การฉีดยารอบเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nerve Block)

10 月 24, 2026
作者:
Dr. Nattaya Udomsakdi

Peripheral Nerve Block for Diagnosis and Management of Chronic Pain

Peripheral Nerve Block หรือการฉีดยารอบเส้นประสาทส่วนปลาย เป็นหนึ่งในหัตถการและเครื่องมือชิ้นสำคัญของแพทย์ด้านเวชศาสตร์ความปวด (Pain Medicine) โดยเป็นการฉีดยาเข้าไปบริเวณรอบโครงสร้างเส้นประสาทส่วนปลายเส้นที่สงสัยว่าเป็นต้นเหตุหรือตัวชนวนจุดระเบิดอาการปวดเรื้อรังของผู้ป่วย

โครงสร้างเส้นประสาทส่วนปลายที่ทำการรักษาสามารถครอบคลุมรอยโรคได้หลายตำแหน่งทั่วร่างกาย เช่น บริเวณศีรษะและท้ายทอย, ผนังหน้าท้อง, หน้าอก, ชายโครง, ขาหนีบ, แขน, ขา หรือบริเวณรอบแผลผ่าตัดเดิม โดยในปัจจุบันมาตรฐานการทำหัตถการจะขับเคลื่อนภายใต้การนำทางด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ (Ultrasound Guidance) ช่วยให้แพทย์ส่องเห็นเส้นประสาท หลอดเลือด และเนื้อเยื่อโดยรอบแบบ Real-time เพิ่มความแม่นยำสูงสุดและลดโอกาสเกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงได้อย่างดีเยี่ยม

Q&A: วัตถุประสงค์หลัก 4 ประการทางคลินิก

1. ช่วยค้นหาและพิสูจน์ทราบต้นเหตุความปวด (Diagnostic Tool):
ตัวยาชาที่ฉีดชโลมรอบเส้นประสาทจะทำหน้าที่ “ปิดสวิตช์สัญญาณประสาทชั่วคราว” หากความปวดลดลงอย่างชัดเจนในช่วงที่ยาชาออกฤทธิ์ จะช่วยยืนยันและสนับสนุนการวินิจฉัยโรคของแพทย์ได้อย่างตรงจุด

2. ช่วยลดกระบวนการอักเสบและการระคายเคือง (Therapeutic Tool):
ในกรณีที่เส้นประสาทส่วนปลายอักเสบ ถูกกดทับ หรือระคายเคืองเรื้อรังมานาน การส่งผ่านตัวยาจะช่วยบรรเทาอาการแสบร้อน ชา หรือเสียวแปลบให้ทุเลาลง

3. ช่วยลดอาการปวดเพื่อคืนฟังก์ชันและเพิ่มคุณภาพชีวิต:
เมื่อตัดวงจรความปวดสำเร็จ ผู้ป่วยจะสามารถกลับไปเคลื่อนไหวร่างกาย ใช้ชีวิตประจำวัน ออกกำลังกาย และเข้าสู่กระบวนการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายระยะยาวได้ดีขึ้น

4. ช่วยร่วมวางแผนการรักษาขั้นสูงในอนาคต:
หากคนไข้ตอบสนองต่อการบล็อกยาชาได้ดีชัดเจน แพทย์ระงับปวดจะสามารถวางแผนการรักษาเฉพาะทางอื่น ๆ ที่ให้ผลระงับปวดยาวนานขึ้นได้อย่างแม่นยำ เช่น เทคนิค Hydrodissection, คลื่นวิทยุความเข้มสูง (Pulsed Radiofrequency; PRF) หรือการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าส่วนปลาย (Peripheral Nerve Stimulation; PNS)

Q&A: ตัวยาผสมจำเพาะและเทคนิค Hydrodissection

ในการทำหัตถการ แพทย์จะแทงเข็มผ่านเครื่องอัลตราซาวนด์และฉีดกลุ่มยาผสมหลัก ได้แก่:

  • ยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthetic): ออกฤทธิ์บล็อกสัญญาณปวดทันทีภายในไม่กี่นาที เพื่อใช้พิสูจน์ทราบและวินิจฉัยโรค4.
  • ยาสเตียรอยด์ (Corticosteroid): จะพิจารณาผสมร่วมในบางกรณี ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ลดอักเสบภายใน 3–5 วัน และเห็นผลชัดเจนใน 1 สัปดาห์ ซึ่งช่วยยืดระยะเวลาการระงับปวดให้ยาวนานต่อเนื่องเป็นหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

เทคนิคเลาะพังผืดด้วยสายน้ำ (Nerve Hydrodissection)

ในกรณีที่แพทย์ตรวจพบว่าเส้นประสาทส่วนปลายเส้นนั้นตกอยู่ในภาวะถูกกดรัด (Nerve entrapment) หรือถูกดึงรั้งยึดติดอยู่ท่ามกลางกลุ่มเนื้อเยื่อพังผืด แพทย์จะพิจารณาทำหัตถการ Hydrodissection ร่วมด้วย โดยการใช้แรงดันจากการฉีดสารน้ำปริมาณที่เหมาะสมเซาะแหวกแยกเนื้อเยื่อรอบเส้นประสาท เพื่อคลายการกดรัด บรรเทาแรงเสียดสี และช่วยให้เส้นประสาทกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระตามธรรมชาติอีกครั้ง

