สะโพกดังคลิก ปวดขาหนีบ หรือเหมือนมีอะไรขัดในข้อ? อาจเป็นหมอนรองข้อสะโพกฉีกขาด (Labral Tear)

အောက်တိုဘာ 20, 2026
บทความโดย :
Dr. Nattaya Udomsakdi

หลายคนเคยมีอาการปวดขาหนีบหรือปวดสะโพกเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลาลุกจากเก้าอี้ ก้าวขึ้นบันได นั่งรถนาน ๆ หรือออกกำลังกาย บางคนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ เส้นเอ็นตึง หรือใช้งานสะโพกมากเกินไป แต่รักษาแล้วอาการกลับไม่ดีขึ้น

ในบางรายอาจมีอาการที่ดูแปลกกว่านั้น เช่น สะโพกดัง “คลิก” หรือ “กึก” เวลาขยับ รู้สึกเหมือนมีอะไรขัดอยู่ภายในข้อ สะโพกสะดุดหรือล็อกเป็นบางครั้ง ปวดลึก ๆ ที่ขาหนีบเวลางอสะโพก หรือใส่รองเท้า ถุงเท้า และขึ้นรถลำบากกว่าปกติ

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะ หมอนรองข้อสะโพกฉีกขาด (Labral Tear) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอาการปวดสะโพกในคนอายุน้อย นักกีฬา และผู้ที่มีภาวะกระดูกสะโพกชนกันผิดปกติ หรือ Femoroacetabular Impingement (FAI)

แม้ชื่อโรคนี้จะไม่คุ้นหูเหมือนหมอนรองเข่าฉีกหรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แต่ในปัจจุบันแพทย์พบภาวะนี้บ่อยขึ้นมากจากการพัฒนาของ MRI และการส่องกล้องข้อสะโพก ทำให้เข้าใจว่าผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ปวดขาหนีบเรื้อรังอาจมีต้นเหตุจากหมอนรองข้อสะโพกที่ได้รับบาดเจ็บ

หมอนรองข้อสะโพก (Labrum) คืออะไร

หมอนรองข้อสะโพก หรือ Labrum เป็นเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่ล้อมรอบขอบเบ้าสะโพก ทำหน้าที่คล้าย “ขอบยาง” ที่ช่วยให้หัวกระดูกต้นขาอยู่ในเบ้าสะโพกได้มั่นคงขึ้น

Labrum ไม่ได้เป็นเพียงเนื้อเยื่อเล็ก ๆ ที่อยู่ในข้อ แต่มีบทบาทสำคัญหลายอย่าง ทั้งช่วยเพิ่มความมั่นคงของข้อสะโพก ช่วยกระจายแรง ช่วยกักเก็บน้ำหล่อเลี้ยงข้อ และช่วยลดแรงกดที่กระทำต่อกระดูกอ่อนผิวข้อ

Labrum ช่วยอะไรบ้าง?

  • เพิ่มความมั่นคงของข้อสะโพก: ช่วยยึดหัวกระดูกต้นขาให้อยู่ในเบ้า ลดโอกาสข้อเคลื่อนหรือหลุด
  • กระจายแรงกด: ช่วยกระจายแรงที่กระทำต่อผิวข้อ ลดแรงกดจุดใดจุดหนึ่ง จึงช่วยป้องกันการเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ
  • ลดแรงกระแทก: ช่วยดูดซับแรงกระแทกในขณะเดิน วิ่ง กระโดด หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ
  • กักเก็บน้ำหล่อลื่นในข้อ: ช่วยกักเก็บน้ำไขข้อ ทำให้ข้อสะโพกลื่นไหลและเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น
  • ปกป้องข้อสะโพกในระยะยาว: เมื่อ Labrum ทำงานได้ดี จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะข้อเสื่อมในอนาคต

มีการศึกษาพบว่า เมื่อ Labrum สูญเสียหน้าที่หรือถูกตัดออก แรงกดภายในข้อสะโพกอาจเพิ่มขึ้นได้มาก ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของข้อสะโพกในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ แนวคิดการรักษาในปัจจุบันจึงเปลี่ยนไป จากเดิมที่มักตัดส่วนที่ฉีกออก มาเป็นการพยายามซ่อมแซมและเก็บรักษา Labrum ไว้ให้มากที่สุดเมื่อสามารถทำได้

หมอนรองข้อสะโพกฉีกขาดมีอาการอย่างไร?

