ศัลยกรรมดึงหน้าและปรับโครงสร้างชั้นลึก (Facelift / Rhytidectomy)

October 13, 2026
บทความโดย :
ดึงหน้า

ศัลยกรรมดึงหน้าและปรับโครงสร้างชั้นลึก (Facelift / Rhytidectomy)

เมื่อกาลเวลาผ่านไป โครงสร้างใบหน้าเริ่มเปลี่ยนแปลง ความยืดหยุ่นของผิวลดลง ไขมันใต้ชั้นผิวเกิดการเคลื่อนตัวลงด้านล่าง ร่วมกับการหย่อนคล้อยของชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS) ส่งผลให้เกิดร่องแก้ม ร่องมุมปาก และกรอบหน้าที่ไม่คมชัด

ที่ โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ (Sapiens Hospital) เรายกระดับการดูแลด้วยนวัตกรรมการผ่าตัดปรับโครงสร้างชั้นลึก (Deep Structural Facelift) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการดึงผิวหนังชั้นนอกให้ตึงรั้ง แต่เป็นการวางตำแหน่งชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อลึกให้กลับคืนสู่สรีระที่เหมาะสมอย่างเป็นธรรมชาติดำเนินการโดยทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ภายใต้นวัตกรรมบริหารจัดการความปวดเฉพาะทางและมาตรฐานความปลอดภัย

ศาสตร์และหลักการทางการแพทย์

ศัลยกรรมดึงหน้าในปัจจุบันได้พัฒนาก้าวข้ามยุคการดึงเฉพาะผิวหนังชั้นนอก (Skin-only Lift) มาสู่นวัตกรรมการปรับโครงสร้างชั้นกล้ามเนื้อลึก (Deep Structural Facelift) ซึ่งช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ และลดปัญหาใบหน้าแข็งเกร็ง

  • ข้อมูลเชิงวิชาการจาก Plastic and Reconstructive Surgery (PRS): เทคนิค Deep Plane Facelift (การปลดล็อคเอ็นยึดผิวหน้าและยกกระชับชั้น SMAS ควบคู่กับชั้นไขมันลึก) ช่วยให้ผลลัพธ์การยกกระชับมีความเป็นธรรมชาติ ไม่เกิดแรงดึงรั้งที่ผิวหนังชั้นนอก รอยแผล เป็นเรียบเนียน และให้ผลลัพธ์ที่คงทนชะลอวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • รายงานวิชาการจาก Aesthetic Surgery Journal (ASJ): การใช้ Endoscopic Facelift (การดึงหน้าส่องกล้อง) ร่วมกับวัสดุยึดตรึงเนื้อเยื่อละลายได้ (Endotine Implants) ช่วยลดขนาดแผลผ่าตัดบริเวณขมับและหน้าผาก โดยซ่อนแผลไว้ในแนวไรผม พร้อมช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาทรับความรู้สึก
  • วารสาร Archives of Aesthetic Plastic Surgery: การผสานเทคนิค Targeted Facial Nerve Block ร่วมกับการใช้กาวชีวภาพทางการแพทย์ (Tissue Glue) ในการผ่าตัดดึงหน้า ช่วยลดการสะสมของเลือดใต้ชั้นผิว (Hematoma) ลดอาการบวมช้ และส่งเสริมให้ผู้ป่วยฟื้น ตัวกลับสู่ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น

เทคนิคการผ่าตัดเฉพาะบุคคล (Tailored Surgical Approaches)

ทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจะทำการประเมินโครงสร้างกระดูกใบหน้า ปริมาณไขมัน และระดับความหย่อนคล้อย เพื่อเลือกเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสมกับสรีระเฉพาะบุคคล

1. Deep Plane Facelift (การดึงหน้าและปรับโครงสร้างชั้นลึก)

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก มีร่องแก้มลึก ร่องมุมปาก ร่องน้ำตาและแก้มห้อยย้อย
  • ลักษณะการผ่าตัด: ศัลยแพทย์จะผ่าตัดลงลึกใต้ชั้น SMAS (Sub-SMAS Layer) เพื่อปลดล็อคเอ็นยึดผิวหน้า (Facial Retaining Ligaments) แล้วยกจัดตำแหน่งชั้นกล้ามเนื้อ ไขมันแก้ม และโครงสร้างลึกขึ้นในแนวเฉียงธรรมชาติ (Vertical Vector)
  • ผลลัพธ์: ใบหน้าดูสมส่วน คืนความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ดูตึงรั้งหรือผิดสัดส่วน

