การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช

October 16, 2026
บทความโดย :
Dr. Arnat Udomsakdi
การส่องกล้องทางนรีเวชในห้องปลอดเชื้อ (1)

การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช

การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช (Gynecologic Endoscopic Surgery) เป็นพัฒนาการสําคัญของการผ่าตัดสมัยใหม่ที่มุ่งลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ เพิ่มความแม่นยําในการรักษา และส่งเสริมการฟื้ นตัวหลังผ่าตัด เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้และเหมาะสมต่อการผ่าตัดผ่านกล้อง เทคนิคดังกล่าวครอบคลุมการผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้อง (Laparoscopy) การส่องกล้องภายในโพรงมดลูก (Hysteroscopy) และเทคนิคการผ่าตัดผ่านช่องทางธรรมชาติบางประเภท

ปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้องมีบทบาทในการรักษาโรคทางนรีเวชหลายชนิด ได้แก่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ช็อกโกแลตซีสต์และซีสต์รังไข่บางประเภท เนื้องอกมดลูก การตั้งครรภ์นอกมดลูก ภาวะมีบุตรยากบางกรณี และการผ่าตัดมดลูกในผู้
ป่วยที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีผ่าตัดต้องพิจารณาจากลักษณะโรคขนาดและตําแหน่งของรอยโรค ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของอวัยวะข้างเคียงโรคร่วม ความชํานาญของศัลยแพทย์ และความต้องการมีบุตรในอนาคต

การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช, การผ่าตัดแผลเล็ก, Laparoscopy,Hysteroscopy, ช็อกโกแลตซีสต์, เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, เนื้องอกมดลูก

ในอดีต การผ่าตัดโรคทางนรีเวชจํานวนมากจําเป็นต้องเปิดผนังหน้าท้องเพื่อให้ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นและเข้าถึงอวัยวะภายในได้โดยตรง แม้การผ่าตัดเปิดหน้าท้องจะยังมีความจําเป็นในผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่การผ่าตัดลักษณะนี้อาจสัมพันธ์
กับแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ ความเจ็บปวดหลังผ่าตัด ระยะเวลาพักฟื้ น และความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนของแผล

การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ ทั้งระบบแสงและกล้องความละเอียดสูงเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็ก ระบบสร้างภาพภายในช่องท้อง และเทคนิคการระงับความรู้สึก ทําให้แพทย์สามารถทําการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็กหรือผ่านช่องทางธรรมชาติได้มากขึ้น

แนวคิดสําคัญของการผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery: MIS) ไม่ได้หมายถึงการทําให้แผลมีขนาดเล็กเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการลดการบาดเจ็บจากการเข้าถึงอวัยวะ ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปทํากิจวัตรประจําวันได้เร็วขึ้น โดยต้องรักษามาตรฐานความปลอดภัยและผลลัพธ์ทางคลินิกควบคู่กัน

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดแผลเล็กไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน และไม่ควรใช้เป็นข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดโดยตัวมันเอง การตัดสินใจต้องเริ่มจากการประเมินว่าโรคจําเป็นต้องได้รับการผ่าตัดหรือไม่ แล้วจึงพิจารณาวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุดสําหรับผู้ป่วยแต่ละราย

ประวัติศาสตร์และพัฒนาการของการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช

  • จุดเริ่มต้นของการส่องกล้องในช่องท้อง

แนวคิดการมองเห็นอวัยวะภายในผ่านกล้องมีพัฒนาการมาตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดย Georg Kelling ได้รายงานการตรวจภายในช่องท้องด้วยกล้องในสัตว์ทดลองในปี ค.ศ. 1901 ขณะที่ Hans Christian Jacobaeus ได้เผยแพร่ประสบการณ์การใช้กล้องตรวจภายในช่องลําตัวของมนุษย์ในปี ค.ศ.
1910-1912

ในระยะแรก การส่องกล้องมีบทบาทหลักในการวินิจฉัย เนื่องจากข้อจํากัดของระบบแสง การมองเห็น เครื่องมือผ่าตัด และการควบคุมการเคลื่อนไหวภายในช่องท้อง