โรคทางคลินิกที่ตอบสนองดีต่อ Peripheral Nerve Block

หัตถการบล็อกเส้นประสาทส่วนปลายสามารถนำมาผสมผสานใช้รักษาและสืบค้นกลุ่มโรคปวดเส้นประสาทส่วนปลาย (Neuropathic pain) ได้หลากหลายตำแหน่ง

  • Occipital Neuralgia: อาการปวดศีรษะและท้ายทอยจากการอักเสบของเส้นประสาทท้ายทอย
  • Anterior Cutaneous Nerve Entrapment Syndrome (ACNES): อาการปวดผนังหน้าท้องเรื้อรังจากเส้นประสาทถูกกล้ามเนื้อหรือพังผืดกดรัด
  • Intercostal Neuralgia: อาการปวดบริเวณหน้าอก ชายโครง หรือใต้ชายโครง จากโรคของเส้นประสาทระหว่างซี่โครง
  • Chronic Post-Surgical Pain: อาการปวดเรื้อรังรุนแรงเฉพาะจุดตามหลังการผ่าตัดโครงสร้างต่าง ๆ เช่น ปวดบริเวณขาหนีบหลังผ่าตัดไส้เลื่อน
  • Peripheral Nerve Injury: อาการปวดแสบร้อนคล้ายไฟช็อตอันเนื่องมาจากรอยโรคของเส้นประสาทส่วนปลายบริเวณแขนหรือขา

ผลข้างเคียงและการดูแลปฏิบัติตัว (Clinical Considerations)

ผลข้างเคียงทั่วไป (ไม่รุนแรงและสลายตัวได้เอง)

  • อาจรู้สึกระบมหรือตึงบริเวณรอยเข็มแทงในช่วง 1–3 วันแรก และอาจพบรอยช้ำเล็กน้อยใต้ผิวหนัง
  • อาจเกิดอาการชาหนาชั่วคราวในเขตพื้นที่ที่เส้นประสาทเส้นนั้นไปเลี้ยง
  • ข้อควรระวังชั่วคราว: ในบางรายที่ฉีดเส้นประสาทใกล้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ อาจรู้สึกหนักแขน ขา หรืออ่อนแรงชั่วคราว ซึ่งอาการจะหายไปได้เองร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อฤทธิ์ยาชาหมดลง รวมถึงอาจมีอาการหน้าแดง ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นชั่วคราวช็อตสั้นจากฤทธิ์ของยาสเตียรอยด์ ส่วนภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่างการติดเชื้อ เลือดออก หรือเส้นประสาทบาดเจ็บถาวรพบได้น้อยมาก

แนวทางปฏิบัติตัวก่อนและหลังทำหัตถการ

  • ก่อนทำ: ต้องแจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาแก้ปวด ประวัติแพ้ยาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด โดยเฉพาะหากทานยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด อาจจำเป็นต้องหยุดยาบางชนิดก่อนทำหัตถการตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อความปลอดภัย และต้องงดน้ำงดอาหารหากมีการวางแผนให้ยานอนหลับ (IV Sedation)
  • หลังทำ: แผลเข็มเล็กมากสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกันทันที งดการขับขี่ยานพาหนะด้วยตนเองหากยังมีอาการชาหรืออ่อนแรงหลงเหลือ และงดการออกแรงหรือยกของหนักในวันแรก เมื่ออาการชาทุเลาสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปรกติ

สัญญาณเตือนวิกฤตที่ควรรีบมาพบแพทย์ก่อนนัด

แพทย์มักนัดติดตามอาการภายใน 1–4 สัปดาห์ แต่หากคนไข้ปรากฏอาการผิดปรกติต่อไปนี้ ควรรีบกลับมาโรงพยาบาลทันที: แขนหรือขามีอาการอ่อนแรงรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ, อาการชาหนาแผ่กว้างนานเกินกว่าปรกติ, ปวดรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง, มีไข้สูง, หรือผิวหนังบริเวณที่ฉีดยามีอาการบวม แดง ร้อน หรือมีหนองไหลซึม รวมถึงมีผื่นขึ้น แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบาก

เอกสารอ้างอิง (References)

  • Coren SP, Bhatia A, Buvanendran A, et al. Consensus practice guidelines on interventions for peripheral nerve pain. Regional Anesthesia and Pain Medicine. 2023;48(7):485-525.
  • Narouze SN, Provenzano DA, Peng PWH, editors. Ultrasound-Guided Interventional Procedures in Pain Medicine. 3rd ed. Oxford University Press; 2024.
  • Cass SP. Ultrasound-Guided Nerve Hydrodissection: What Is It? A Review of the Literature. Journal of Ultrasound in Medicine. 2022;41(2):429-441.
  • Finnerup NB, Kuner R, Jensen TS. Neuropathic Pain: From Mechanisms to Treatment. Physiological Reviews. 2021;101(1):259-301.
  • Trescot AM, Helm S, Hansen H, et al. Peripheral Nerve Entrapment and Neuropathic Pain: Diagnosis and Treatment Strategies. Pain Physician. 2022;25(Suppl 1):S1-S74.

Dr. Nattaya Udomsakdi
Article Author
Dr. Nattaya Udomsakdi
วิสัญญีแพทย์-ด้านระงับปวด
View Profile