ปวดสะโพกเรื้อรัง อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบ
อาการปวดสะโพกเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย หลายคนเริ่มจากปวดลึกบริเวณขาหนีบ เจ็บเวลาเดิน ขึ้นลงบันได ลุกจากเก้าอี้ หรือก้มใส่รองเท้า จึงคิดว่าเป็นเพียงกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นอักเสบ แล้วเลือกพักหรือรับประทานยาแก้ปวดเอง
แม้อาการปวดสะโพกส่วนใหญ่จะไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรง แต่หากอาการเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เดินได้ระยะสั้นลง หรือเริ่มลงน้ำหนักลำบาก อาจเป็นสัญญาณของโรคข้อสะโพกที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัย หนึ่งในนั้นคือ กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) หรือ Osteonecrosis of the Femoral Head ซึ่งเป็นภาวะที่เลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกต้นขาลดลง ทำให้กระดูกค่อย ๆ เสื่อม สูญเสียความแข็งแรง และอาจยุบตัวจนเกิดข้อสะโพกเสื่อมหากไม่ได้รับการรักษา
ข่าวดีคือ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่หัวกระดูกจะยุบ ยังมีโอกาสรักษาเพื่อคงข้อสะโพกเดิมไว้ได้ในผู้ป่วยจำนวนมาก
กระดูกสะโพกตาย (AVN) คืออะไร?
กระดูกสะโพกตาย คือ ภาวะที่เลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกต้นขาไม่เพียงพอ ส่งผลให้เซลล์กระดูกและไขกระดูกค่อย ๆ ตาย เมื่อกระดูกไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ความแข็งแรงของหัวกระดูกจะลดลง เกิดรอยแตกร้าวใต้ผิวข้อ (Subchondral Fracture) และในที่สุดหัวกระดูกอาจยุบตัว ทำให้ผิวข้อเสียรูปและเกิดข้อสะโพกเสื่อมตามมา
ความรุนแรงของโรคไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาการปวดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและการยุบตัวของหัวกระดูก ดังนั้นการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญ เพราะเป็นช่วงที่ยังมีทางเลือกในการรักษาเพื่อชะลอการดำเนินโรคและรักษาข้อสะโพกเดิมไว้
- อาการที่พบบ่อย: ปวดลึกบริเวณขาหนีบ สะโพก หรือต้นขา, ปวดเวลาเดิน นั่ง ยืนนาน หรือขึ้นบันได, ขยับสะโพกลำบาก ติดขัด, อาการเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
- สาเหตุที่พบบ่อย: การใช้สเตียรอยด์, การดื่มแอลกอฮอล์, อุบัติเหตุ/กระดูกหัก, โรคบางชนิด เช่น SLE หรือโลหิตจางเซลล์เคียว
- กลุ่มอายุที่พบบ่อย: อายุ 30-50 ปี (พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง)
- การตรวจวินิจฉัย: ตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นด้วย MRI (ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งมีโอกาสรักษาได้ผลดี)

อะไรเป็นสาเหตุของกระดูกสะโพกตาย?
สาเหตุสำคัญของโรคคือ การที่เลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกต้นขาลดลงหรือหยุดไหล ทำให้กระดูกขาดออกซิเจนและสารอาหาร เซลล์กระดูกจึงค่อย ๆ ตายลง เมื่อเวลาผ่านไปกระดูกจะอ่อนแอและยุบตัวได้
สาเหตุแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่:
- กระดูกสะโพกตายจากการบาดเจ็บ (Traumatic AVN):
เกิดจากการบาดเจ็บที่ทำให้หลอดเลือดซึ่งไปเลี้ยงหัวกระดูกเสียหาย เช่น กระดูกคอสะโพกหัก (Femoral Neck Fracture), ข้อสะโพกหลุด (Hip Dislocation), หรืออุบัติเหตุที่มีแรงกระแทกรุนแรง แม้กระดูกจะรักษาติดแล้ว แต่หลอดเลือดอาจไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้เกิด AVN ตามมาได้ - กระดูกสะโพกตายที่ไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บ (Non-traumatic AVN):
พบได้บ่อยกว่า และสัมพันธ์กับโรคหรือภาวะที่รบกวนการไหลเวียนเลือดของกระดูก เช่น:
- การใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ต่อเนื่องหรือในขนาดสูง
- การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากเป็นประจำ
- โรคพุ่มพวง (Systemic Lupus Erythematosus; SLE)
- โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle Cell Disease)
- ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
- ภายหลังการปลูกถ่ายอวัยวะ
- โรคน้ำหนีบ (Caisson Disease)
(อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยประมาณ 20-30% ไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน ซึ่งเรียกว่า Idiopathic AVN)
อาการของกระดูกสะโพกตาย
ในระยะแรก ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติ ขณะที่บางรายเริ่มมีอาการปวดลึกบริเวณขาหนีบ สะโพก หรือก้น โดยเฉพาะเวลาเดิน ขึ้นลงบันได ลุกจากเก้าอี้ หรือยืนเป็นเวลานาน อาการมักดีขึ้นเมื่อพัก จึงทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อ
เมื่อโรคลุกลาม ความปวดจะเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น เดินได้ระยะสั้นลง เริ่มเดินกะเผลก และข้อสะโพกเคลื่อนไหวได้น้อยลง โดยเฉพาะการหมุนสะโพกเข้าด้านใน
หากหัวกระดูกเริ่มยุบตัว อาการปวดจะเป็นแทบทุกครั้งที่ลงน้ำหนัก บางรายปวดแม้ในขณะพักหรือเวลากลางคืน ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน
ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้:
- ปวดสะโพกหรือขาหนีบต่อเนื่องนานกว่า 2-4 สัปดาห์
- เดินแล้วเจ็บหรือเดินกะเผลก
- ขยับข้อสะโพกได้ลดลง
- ปวดมากขึ้นแม้พัก หรือปวดตอนกลางคืน
แพทย์วินิจฉัยกระดูกสะโพกตายได้อย่างไร?
การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด จากนั้นจึงเลือกการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม:
- เอกซเรย์ (X-ray): เป็นการตรวจพื้นฐานที่ช่วยประเมินรูปร่างของหัวกระดูกและข้อสะโพก แต่ในระยะเริ่มต้น ภาพเอกซเรย์อาจยังไม่แสดงความผิดปกติ แม้ว่าผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการแล้วก็ตาม
- การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): หากสงสัยว่าเป็น AVN แต่ผลเอกซเรย์ยังปกติ การตรวจ MRI ถือเป็นมาตรฐานในการยืนยันการวินิจฉัย เนื่องจากสามารถตรวจพบการขาดเลือดของหัวกระดูกได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนเกิดการยุบตัว และยังช่วยประเมินขนาดของรอยโรคเพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ
ระยะของกระดูกสะโพกตาย (AVN Staging)
โดยทั่วไป กระดูกสะโพกตายแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงของหัวกระดูกต้นขา:
| ระยะของโรค 50.กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) คืออะไร?Notes_260712_114851.pdf | ลักษณะพยาธิสภาพ 50.กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) คืออะไร?Notes_260712_114851.pdf | ภาพถ่ายรังสี (X-ray) 50.กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) คืออะไร?Notes_260712_114851.pdf | ภาพ MRI 50.กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) คืออะไร?Notes_260712_114851.pdf | แนวทางการรักษาที่แนะนำ 50.กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) คืออะไร?Notes_260712_114851.pdf |
| Stage I (ระยะเริ่มต้น) | เลือดไปเลี้ยงลดลง แต่กระดูกยังปกติ ยังไม่ยุบตัว | ปกติ (อาจยังไม่พบความผิดปกติ) | พบสัญญาณผิดปกติในไขกระดูก (Bone marrow edema), Double-line sign | รักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นหลัก, ลดการลงน้ำหนัก, ยา/กายภาพบำบัด หรือ Core decompression + BMAC/PRP |
| Stage II (ระยะเริ่มแสดงความผิดปกติ) | เนื้อกระดูกเริ่มตาย สัญญาณความเสื่อมชัด แต่ยังไม่ยุบตัว | เริ่มเห็นความผิดปกติ เช่น Sclerosis, Cyst | รอยโรคขยายใหญ่ขึ้น ลักษณะสัญญาณผิดปกติชัดเจน | Core decompression + Bone graft / BMAC เพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงและป้องกันการยุบตัว |
| Stage III (ระยะเริ่มยุบตัว) | เกิดรอยแตกร้าวใต้ผิวข้อ (Subchondral fracture) เริ่มยุบตัว | เห็น Crescent sign อาจเริ่มยุบตัว | พบรอยแตกร้าวใต้ผิวข้อ (Subchondral fracture) | Bone graft หรือ Joint-preserving surgery (เช่น Osteotomy) เพื่อชะลอการยุบตัว |