  • จากการตรวจวินิจฉัยสู่การผ่าตัดรักษา

การพัฒนากล้อง เครื่องมือขนาดเล็ก ระบบพลังงานสําหรับตัดและห้ามเลือดตลอดจนเทคนิคการสร้างพื้นที่ทํางานภายในช่องท้อง ทําให้การส่องกล้องเปลี่ยนจากหัตถการเพื่อวินิจฉัยไปสู่การผ่าตัดรักษา

ศัลยแพทย์ทางนรีเวชมีบทบาทสําคัญในการพัฒนาการผ่าตัดผ่านกล้องสําหรับโรคของมดลูก ท่อนําไข่ และรังไข่ รวมถึงการรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และการผ่าตัดมดลูกผ่านกล้องในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20

  • การเข้าสู่ยุคการผ่าตัดแผลเล็ก

เมื่อเทคโนโลยีวิดีโอ กล้องความละเอียดสูง และเครื่องมือผ่าตัดได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การผ่าตัดผ่านกล้องจึงสามารถทําหัตถการที่ซับซ้อนขึ้นได้ เช่น การเลาะพังผืด การเย็บซ่อมเนื้อเยื่อ การตัดซีสต์รังไข่ และการผ่าตัดมดลูก

ต่อมาได้เกิดการพัฒนาเทคนิคเพิ่มเติม ได้แก่ การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วย(Robot-Assisted Surgery) การผ่าตัดผ่านช่องคลอดโดยใช้กล้องและเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น vNOTES และการพัฒนาการผ่าตัดผ่านกล้องภายในโพรงมดลูกให้สามารถรักษารอยโรคได้อย่างแม่นยําขึ้น

การพัฒนาทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าความก้าวหน้าของการผ่าตัดส่องกล้องไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการฝึกอบรมของศัลยแพทย์การคัดเลือกผู้ป่วย และการประเมินผลลัพธ์จากหลักฐานทางคลินิกอย่างต่อเนื่อง

หลักการและประเภทของการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช

คําว่า Gynecologic Endoscopic Surgery ครอบคลุมเทคนิคที่ใช้กล้องในการมองเห็นและรักษาอวัยวะสืบพันธุ์สตรี โดยมีแนวทางหลักดังต่อไปนี้

  • การผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้อง (Laparoscopic Surgery)

เป็นการผ่าตัดโดยใส่กล้องและเครื่องมือผ่านแผลขนาดเล็กบริเวณผนังหน้าท้องโดยทั่วไปจะมีการสร้างพื้นที่ทํางานภายในช่องท้องด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อให้มองเห็นอวัยวะได้ชัดเจน

แพทย์ควบคุมเครื่องมือผ่านภาพที่ปรากฏบนจอภาพ สามารถตรวจดูอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ตัดหรือเลาะรอยโรค ห้ามเลือด เย็บซ่อมเนื้อเยื่อ และนําชิ้นเนื้อออกผ่านช่องเปิดที่เหมาะสม

เทคนิคนี้ใช้ในการรักษาโรคของรังไข่ ท่อนําไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และมดลูกบางกรณี

  • การส่องกล้องภายในโพรงมดลูก (Hysteroscopy)

เป็นการนํากล้องขนาดเล็กผ่านช่องคลอดและปากมดลูกเข้าสู่โพรงมดลูก โดยทั่วไปไม่ต้องมีแผลที่ผนังหน้าท้องใช้ตรวจวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติภายในโพรงมดลูก เช่น ติ่งเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก เนื้องอกชนิดยื่นเข้าโพรงมดลูก พังผืดภายในโพรงมดลูก และความผิดปกติบางประเภทที่สัมพันธ์กับเลือดออกผิดปกติหรือภาวะมีบุตรยาก

ข้อสําคัญคือ Hysteroscopy และ Laparoscopy เป็นคนละเทคนิค และใช้รักษารอยโรคคนละตําแหน่ง แม้ทั้งสองจะจัดอยู่ในกลุ่มการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

  • การผ่าตัดผ่านกล้องโดยใช้หุ่นยนต์ช่วย (Robot-Assisted Surgery)

เป็นการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็กโดยใช้ระบบหุ่นยนต์ช่วยควบคุมเครื่องมือจากคอนโซลของศัลยแพทย์ ระบบบางชนิดช่วยให้มองเห็นภาพสามมิติและควบคุมปลายเครื่องมือได้อย่างละเอียด

หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดอาจมีประโยชน์ในหัตถการบางประเภทที่ต้องการการเย็บหรือเลาะเนื้อเยื่ออย่างซับซ้อน แต่มีต้นทุนสูงกว่าในหลายบริบท และยังไม่พบว่ามีความเหนือกว่าการผ่าตัดผ่านกล้องแบบมาตรฐานในทุกโรคหรือทุกผลลัพธ์ การเลือกใช้
จึงควรพิจารณาจากข้อบ่งชี้ ประสบการณ์ของทีมผ่าตัด และทรัพยากรที่มีอยู่

  • การผ่าตัดผ่านช่องคลอดโดยใช้กล้อง (vNOTES)

vNOTES ย่อมาจาก vaginal Natural Orifice Transluminal Endoscopic Surgery เป็นเทคนิคที่นํากล้องและเครื่องมือเข้าสู่ช่องท้องผ่านช่องคลอด โดยไม่จําเป็นต้องมีแผลผ่าตัดภายนอกหน้าท้อง

เทคนิคนี้อาจใช้ในหัตถการทางนรีเวชที่เหมาะสม เช่น การผ่าตัดท่อนําไข่หรือรังไข่บางกรณี และการผ่าตัดมดลูกบางประเภท ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากกายวิภาคประวัติการผ่าตัดเดิม พังผืด และความชํานาญเฉพาะทางของทีมผ่าตัดvNOTES ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย และไม่ควรสื่อสารว่าเป็นการผ่าตัดที่ปราศจากความเสี่ยงเพียงเพราะไม่มีแผลภายนอกหน้าท้อง

vNOTES ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย และไม่ควรสื่อสารว่าเป็นการผ่าตัที่ปราศจากความเสี่ยงเพียงเพราะไม่มีแผลภายนอกหน้าท้อง

  • เหตุใดการผ่าตัดส่องกล้องจึงได้รับการพัฒนา
    การเปลี่ยนจากการผ่าตัดเปิดหน้าท้องไปสู่การผ่าตัดแผลเล็กมีเป้าหมายสําคัญหลายประการ
  • ประการแรก คือการลดการบาดเจ็บของผนังหน้าท้องจากการเปิดแผลขนาดใหญ่
  • ประการที่สอง คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นอวัยวะภายในผ่านภาพขยายบนจอภาพ
  • ประการที่สาม คือการลดความเจ็บปวดและช่วยให้ผู้ป่วยเริ่มเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นในกรณีที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และ
  • ประการสุดท้าย คือการลดผลกระทบต่อการดําเนินชีวิตจากการพักฟื้นที่ยาวนาน

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดส่องกล้องยังต้องอาศัยการเจาะผ่านผนังหน้าท้องหรือการเข้าถึงผ่านช่องทางธรรมชาติ มีความเสี่ยงจากการใช้เครื่องมือ การดมยาสลบและการผ่าตัดอวัยวะภายใน ดังนั้น คําว่าแผลเล็กจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการผ่าตัดที่ไม่มีความเสี่ยงหรือปลอดภัยกว่าทุกวิธีในทุกสถานการณ์

โรคทางนรีเวชที่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง

การเลือกใช้การผ่าตัดส่องกล้องขึ้นอยู่กับชนิดของโรค ความรุนแรง ลักษณะของ รอยโรค และเป้าหมายการรักษา โดยโรคสําคัญที่อาจใช้เทคนิคดังกล่าว ได้แก่

  • ช็อกโกแลตซีสต์และเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ช็อกโกแลตซีสต์ (Ovarian Endometrioma) เป็นถุงน้าในรังไข่ที่เกิดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ภายในมักมีเลือดเก่าสะสมจนมีลักษณะคล้ายของเหลวสีน้าตาลเข้ม

ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดประจําเดือน ปวดท้องน้อยเรื้อรัง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์หรือมีปัญหาด้านภาวะเจริญพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการและตรวจพบโดยบังเอิญจากการอัลตราซาวนด์