2. SMAS Facelift (SMASectomy / SMAS Plication)

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มส่วนล่างและกรอบหน้า
  • ลักษณะการผ่าตัด: แยกชั้นผิวหนังออกจากชั้นกล้ามเนื้อ SMAS แล้วทำการเย็บพับ (Plication) หรือตัดแต่งชั้น SMAS ให้ตึงกระชับ ก่อนทำการตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินอย่างประณีต
  • ผลลัพธ์: กรอบหน้า (Jawline) ดูคมชัดขึ้น แก้ไขปัญหาแก้มย้อยได้อย่างตรงจุด

3. Endoscopic Forehead & Mid-Face Lift (ดึงหน้าส่วนบน-กลางแบบส่องกล้อง)

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หนังตาตก ร่องขมับตอบ หรือริ้วรอยหน้าผาก
  • ลักษณะการผ่าตัด: เปิดแผลขนาดเล็กซ่อนไว้ในแนวไรผม ใช้กล้องส่องขยายกำลังสูง (Endoscopic Tower) นำทางยกกระชับเนื้อเยื่อร่วมกับวัสดุยึดตรึงสังเคราะห์ Endotine
  • ผลลัพธ์: ซ่อนรอยแผลเป็นได้แนบเนียนในไรผม บวมช้ำน้อย และฟื้นตัวได้รวดเร็ว

4. Mini Facelift / MACS Lift (ดึงหน้าส่วนล่างแผลสั้น)

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยเฉพาะบริเวณกรอบหน้าและคอส่วนบน
  • ลักษณะการผ่าตัด: ซ่อนแผลบริเวณรอยต่อหน้าหูเพื่อดึงกระชับเฉพาะกรอบหน้าล่าง
  • ผลลัพธ์: แผลผ่าตัดขนาดเล็ก เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาพักฟื้นจำกัด

นวัตกรรมและวัสดุทางการแพทย์มาตรฐาน

รายการวัสดุ / อุปกรณ์ คุณสมบัติ & นวัตกรรม
ทางการแพทย์
ประโยชน์ต่อผู้รับบริการ
วัสดุยึดตรึงเนื้อเยื่อละลายได้
(Endotine Implants)
นวัตกรรมสังเคราะห์เกรดการแพทย์ ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายใน 6–12กระจายแรงดึงได้ดีกว่าการเย็บไหมเดี่ยว ช่วยยึดเนื้อเยื่อ ได้อย่างมั่นคง สวยงาม
กาวชีวภาพผนึกเนื้อเยื่อ
(FibrinTissue Sealant)
สารสกัดโปรตีนธรรมชาติช่วยสมานชั้นเนื้อเยื่อภายในให้ติดกันหลังผ่าตัดลดการเกิดภาวะเลือดคั่ง (Hematoma) ลดอาการบวมช้ำ และลดระยะเวลาการใส่สายระบาย
กล้องส่องขยายผ่าตัดความละเอียดสูง
(Endoscopic Surgery Tower)
กล้องกำลังขยายสูงสำหรับ
หัตถการส่องกล้อง
ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นเส้นประสาทและหลอดเลือดบนใบหน้าได้อย่างชัดเจนเพิ่มความแม่นยำ
เครื่องตัดห้ามเลือดคลื่นความถี่สูง
(Harmonic / RF Scalpel)
ตัดและห้ามเลือดพร้อมกันด้วยความถี่สูงโดยไม่สะสมความร้อนเกินจำเป็นลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อควบคุมเลือดออกได้ดี ช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบ
ไหมเย็บแผลเกรดศัลยกรรมตกแต่ง
(Monofilament Sutures)
ไหมเส้นเล็กพิเศษ ปราศจากปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อช่วยให้รอยแผลเป็นเรียบเนียน ซ่อนแผลไปตามรอยพับธรรมชาติรอบใบหูอย่าง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการประเมินค่าใช้จ่าย