| Stage IV (ระยะยุบตัวและข้อเสื่อม) | หัวกระดูกยุบตัวชัดเจน ผิวข้อเสียรูป และเกิดข้อเสื่อม | หัวกระดูกยุบตัวชัดเจน, เกิดข้อสะโพกเสื่อม (OA) | หัวกระดูกยุบตัว มีการเปลี่ยนแปลงเสื่อมของข้อรุนแรง | Total Hip Arthroplasty (THA) ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม |
สรุปการแบ่งกลุ่มการรักษา:
- Stage I – II: ยังไม่เกิดการยุบตัวของหัวกระดูก มีโอกาสรักษาหัวกระดูกเดิมไว้ได้สูง (Joint Preservation)
- Stage III – IV: เริ่มยุบตัวและเกิดข้อเสื่อม โอกาสรักษาหัวกระดูกเดิมลดลง อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (THA)

การรักษากระดูกสะโพกตายในแต่ละระยะ
1. การรักษาระยะก่อนหัวกระดูกยุบ (Stage I-II: Joint Preservation)
เป้าหมายสำคัญที่สุดคือ การรักษาข้อสะโพกธรรมชาติไว้ให้นานที่สุด เพื่อชะลอการดำเนินของโรค และลดโอกาสที่จะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกในอนาคต
- การเจาะกระดูกเพื่อลดความดัน (Core Decompression): ผ่าตัดแผลเล็กโดยเจาะช่องเล็ก ๆ เข้าไปยังบริเวณที่กระดูกขาดเลือด เพื่อช่วยลดความดันภายในกระดูก เพิ่มการไหลเวียนเลือด และกระตุ้นการซ่อมแซมตัวเอง
- การใช้เซลล์จากไขกระดูกของผู้ป่วย (BMAC – Bone Marrow Aspirate Concentrate): ดูดไขกระดูกจากกระดูกเชิงกรานของผู้ป่วย นำมาปั่นแยกเซลล์ แล้วฉีดกลับเข้าสู่บริเวณที่ทำการรักษาเพื่อส่งเสริมการสร้างกระดูกใหม่
- การเติมกระดูก (Bone Grafting): เติมกระดูกหรือวัสดุทดแทนกระดูกเข้าไปในโพรงกระดูกที่ตาย เพื่อช่วยพยุงโครงสร้างของหัวกระดูกและลดโอกาสการยุบตัว
- การส่องกล้องข้อสะโพก (Hip Arthroscopy): ใช้ในผู้ป่วยบางรายเพื่อตรวจดูสภาพภายในข้อโดยตรง และรักษาความผิดปกติที่พบร่วมด้วย เช่น Labrum ฉีกขาด หรือกระดูกเสียดสี (FAI)

2. การรักษาในระยะที่ 3 (Stage III)
เมื่อหัวกระดูกเริ่มยุบตัว แนวทางการรักษาจะซับซ้อนขึ้น ในผู้ป่วยอายุน้อยที่การยุบตัวยังมีไม่มาก อาจพิจารณาการปลูกถ่ายกระดูก (Bone Grafting) หรือการตัดแต่งกระดูก (Osteotomy) เพื่อชะลอการยุบตัว แต่หากหัวกระดูกยุบตัวมาก อาการปวดรุนแรง หรือคุณภาพชีวิตลดลง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
3. การรักษาในระยะที่ 4 (Stage IV)
เมื่อหัวกระดูกยุบร่วมกับเกิดข้อสะโพกเสื่อมแล้ว การรักษาเพื่อคงหัวกระดูกเดิมมักไม่ได้ผล การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Arthroplasty; THA) เป็นวิธีรักษามาตรฐานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในระยะนี้ ช่วยลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ
การปรับพฤติกรรมเพื่อชะลอการดำเนินของโรค (ดูแลตัวเองอย่างไร หากเป็น AVN)

สิ่งที่ควรทำ:
- เดินในระดับที่ไม่ปวด: เดินวันละ 30-45 นาที ช่วยให้ข้อเคลื่อนไหวลื่นขึ้น ลดอาการปวด
- ว่ายน้ำ: ออกกำลังกายที่ไม่ลงน้ำหนัก ช่วยเสริมความแข็งแรงโดยไม่กระแทกข้อ
- ปั่นจักรยาน: เลือกปั่นบนพื้นราบหรือแรงต้านเบา ต่อเนื่อง 30-45 นาที
- เครื่องเดินวงรี (Elliptical): ออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ
- บริหารกล้ามเนื้อสะโพกและแกนกลางลำตัว (Core): ช่วยพยุงข้อ ลดแรงกด เพิ่มความมั่นคงในการเดิน
- ควบคุมน้ำหนักตัว: น้ำหนักที่ลดลงทุก 1 กิโลกรัม ช่วยลดแรงกดต่อข้อสะโพกในทุกครั้งที่เดิน
- รับประทานอาหารครบถ้วน: โปรตีนเพียงพอ, วิตามินดี และแคลเซียม
- มาตรวจติดตามตามนัด: เพื่อให้แพทย์ประเมินโรคและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง:
- วิ่ง หรือออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง
- กระโดด
- กีฬาที่มีแรงปะทะ เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล เทนนิส
- ยกของหนัก หรือออกแรงยกมาก
- สูบบุหรี่ (ทำให้หลอดเลือดตีบ เลือดไปเลี้ยงกระดูกลดลง กระดูกซ่อมแซมตัวยากขึ้น)