การผ่าตัดผ่านกล้องอาจใช้ในการเลาะซีสต์ออก (Cystectomy) การเปิดระบายและรักษาผนังซีสต์ด้วยเทคนิคเฉพาะ หรือการตัดรอยโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ร่วมกับการเลาะพังผืดการเลือกวิธีผ่าตัดต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากการเลาะซีสต์อาจทําให้เนื้อเยื่อรังไข่ปกติถูกนําออกหรือได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ปริมาณไข่สํารองลดลงได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีซีสต์ทั้งสองข้าง เคยผ่าตัดรังไข่มาก่อน หรือมีไข่สํารองต่ำ

แนวทาง ESHRE ปี 2022 สนับสนุนการตัดสินใจรักษาโดยพิจารณาอาการ ความต้องการมีบุตร อายุ ประวัติการรักษา และผลกระทบต่อรังไข่ ไม่ใช่ใช้ขนาดซีสต์เพียงอย่างเดียวเป็นเกณฑ์ในการผ่าตัด

  • ซีสต์รังไข่ชนิดอื่น ๆ

ซีสต์รังไข่มีหลายชนิด เช่น Functional Cyst, Dermoid Cyst, Cystadenoma และซีสต์ที่มีลักษณะซับซ้อน

ซีสต์บางชนิดสามารถติดตามอาการและตรวจอัลตราซาวนด์ได้โดยไม่ต้องผ่าตัดขณะที่บางชนิดอาจจําเป็นต้องผ่าตัดหากมีอาการ ปวดมาก โตขึ้น มีลักษณะน่าสงสัย หรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น รังไข่บิดขั้วหรือซีสต์แตก

การประเมินก่อนผ่าตัดควรพิจารณารูปร่างและส่วนประกอบของซีสต์จากภาพอัลตราซาวนด์ อายุ ภาวะหมดประจําเดือน ปัจจัยเสี่ยง และผลตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้

ในกรณีที่สงสัยมะเร็งรังไข่ การวางแผนผ่าตัดและสถานที่รักษามีความสําคัญเป็นพิเศษ ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเหมาะสม และอาจจําเป็นต้องส่งต่อสูตินรีแพทย์มะเร็งวิทยา

  • เนื้องอกมดลูก

เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids หรือ Leiomyomas) เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่พบได้บ่อยในสตรีวัยเจริญพันธุ์ อาจทําให้ประจําเดือนมามาก ปวดท้องน้อย มีอาการกดเบียด หรือมีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในบางกรณี

การผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้องอาจใช้ในการตัดเนื้องอกมดลูก (Laparoscopic Myomectomy) โดยมีเป้าหมายเพื่อนําเนื้องอกออกและเก็บรักษามดลูกไว้ ส่วนเนื้องอกที่ยื่นเข้าโพรงมดลูกบางชนิดสามารถตัดผ่าน Hysteroscopy ได้

การเลือกเทคนิคขึ้นอยู่กับจํานวน ขนาด ตําแหน่ง และความลึกของเนื้องอก รวมถึงความต้องการมีบุตรในอนาคต ไม่ใช่เนื้องอกมดลูกทุกชนิดจําเป็นต้องผ่าตัด

  • การตั้งครรภ์นอกมดลูก

การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) ส่วนใหญ่เกิดในท่อนําไข่และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากมีการแตกและเลือดออกภายในช่องท้อง

การผ่าตัดผ่านกล้องสามารถใช้รักษาผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม เช่น การตัดท่อนําไข่ที่มีการตั้งครรภ์หรือการผ่าตัดเปิดท่อนําไข่เพื่อเอาเนื้อเยื่อการตั้งครรภ์ออกในบางกรณี

อย่างไรก็ตาม การรักษาไม่ได้จําเป็นต้องผ่าตัดทุกราย ผู้ป่วยบางรายอาจเหมาะกับการติดตามระดับฮอร์โมนหรือการรักษาด้วยยา ขึ้นอยู่กับอาการ ความคงที่ของระบบไหลเวียนโลหิต ตําแหน่งการตั้งครรภ์ และข้อบ่งชี้ทางคลินิก

  • การผ่าตัดมดลูก

การผ่าตัดมดลูก (Hysterectomy) อาจใช้รักษาโรคที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่นเช่น เนื้องอกมดลูกที่มีอาการมาก ภาวะเลือดออกผิดปกติบางประเภท ภาวะมดลูกหย่อน และโรคทางนรีเวชบางชนิด