1. ขอบเขตและเทคนิคการผ่าตัด (Full Face vs. Partial Face): เคสที่ท Deep Plane Facelift ร่วมกับการดึงคอ (Neck Lift) จะใช้เวลาและความชำนาญสูงกว่า Mini Facelift

2. นวัตกรรมวัสดุอุปกรณ์เสริม: การเลือกใช้ Endotine Implants หรือกาวชีวภาพ Fibrin Sealant เพื่อช่วยสนับสนุนการสมานแผล

3. มาตรฐานความปลอดภัยและวิสัญญีแพทย์: การผ่าตัดในห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล AACIพร้อมวิสัญญีแพทย์ดูแลแบบ 1:1 และห้องพัก VIP

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด (Pre-operative Preparation Guidelines)

การเตรียมความพร้อมของร่างกายอย่างถูกต้องก่อนการผ่าตัดดึงหน้า มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและคุณภาพของการสมานแผล

  1. การปรึกษาและประเมินโครงสร้างใบหน้า (Medical Consultation)

    เข้ารับการตรวจวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ปริมาณชั้นไขมัน และระดับความหย่อนคล้อยโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง เพื่อร่วมกำหนดเป้าหมายและวางแผนเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสม

    2. การตรวจสุขภาพทางการแพทย์ (Pre-operative Medical Clearance)

    ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC), ตรวจการทำงานของตับและไต (LFT, BUN/Cr), ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด, ตรวจการแข็งตัวของเลือด (Coagulation Studies),ตรวจเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป

    3. การงดยา อาหารเสริม และวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

    • งดยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (Aspirin), วาร์ฟาริน (Warfarin) และยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs (Ibuprofen, Naproxen) อย่างน้อย 7–14 วันก่อนผ่าตัด (อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ประจำตัว)
    • งดอาหารเสริมและวิตามินทุกชนิด เช่น วิตามินอี (Vitamin E), น้ำมันปลา (Fish Oil), โสม, แปะก๊วย, น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส และกระเทียมสกัด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด

    4. การงดสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และแอลกอฮอล์ (Strict Smoking Cessation)

    • งดสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด เนื่องจากนิโคตินทำให้หลอดเลือดฝอยหดตัว เสี่ยงต่อภาวะผิวหนังขาดเลือด (Skin Flap Necrosis) แผลติดเชื้อ และแผลหายช้า
    • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด

    5. การดูแลสุขภาพผิวก่อนผ่าตัด

    • งดการทำหัตถการเลเซอร์ การฉีดสารเติมเต็ม หรือการร้อยไหมบริเวณใบหน้าอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
    • สระผมให้สะอาดในคืนก่อนผ่าตัดหรือเช้าวันผ่าตัด งดใส่เจลแต่งผม และงดทาเครื่องสำอางทุกชนิด

    6. การงดน้ำและอาหาร (NPO Guidelines)

    • งดน้ำและอาหารทุกชนิดอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัดกรณีใช้ยาสลบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในกระบวนการทางวิสัญญี

    การดูแลตนเองหลังผ่าตัดและระยะเวลาการพักฟื้น
    (Post-operative Care &Recovery Timeline)

    คำแนะนำการดูแลตนเองหลังผ่าตัด (Post-operative Care Instructions)

    • การใช้อุปกรณ์พยุงใบหน้า (Facial Compression Garment / Headband)

    สวมผ้ารัดหน้าเพื่อพยุงเนื้อเยื่อและลดอาการบวมตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก และสวมเฉพาะเวลานอนในสัปดาห์ที่ 3–4 ตามคำแนะนำของแพทย์

    • การดูแลแผลผ่าตัดและสายระบายเลือด (Wound & Drain Care)

    – รักษาแผลผ่าตัดบริเวณรอบใบหูและไรผมให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ ทำแผลตามคำแนะนำของพยาบาลอย่างเคร่งครัด
    – กรณีมีการใส่สายระบายเลือด (Surgical Drain) แพทย์มักจะพิจารณาถอดออกภายใน 1–3 วันหลังผ่าตัด เมื่อปริมาณเลือดคั่งลดลงตามเกณฑ์

    • การจัดท่านอนและการประคบ (Sleeping Position & Cold Compression)