- ดื่มแอลกอฮอล์มาก
- ใช้ยาสเตียรอยด์เอง หรือใช้ติดต่อกันนานโดยไม่ปรึกษาแพทย์
สรุป
กระดูกสะโพกตาย (Avascular Necrosis; AVN) เป็นภาวะที่เลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกต้นขาลดลง ส่งผลให้กระดูกค่อย ๆ เสื่อมและอาจยุบตัวจนเกิดข้อสะโพกเสื่อม สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะยังมีโอกาสรักษาเพื่อชะลอการดำเนินของโรคและรักษาข้อสะโพกธรรมชาติไว้ได้ ในผู้ป่วยที่โรคลุกลาม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (THA) สามารถช่วยลดอาการปวดและฟื้นฟูการเคลื่อนไหวให้กลับมาใกล้เคียงปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- เดินออกกำลังกายได้ไหม หากเป็นกระดูกสะโพกตาย?: ได้ หากยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและการเดินไม่ทำให้ปวดมากขึ้น ควรเลือกการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดินบนพื้นราบ และหลีกเลี่ยงกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง
- กระดูกสะโพกตายพบได้ในอายุเท่าไร?: พบได้ในทุกช่วงอายุ แต่พบบ่อยที่สุดในวัยทำงานอายุประมาณ 30-50 ปี
- กระดูกสะโพกตายสามารถเป็นทั้งสองข้างได้หรือไม่?: ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีสาเหตุจากการใช้ยาสเตียรอยด์ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือโรค SLE ผู้ป่วยบางรายมีอาการเพียงข้างเดียว แต่ MRI สามารถตรวจพบความผิดปกติของอีกข้างได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- อาหารเสริมหรือวิตามินช่วยรักษากระดูกสะโพกตายได้หรือไม่?: ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าวิตามิน คอลลาเจน กลูโคซามีน หรืออาหารเสริมชนิดใดสามารถรักษาหรือชะลอการดำเนินของโรคได้โดยตรง แต่แพทย์อาจแนะนำวิตามินดีหรือแคลเซียมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพกระดูกโดยรวม
เอกสารอ้างอิง (References)
- Mont MA, Salem HS, Piuzzi NS, Goodman SB, Jones LC. Nontraumatic osteonecrosis of the femoral head: Where do we stand today? J Bone Joint Surg Am. 2020;102(12):1084-1099.
- Lieberman JR, Berry DJ, Mont MA, Aaron RK, Callaghan JJ, Rajadhyaksha AD, et al. Osteonecrosis of the hip: Management in the twenty-first century. Instr Course Lect. 2003;52:337-355.
- Yoon BH, Jones LC, Chen CH, Cheng EY, Cui Q, Drescher W, et al. Etiologic classification criteria of ARCO on femoral head osteonecrosis. J Arthroplasty. 2019;34(1):163-168.
- Association Research Circulation Osseous (ARCO). ARCO Consensus on the staging and management of osteonecrosis of the femoral head. J Orthop Res. 2019.
- Pierrepont JW, Marel E, Baré JV, et al. Management of osteonecrosis of the femoral head: Current concepts. Bone Joint J. 2024;106-B(Suppl):3-12.
- American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Osteonecrosis of the Hip (Avascular Necrosis). Updated 2024.
- Cui Q, Jo WL, Koo KH, Cheng EY, Drescher W, Goodman SB, et al. ARCO Consensus on the management of early-stage osteonecrosis of the femoral head. J Orthop Translat. 2022;35:39-49.
- Zhao D, Xu D, Wang W, Cui X. Iliac bone grafting and core decompression for osteonecrosis of the femoral head: A systematic review. J Orthop Surg Res. 2020;15:128.
- Hua KC, Yang XG, Feng JT, Wang F, Yang L. Core decompression combined with bone marrow aspirate concentrate for early osteonecrosis of the femoral head: A meta-analysis. Orthop Surg. 2023;15(6):1669-1680.
- Abdel MP, Berry DJ. Current practice trends in total hip arthroplasty for osteonecrosis of the femoral head. J Am Acad Orthop Surg. 2024;32(5):e230-e239.