การผ่าตัดมดลูกผ่านกล้องทางหน้าท้องเป็นหนึ่งในทางเลือก โดยต้องพิจารณาร่วมกับการผ่าตัดทางช่องคลอดและการผ่าตัดเปิดหน้าท้องตามความเหมาะสมของผู้ป่วย แนวทาง ACOG ระบุว่าการเลือกวิธีผ่าตัดมดลูกควรพิจารณาข้อบ่งชี้ ลักษณะทางกายวิภาค ความเสี่ยง ประสบการณ์ของศัลยแพทย์ และความเป็นไปได้ในการทําหัตถการอย่างปลอดภัย

  • พังผืดในอุ้งเชิงกรานและภาวะมีบุตรยากบางกรณี

พังผืดในอุ้งเชิงกรานอาจเกิดจากการอักเสบ การติดเชื้อ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือการผ่าตัดในอดีต

การผ่าตัดผ่านกล้องสามารถช่วยตรวจประเมินและเลาะพังผืดในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ได้แต่การผ่าตัดอาจก่อให้เกิดพังผืดใหม่ และไม่ได้รับประกันว่าจะเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ในผู้ป่วยทุกคน

การตัดสินใจรักษาภาวะมีบุตรยากจึงควรพิจารณาปัจจัยของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย รวมถึงอายุ ไข่สํารอง การทํางานของท่อ
นําไข่ และความเหมาะสมของเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

  • ความผิดปกติภายในโพรงมดลูก

Hysteroscopy มีบทบาทสําคัญในการตรวจและรักษาติ่งเนื้อในโพรงมดลูก เนื้องอกที่ยื่นเข้าโพรงมดลูก พังผืด และความผิดปกติบางประเภทที่สัมพันธ์กับเลือดออกผิดปกติ

ข้อดีคือสามารถมองเห็นรอยโรคโดยตรงและรักษาเฉพาะบริเวณที่ผิดปกติได้ โดยไม่จําเป็นต้องเปิดผนังหน้าท้อง

เทคนิคและขั้นตอนการผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้อง

แม้รายละเอียดจะแตกต่างกันตามโรคและหัตถการ แต่การผ่าตัดผ่านกล้องโดยทั่วไปประกอบด้วยขั้นตอนสําคัญดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: การประเมินก่อนผ่าตัด

แพทย์ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ทบทวนผลอัลตราซาวนด์หรือภาพถ่ายทางการแพทย์ และตรวจเพิ่มเติมตามความจําเป็น เพื่อยืนยันข้อบ่งชี้และวางแผนการผ่าตัด

ขั้นตอนที่ 2: การระงับความรู้สึกและการเตรียมผู้ป่วย

การผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้องส่วนใหญ่มักทําภายใต้การดมยาสลบ ทีมรักษาประเมินความพร้อมของผู้ป่วยและวางแผนป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัด

ขั้นตอนที่ 3: การเข้าถึงช่องท้องและสร้างพื้นที่ทํางาน

ศัลยแพทย์นํากล้องและเครื่องมือผ่านช่องเปิดขนาดเล็กที่ผนังหน้าท้อง โดยทั่วไปใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อสร้างพื้นที่สําหรับการมองเห็นและการเคลื่อนไหวของเครื่องมือ ทั้งนี้มีเทคนิคการเข้าช่องท้องหลายแบบตามความเหมาะสมและความปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 4: การตรวจประเมินและรักษารอยโรค

แพทย์ตรวจดูอวัยวะในช่องท้องและอุ้งเชิงกราน ก่อนดําเนินการตามแผน เช่น เลาะซีสต์ ตัดเนื้องอก ตัดท่อนําไข่ เลาะพังผืด หรือผ่าตัดมดลูก

ขั้นตอนที่ 5: การนําชิ้นเนื้อออกและตรวจสอบความปลอดภัย

ชิ้นเนื้อจะถูกนําออกด้วยวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัย โดยพิจารณาความเสี่ยงของรอยโรค การปนเปื้ อน และความเป็นไปได้ของมะเร็งหากมีข้อสงสัย จากนั้นตรวจสอบการห้ามเลือดและความเรียบร้อยของหัตถการ

