าเทียม
ลักษณะผู้ป่วยเสื่อมเฉพาะด้านใน, ขาโก่ง, อายุ $<60$ ปี, กิจกรรมสูงเสื่อม 1 ช่องข้อ, เอ็น ACL ปกติ, อายุ 50-75 ปีเสื่อมหลายช่องข้อ/รุนแรง, ข้อผิดรูปมาก, อายุ 60-80 ปีขึ้นไป
ข้อดีรักษาข้อธรรมชาติไว้, กลับไปใช้แรงได้มาก, ชะลอ TKAแผลเล็ก, เจ็บน้อย, เสียเลือดน้อย, ฟื้นตัวเร็ว, การเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติลดปวดได้ดีมาก, แก้ไขข้อผิดรูปได้ดี, ผลลัพธ์ระยะยาวมั่นคง
ข้อจำกัดไม่เหมาะกับเสื่อมหลายช่องข้อ, พักฟื้นนานกว่า UKAหากเสื่อมลุกลามอาจต้องเปลี่ยนเป็น TKA ในอนาคตผ่าตัดใหญ่กว่า, เสียเลือดมากกว่า, ฟื้นตัวนานกว่า UKA, เลี่ยงกีฬาแรงกระแทกสูง
การฟื้นตัวโดยทั่วไปลงน้ำหนัก: 4-6 สัปดาห์
เดินปกติ: 2-3 เดือน
เล่นกีฬา: 6-12 เดือน
ลงน้ำหนัก: 1-2 สัปดาห์
เดินปกติ: 2-6 สัปดาห์
กิจกรรมกีฬา: 3-6 เดือน
ลงน้ำหนัก: ทันทีหรือ 1-2 วัน
เดินปกติ: 4-6 สัปดาห์
กิจกรรมกีฬาเบา ๆ: 3-6 เดือน
อายุการใช้งาน / อัตราสำเร็จชะลอการทำ TKA ออกไป 5-10 ปี หรือมากกว่า85-95% ที่ 5-10 ปี (ใช้งานได้ 10-15 ปี)90-98% ที่ 5-10 ปี, 85-95% ที่ 15-20 ปี

ข้อเข่าเทียมทำจากวัสดุอะไร? วัสดุแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?

ข้อเข่าเทียมประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก:

  1. Femoral Component (ครอบปลายกระดูกต้นขา): รับแรงกดและแรงเสียดสีสูง ผลิตจากโลหะความแข็งแรงสูง:
  • Cobalt-Chromium Alloy: ใช้แพร่หลายที่สุด แข็งแรง ทนทาน
  • Oxidized Zirconium (Oxinium®): โลหะผ่านการออกซิไดซ์จนผิวเรียบแข็งคล้ายเซรามิก ลดการสึกของแผ่นโพลีเอทิลีน และลดการปล่อยไอออนโลหะ เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องการแพ้โลหะ
  1. Tibial Component (ฐานกระดูกหน้าแข้ง): ส่วนใหญ่ผลิตจาก Titanium Alloy หรือ Cobalt-Chromium Alloy ไทเทเนียมมีน้ำหนักเบาและยึดเกาะกับกระดูกได้ดี
  2. Polyethylene Insert (แผ่นรองรับแรงกระแทก): ทำหน้าที่เสมือนกระดูกอ่อน ปัจจุบันนิยมใช้ Highly Cross-linked Polyethylene หรือ Vitamin E-stabilized Polyethylene ซึ่งทนต่อการสึกหรอได้ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างมาก

ข้อเข่าเทียมเป็นสนิมไหม?: ไม่เป็นสนิม วัสดุทุกชนิดได้รับการออกแบบให้เข้ากันได้กับร่างกายและทนต่อสารคัดหลั่งในร่างกาย

วัสดุไหนดีที่สุด?: ไม่มีวัสดุใดดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

ข้อเข่าเทียมใช้งานได้นานแค่ไหน?