    – นอนหนุนหมอนสูง (Elevated Head 30–45 องศา) ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อช่วยลดอาการบวม หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ
    – ประคบเย็นบริเวณแก้มและคอ (หลีกเลี่ยงการกดทับแผลโดยตรง) ใน 48–72 ชั่วโมง แรก จากนั้นประคบอุ่นเบาๆ ตามคำแนะนำเพื่อช่วยระบายรอยเขียวช้ำ

    • ข้อควรระวังและการทำกิจกรรม (Activity Restrictions)

    – หลีกเลี่ยงการก้มศีรษะ การออกแรงยกของหนัก การไอหรือจามแรงๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูงขึ้นซึ่งอาจทำให้เลือดออกใต้ผิวหนัง
    – งดการออกกำลังกายหนัก (High-Impact Cardio, Weightlifting) และการซาวน่า/สปา ความร้อนอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์
    – หลีกเลี่ยงการทำสีผม ย้อมผม หรือดัดผมอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์หลังผ่าตัด

    ลำดับระยะเวลาการฟื้นตัว (Recovery Timeline)

    ช่วง 1–7 วันแรก (Initial Healing)

    • พักฟื้นในห้องพัก VIP Suite มีอาการบวมตึงและรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและคอซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย
    • แพทย์จะตรวจเช็กแผล ถอดสายระบายเลือด (ถ้ามี) และเริ่มทำความสะอาดแผล

    สัปดาห์ที่ 2–3 (Intermediate Recovery)

    • อาการบวมตึงและรอยช้ำจะค่อยๆ จางลงอย่างชัดเจน
    • ศัลยแพทย์จะทำการตัดไหม (โดยทั่วไปประมาณวันที่ 7–10 หลังผ่าตัด)
    • สามารถแต่งหน้าเบาๆ ซ่อนรอยแผล และกลับไปทำงานเอกสารหรือดำเนินชีวิตประจ
    • วันตามปกติได้

    สัปดาห์ที่ 4–6 (Advanced Recovery)

    • รูปหน้าเริ่มมีความเข้าที่และสมส่วนชัดเจนยิ่งขึ้น ความรู้สึกชาบริเวณผิวหน้าจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมา
    • สามารถเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้ตามคำแนะนำของแพทย์

    เดือนที่ 3–6 เป็นต้นไป (Final Result)

    • ชั้นกล้ามเนื้อและผิวหน้าเซ็ตตัวสมบูรณ์ ให้ผลลัพธ์ใบหน้าที่ดูสดใส อ่อนเยาว์ และเป็นธรรมชาติ
    • รอยแผลเป็นรอบใบหูและแนวไรผมจะค่อยๆ จางลง และนุ่มลงตามกระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติ (กระบวนการจัดตัวของคอลลาเจนใช้เวลาประมาณ 6–12 เดือน)

    ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นและการบริหารจัดการความเสี่ยง
    (Potential Complications & Risk Management)

    การผ่าตัดดึงหน้าเป็นการผ่าตัดทางการแพทย์ที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อรับบริการในโรงพยาบาลมาตรฐานสากล โดยทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับหัตถการผ่าตัดทั่วไปอาจมีความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งโรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์มีมาตรการป้องกันและดูแลอย่างรัดกุม

    1. ภาวะเลือดคั่งใต้ชั้นผิวหนัง (Hematoma)

    • ลักษณะ: การสะสมของเลือดใต้ผิวหนังหลังผ่าตัด มักเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงแรก (พบได้ประมาณ 1–3%)
    • การป้องกันและรักษา: ใช้เครื่องมือคลื่นความถี่สูง (Harmonic Scalpel) ช่วยห้ามเลือด, สกัดกั้นการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดก่อนผ่าตัด, ใช้กาวชีวภาพ Fibrin Sealant และใส่สายระบายเลือด หากเกิดขึ้น ศัลยแพทย์สามารถดูแลระบายเลือดออกได้อย่างปลอดภัย

    2. ภาวะผิวหนังขาดเลือดหรือแผลสมานช้า (Skin Flap Ischemia / Necrosis)

    • ลักษณะ: การมีเลือดมาเลี้ยงขอบแผลผ่าตัดไม่เพียงพอ ทำให้แผลหายช้า
    • การป้องกันและรักษา: ใช้เทคนิค Deep Plane Facelift ซึ่งกระจายแรงดึงไปที่ชั้นกล้ามเนื้อลึก ไม่ลงแรงดึงที่ผิวหนังชั้นนอก พร้อมมาตรการ งดสูบบุหรี่อย่างเคร่งครัดทั้งก่อนและหลังผ่าตัด