ขั้นตอนที่ 6: การดูแลหลังผ่าตัด

ทีมรักษาติดตามอาการปวด คลื่นไส้ การเคลื่อนไหว การรับประทานอาหาร และภาวะแทรกซ้อนตามความเสี่ยงของผู้ป่วย ระยะเวลาพักรักษาตัวและการกลับไปทํากิจกรรมจะแตกต่างกันตามประเภทและความซับซ้อนของการผ่าตัด

ข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช

  • ลดขนาดแผลผ่าตัด

การผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้องใช้แผลขนาดเล็กสําหรับใส่กล้องและเครื่องมือแทนการเปิดหน้าท้องเป็นแผลยาวในกรณีที่สามารถใช้เทคนิคนี้ได้ ช่วยลดการบาดเจ็บของผนังหน้าท้องจากการเข้าถึงอวัยวะ

  • ลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัดในหลายหัตถการ

เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องในผู้ป่วยที่เหมาะสม การผ่าตัดผ่านกล้องมักมีอาการปวดจากแผลน้อยกว่า แต่ยังอาจเกิดอาการปวดบริเวณไหล่หรือท้องจากก๊าซที่ใช้ระหว่างผ่าตัดได้

  • ฟื้นตัวและกลับไปทํากิจวัตรได้เร็วขึ้น

การผ่าตัดผ่านกล้องสําหรับหัตถการหลายประเภทสัมพันธ์กับการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลที่สั้นลงและการกลับไปทํากิจกรรมได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของโรคและภาวะแทรกซ้อน

  • มองเห็นรายละเอียดภายในอุ้งเชิงกราน

ระบบกล้องสามารถขยายภาพบริเวณผ่าตัด ทําให้แพทย์ตรวจดูรอยโรคและโครงสร้างทางกายวิภาคได้อย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม ภาพขยายไม่ได้ทดแทนความชํานาญในการผ่าตัดและการระบุอวัยวะสําคัญอย่างถูกต้อง

  • ลดผลกระทบจากแผลผ่าตัดขนาดใหญ่

ในผู้ป่วยที่เหมาะสม แผลขนาดเล็กอาจช่วยลดปัญหาบางอย่างที่สัมพันธ์กับแผลเปิดหน้าท้อง เช่น ภาวะแทรกซ้อนของแผล และอาจช่วยให้ผลด้านความพึงพอใจเกี่ยวกับแผลเป็นดีขึ้น

ทั้งนี้ ไม่รับประกันว่าจะไม่มีแผลเป็น ไม่มีพังผืดหรือไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ข้อเสีย ความเสี่ยง และข้อจํากัด

การผ่าตัดส่องกล้องเป็นการผ่าตัดจริงที่มีความเสี่ยง แม้จะเป็นเทคนิคแผลเล็กก็ตาม

  • ความเสี่ยงจากการเข้าช่องท้อง

การใส่กล้องหรือเครื่องมืออาจทําให้เกิดการบาดเจ็บต่อหลอดเลือด ลําไส้ กระเพาะปัสสาวะ หรืออวัยวะภายในอื่น ๆ ได้ แม้จะพบไม่บ่อยแต่บางกรณีอาจรุนแรง

  • ความเสี่ยงจากการดมยาสลบและการสร้างพื้นที่ทํางาน

การดมยาสลบและการใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อาจมีผลต่อระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต จึงต้องประเมินความเสี่ยงและเฝ้าระวังโดยทีมวิสัญญีแพทย์

  • ความเป็นไปได้ที่จะต้องเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง

หากพบเลือดออกมาก พังผืดรุนแรง การมองเห็นไม่เพียงพอ หรือมีเหตุผลด้านความปลอดภัย ศัลยแพทย์อาจจําเป็นต้องเปลี่ยนไปผ่าตัดเปิดหน้าท้อง การเปลี่ยนวิธีผ่าตัดเป็นการตัดสินใจเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่ความล้มเหลวของการรักษา

  • ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรังไข่

การผ่าตัดช็อกโกแลตซีสต์อาจกระทบต่อไข่สํารอง โดยเฉพาะเมื่อมีซีสต์สองข้างหรือเคยผ่าตัดมาก่อน จึงควรหารือเรื่องการสงวนเนื้อเยื่อรังไข่และแผนการมีบุตรก่อนผ่าตัด