จากข้อมูลทะเบียนข้อเข่าเทียมระดับสากล:

  • ผู้ป่วยมากกว่า 90-95% ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขภายใน 15-20 ปี
  • ประมาณ 80-85% ของข้อเข่าเทียมยังใช้งานได้หลัง 25 ปี (โดยเฉพาะในผู้ที่ผ่าตัดเมื่ออายุมากกว่า 65 ปี)

สาเหตุที่ทำให้ข้อเข่าเทียมเสื่อมก่อนเวลา:

  • การสึกหรอของแผ่นโพลีเอทิลีน (Polyethylene wear)
  • การหลวมของข้อเข่าเทียม (Aseptic loosening)
  • การติดเชื้อรอบข้อเข่าเทียม (Periprosthetic joint infection)
  • การหกล้มจนเกิดกระดูกรอบข้อเข่าเทียมหัก
  • ความไม่มั่นคงของข้อเข่าเทียม (Instability)

ดูแลอย่างไรให้ใช้งานได้นานที่สุด: ควบคุมน้ำหนักตัว, เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา, หลีกเลี่ยงกิจกรรมแรงกระแทกสูง (เช่น วิ่งระยะไกล หรือกีฬาปะทะ), และตรวจติดตามกับศัลยแพทย์เป็นระยะ

สรุป

ข้อเข่าเสื่อมไม่ใช่โรคที่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย และการผ่าตัดก็ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมดเสมอไป ปัจจุบันมีทางเลือกตั้งแต่ HTO, UKA ไปจนถึง TKA โดยพิจารณาร่วมกับระดับการใช้งาน อาการ และภาพถ่ายรังสี

เทคโนโลยีการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ (Robot-assisted Surgery) ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในการผ่าตัด UKA ส่วนวัสดุรุ่นใหม่ก็ทนทานจนใช้งานได้ยาวนานกว่า 15-25 ปี

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Kloppenburg M, Namane M, Atchia I, et al. Osteoarthritis. Lancet. 2025;405(10472):71-85.
  2. Kolasinski SL, Neogi T, Hochberg MC, et al. 2024 American College of Rheumatology Guideline for the Management of Osteoarthritis. Arthritis Rheumatol. 2024.
  3. National Institute for Health and Care Excellence (NICE). Osteoarthritis in over 16s: diagnosis and management. NICE Guideline NG226. Updated 2022.
  4. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Management of Osteoarthritis of the Knee (Non-Arthroplasty), 3rd Edition. Rosemont, IL: AAOS; 2021.
  5. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Surgical Management of Osteoarthritis of the Knee Clinical Practice Guideline. Rosemont, IL: AAOS; 2022.
  6. Price AJ, Alvand A, Troelsen A, et al. Knee replacement. Lancet. 2018;392:1672-1682.
  7. Evans JT, Walker RW, Evans JP, Blom AW, Sayers A, Whitehouse MR. How long does a knee replacement last? Lancet. 2019;393:655-663.
  8. National Joint Registry for England, Wales, Northern Ireland and the Isle of Man. 21st Annual Report. 2024.
  9. Australian Orthopaedic Association National Joint Replacement Registry (AOANJRR). Annual Report. 2024.
  10. American Joint Replacement Registry (AJRR). Annual Report. 2024.
  11. Hamilton TW, Pandit HG, Lombardi AV Jr, et al. Radiological Decision Aid to determine suitability for medial unicompartmental knee arthroplasty. Bone Joint J. 2016;98-B(Suppl A):3-10.
  12. Langworthy M, Dasa V, Spitzer AI. Knee osteoarthritis: disease burden, available treatments, and emerging options. Ther Adv Musculoskelet Dis. 2024;16:1759720X241273009.
  13. Batailler C, White N, Ranaldi FM, et al. Improved accuracy of robotic-assisted unicompartmental knee arthroplasty compared with conventional techniques: systematic review and meta-analysis. J Arthroplasty. 2024.
  14. Prasad N, et al. Robotic-assisted versus conventional total knee arthroplasty: systematic review and meta-analysis. J Arthroplasty. 2025.
  15. Abdel MP, Parratte S. Current concepts in total knee arthroplasty implant materials and polyethylene technology. J Bone Joint Surg Am. 2024.

Dr. Nattaya Udomsakdi
Article Author
Dr. Nattaya Udomsakdi
วิสัญญีแพทย์ ด้านระงับปวด
View Profile