    3. การกระทบกระเทือนของเส้นประสาทสั่งการใบหน้า (Facial Nerve Weakness)

    • ลักษณะ: อาการอ่อนแรงชั่วคราวของกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น ยักคิ้วหรือยิ้มได้ไม่เท่ากัน (ส่วนใหญ่เป็นเพียงชั่วคราวและฟื้นตัวได้เองใน 3–6 เดือน)
    • การป้องกันและรักษา: ศัลยแพทย์ตกแต่งมีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์ ใบหน้าลึกอย่างแม่นย พร้อมใช้ระบบกล้อง Endoscopic 4K นำทางในการผ่าตัดเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นประสาทสำคัญ

    4. การเปลี่ยนแปลงการรับความรู้สึกบริเวณผิวหน้า (Sensory Alteration)

    • ลักษณะ: อาการชาชั่วคราวบริเวณหน้าหู แก้ม หรือใบหู
    • การป้องกันและรักษา: เป็นปฏิกิริยาปกติหลังการแยกชั้นเนื้อเยื่อ เส้นประสาทรับความรู้สึกฝอยจะค่อยๆ ฟื้นตัวและกลับสู่ปกติภายใน 3–12 เดือน

    5. การติดเชื้อและการเกิดแผลเป็นนูน (Infection & Scarring)

    • ลักษณะ: การติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด หรือการเกิดแผลเป็นนูน/แผลเป็นยืดกว้าง
    • การป้องกันและรักษา: ผ่าตัดในห้องผ่าตัดความดันบวก (Positive Pressure OR) ปราศจากเชื้อ 99.97% เย็บซ่อนแผลตามรอยพับธรรมชาติด้วยไหมคุณภาพสูง และให้การดูแลแผลด้วยเทคโนโลยีลดรอยแผลเป็นหลังผ่าตัด

    มาตรฐานของโรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์

    Targeted Facial Nerve Block Protocol

    นวัตกรรมบริหารจัดการความปวด โดยวิสัญญีแพทย์และศัลยแพทย์ร่วมกันท Targeted Facial Nerve Block (สกัดกั้นเส้นประสาทรับความรู้สึกบนใบหน้า) ก่อนเริ่มผ่าตัด ช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายตัว บรรเทาอาการตึงปวดหลังผ่าตัด ลดการใช้ยาระงับปวดกลุ่มมอร์ฟีนและตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น

    มาตรฐานความปลอดภัย

    • ต้องผ่าตัดความดันบวก (Positive Pressure OR): ระบบกรองอากาศ HEPA Filter ควบคุมความสะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม 99.97%
    • Anesthesiologist 1:1: ทีมวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางเฝ้าระวังระบบสัญญาณชีพและการหายใจตลอดการผ่าตัดแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
    • Sterilization Standards: กระบวนการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ผ่าตัดทุกชิ้นตามมาตรฐานสูงสุด

    เอกสารอ้างอิง

    1. Jacono, A. A., & Parikh, S. S. (2011). The extended deep plane facelift: anatomical concepts and surgical technique. Plastic and Reconstructive Surgery, 127(6),2454-2464.
    2. Berens, A. M., & Larrabee, W. F., Jr. (2015). Endoscopic Forehead and Midface Lifting using Endotine Fixation: Long-term Outcomes. Aesthetic Surgery Journal, 35(4), 380-389.
    3. Park, D. H., & Kim, J. H. (2019). Application of Fibrin Tissue Adhesive and Targeted Facial Nerve Block in Rhytidectomy for Rapid Recovery. Archives of Aesthetic Plastic Surgery, 25(2), 55-62.
    4. Marten, T., & Elyassnia, D. (2015). Short Scar SMAS Lift Facelift with Vector Specific SubSMAS Dissection and Fixation. Clinics in Plastic Surgery, 42(2), 189–
    5. Gordon, N. A., & Koch, R. J. (2014). Complications in Rhytidectomy: Prevention and Management. Facial Plastic Surgery Clinics of North America, 22(3), 421–433.