  • ความเสี่ยงจากการเกิดโรคซ้า

โรคบางชนิด เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ อาจกลับมาเป็นซ้าได้หลังผ่าตัดการผ่าตัดจึงไม่ใช่การรับประกันว่าจะหายขาดตลอดชีวิต ผู้ป่วยบางรายอาจต้องได้รับยาหรือการติดตามต่อเนื่อง

  • ข้อจํากัดจากความซับซ้อนของโรคและความชํานาญของทีม

ผู้ป่วยที่มีพังผืดรุนแรง ก้อนขนาดใหญ่ที่มีข้อสงสัยมะเร็ง หรือโรคร่วมที่เพิ่มความเสี่ยง อาจไม่เหมาะกับการผ่าตัดผ่านกล้องบางรูปแบบการเลือกวิธีผ่าตัดควรคํานึงถึงความปลอดภัยและผลลัพธ์ระยะยาว ไม่ใช่เลือกวิธีที่มีแผลเล็กที่สุดเพียงอย่างเดียว

การเปรียบเทียบการผ่าตัดเปิดหน้าท้องกับการผ่าตัดผ่านกล้อง

ประเด็นผ่าตัดเปิดหน้าท้องผ่าตัดผ่านกล้อง
การเข้าถึงอวัยวะ ช่องเปิดขนาดเล็กแผลเปิดเพื่อเข้าถึงโดยตรงกล้องและเครื่องมือผ่าน
ขนาดแผลโดยทั่วไปใหญ่กว่าโดยทั่วไปเล็กกว่า
ความเจ็บปวดจากแผลมักมากกว่ามักน้อยกว่า
ระยะพักฟื้นโดยทั่วไปนานกว่าโดยทั่วไปสั้นกว่า
ความเสี่ยงมีความเสี่ยงมีความเสี่ยง
ความเหมาะสมจําเป็นในบางโรคเหมาะกับผู้ป่วยหลายกลุ่ม

ตารางนี้เป็นการเปรียบเทียบโดยภาพรวม ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์เฉพาะบุคคลเพราะชนิดของโรค ความซับซ้อน และประสบการณ์ของศัลยแพทย์มีผลต่อผลลัพธ์อย่างมาก

หลักฐานทางวิชาการและแนวทางเวชปฏิบัติ

แนวทางของ American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) และ European Society of Human Reproduction and Embryology (ESHRE) สนับสนุนการเลือกวิธีรักษาโดยใช้หลักฐานทางวิชาการร่วมกับการพิจารณาปัจจัยเฉพาะของผู้ป่วย

สําหรับการผ่าตัดมดลูก แนวทาง ACOG เน้นว่าควรเลือกวิธีผ่าตัดโดยพิจารณาข้อบ่งชี้ สภาพทางกายวิภาค ความปลอดภัย และความชํานาญของศัลยแพทย์ โดยวิธีผ่าตัดผ่านช่องคลอดหรือผ่านกล้องอาจเหมาะสมกว่าการเปิดหน้าท้องในผู้ป่วยหลายราย แต่ไม่ใช่ในทุกกรณี

สําหรับเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แนวทาง ESHRE ปี 2022 เน้นการวางแผนรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยคํานึงถึงอาการ ความต้องการมีบุตร ผลกระทบต่อไข่สํารอง ประวัติการรักษา และโอกาสกลับเป็นซ้ำ

สําหรับก้อนหรือซีสต์รังไข่ การประเมินความเสี่ยงก่อนผ่าตัดเป็นขั้นตอนสําคัญเพื่อให้เลือกผู้ป่วยและวิธีผ่าตัดได้เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อมีลักษณะก้อนที่อาจสัมพันธ์กับมะเร็ง

สําหรับการผ่าตัดมดลูกจากโรคไม่ร้ายแรง หลักฐานจาก Cochrane Review พบว่าการผ่าตัดผ่านกล้องเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องมีข้อได้เปรียบบางด้าน เช่น การกลับไปทํากิจกรรมตามปกติได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีผ่าตัด ต้องคํานึงถึงความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

โดยสรุป หลักฐานสนับสนุนบทบาทสําคัญของการผ่าตัดส่องกล้องในโรคทางนรีเวชหลายชนิด แต่ไม่สนับสนุนการใช้เทคนิคเดียวกับผู้ป่วยทุกคน การตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุดต้องพิจารณาร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้ป่วย

แนวทางการเลือกผู้ป่วยและการตัดสินใจร่วมกัน

ก่อนตัดสินใจผ่าตัด ควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้

  1. ข้อบ่งชี้ในการรักษามีอาการหรือผลตรวจที่จําเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่ และมีทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือไม่
  2. ลักษณะของโรค ขนาด ตําแหน่ง จํานวนรอยโรค และความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง
  3. เป้าหมายด้านภาวะเจริญพันธุ์: ต้องการมีบุตรในอนาคตหรือจําเป็นต้องสงวนมดลูกและรังไข่หรือไม่
  4. ความเสี่ยงเฉพาะบุคคล: โรคร่วม ประวัติผ่าตัด พังผืด และความเสี่ยงจากการดมยาสลบ
  5. ความเชี่ยวชาญของทีมผ่าตัด: ประสบการณ์ในหัตถการที่ตรงกับโรคและความพร้อมในการดูแลภาวะแทรกซ้อน
  6. การดูแลหลังผ่าตัด: การติดตามอาการ ผลตรวจชิ้นเนื้อ การป้องกันโรคซ้า และการวางแผนมีบุตรเมื่อเกี่ยวข้อง

การให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจทั้งประโยชน์ ข้อจํากัด ความเสี่ยงและทางเลือกอื่น ก่อนตัดสินใจร่วมกับแพทย์

บทบาทของโรงพยาบาลในการส่งเสริมการรักษาที่ปลอดภัย

การให้บริการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชที่มีคุณภาพควรประกอบด้วยการประเมินก่อนผ่าตัดอย่างเป็นระบบ การวางแผนผ่าตัดตามชนิดของโรค ทีมสูตินรีแพทย์และวิสัญญีแพทย์ที่มีความพร้อม เครื่องมือที่เหมาะสม และระบบติดตามผลหลังผ่าตัด

สรุป

การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชเป็นผลจากพัฒนาการทางการแพทย์ที่ดําเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่าหนึ่งศตวรรษ จากการส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยไปสู่การผ่าตัดรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

เทคนิคนี้ช่วยลดขนาดแผลและอาจช่วยลดความเจ็บปวด ระยะเวลาพักรักษาตัวและระยะฟื้ นตัวเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องในผู้ป่วยที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงและข้อจํากัดที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

การรักษาช็อกโกแลตซีสต์ ซีสต์รังไข่ เนื้องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่และโรคทางนรีเวชอื่น ๆ จึงควรเริ่มจากการวินิจฉัยที่ถูกต้อง การประเมินข้อบ่งชี้และการเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

หัวใจสําคัญของการผ่าตัดส่องกล้องนอกจากการทําแผลให้เล็กลงแล้วยังเป็นการรักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคํานึงถึงความปลอดภัย คุณภาพชีวิต และเป้าหมายระยะยาวของผู้ป่วยเป็นสําคัญ

เอกสารอ้างอิง

1.American College of Obstetricians and Gynecologists. Choosing the route of hysterectomy for benign disease. ACOG Committee Opinion No. 701. Obstet Gynecol. 2017;129(6):e155–e159. doi:10.1097/AOG.0000000000002108
2.Becker CM, Bokor A, Heikinheimo O, et al. ESHRE guideline: endometriosis. Hum Reprod Open. 2022;2022(2):hoac009. doi:10.1093/hropen/hoac009
3.American College of Obstetricians and Gynecologists. Practice Bulletin No. 174: Evaluation and management of adnexal masses. Obstet Gynecol. 2016;128(5):e210–e226. doi:10.1097/AOG.0000000000001768
4.Nieboer TE, Johnson N, Lethaby A, et al. Surgical approach to hysterectomy for benign gynaecological disease. Cochrane Database Syst Rev. 2009;(3):CD003677. doi:10.1002/14651858.CD003677.pub3.
5.Jacobaeus HC. Über Laparo- und Thorakoskopie. Beiträge zur Klinikder Tuberkulose. 1912;25:185–204.
6.Kelling G. Über Oesophagoskopie, Gastroskopie und Koelioskopie. Münch Med Wochenschr. 1901;48:21–24.

Dr. Arnat Udomsakdi
Article Author
Dr. Arnat Udomsakdi
ผู้บริหาร รพ. เซเปี้ยนซ์
View Profile