อาการของ Labral Tear อาจแตกต่างกันในแต่ละคน บางรายมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่บางรายปวดมากจนรบกวนการเดิน การออกกำลังกาย หรือการใช้ชีวิตประจำวัน

  • ปวดขาหนีบลึก ๆ หรือปวดบริเวณสะโพกด้านหน้า: เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด ผู้ป่วยมักอธิบายว่าเป็นอาการปวดลึกอยู่ภายในข้อ ไม่ใช่อาการปวดผิว ๆ หรือปวดกล้ามเนื้อทั่วไป มักเป็น ๆ หาย ๆ หรือปวดเวลาใช้งาน เช่น เดิน นั่งนาน หรือออกกำลังกาย
  • ปวดร้าวลามไปตำแหน่งอื่น: อาจลามไปที่ต้นขาด้านหน้า สะโพกด้านข้าง ก้น หรือต้นขาด้านใน ทำให้บางครั้งเข้าใจผิดว่าเป็นโรคของหลังหรือข้อเข่า
  • สะโพกดังคลิกหรือกึก: โดยเฉพาะเวลาลุกขึ้นยืน หมุนตัว ก้าวขึ้นรถ หรือเปลี่ยนท่าทาง ผู้ป่วยบางรายจะรู้สึกเหมือนมีอะไรดีดอยู่ในข้อ หรือรู้สึกว่าสะโพกไม่ลื่นเหมือนเดิม
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรขัดอยู่ในข้อ: งอสะโพกแล้วติด ๆ ขยับได้ไม่สุด หรือสะโพกสะดุด/ติดขัดเป็นบางจังหวะ
  • ปวดเวลานั่งนาน ๆ หรืองอสะโพก: เช่น นั่งรถนาน นั่งทำงานนาน นั่งยอง ๆ ใส่รองเท้า ใส่ถุงเท้า ก้มเก็บของ ขึ้นลงรถ หรือขึ้นบันได

ควรพบแพทย์หากมีอาการ: ปวดขาหนีบเรื้อรังเกิน 6 สัปดาห์, สะโพกดังคลิกร่วมกับอาการปวด, รู้สึกเหมือนมีอะไรขัดอยู่ในข้อ หรืออาการไม่ดีขึ้นแม้พักและรักษาแบบทั่วไปแล้ว

ทำไมหมอนรองข้อสะโพกถึงฉีกขาด? (สาเหตุ)

หลายคนเข้าใจว่าหมอนรองข้อสะโพกฉีกขาดต้องเกิดจากอุบัติเหตุรุนแรงเท่านั้น แต่ความจริงแล้วผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีประวัติหกล้ม กระแทก หรือบาดเจ็บชัดเจน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก “แรงเสียดสีหรือแรงกดซ้ำ ๆ ภายในข้อ” เป็นเวลานาน

  1. ภาวะกระดูกสะโพกชนกันผิดปกติ (Femoroacetabular Impingement; FAI): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากรูปร่างของหัวกระดูกต้นขาหรือเบ้าสะโพกไม่พอดีกัน ทำให้เมื่อมีการงอสะโพก กระดูกเกิดการชนกันภายในข้อซ้ำ ๆ จนหมอนรองข้อสะโพกได้รับบาดเจ็บ
  • Cam type: หัวกระดูกไม่กลม เกิดปุ่มนูนบริเวณคอของกระดูกต้นขา
  • Pincer type: เบ้าสะโพกลึกเกินไป หรือครอบหัวกระดูกมากเกินไป
  1. การใช้งานซ้ำ ๆ หรือเล่นกีฬาที่ใช้สะโพกมาก: เช่น ฟุตบอล เทนนิส กอล์ฟ บัลเลต์ ศิลปะการต่อสู้ หรือกีฬาที่ต้องหมุนตัว เปลี่ยนทิศทาง หรือย่อสะโพกซ้ำ ๆ
  2. ความไม่มั่นคงของข้อสะโพก: เช่น ข้อสะโพกหลวม หรือเบ้าสะโพกตื้น ทำให้ Labrum ต้องรับแรงมากขึ้น
  3. ความเสื่อมตามอายุ: เนื้อเยื่อของ Labrum เสื่อมสภาพลง จึงฉีกขาดง่ายขึ้น
  4. การบาดเจ็บเฉียบพลัน: เช่น หกล้ม กระแทก หรืออุบัติเหตุรุนแรง (พบได้น้อยกว่ากลุ่มอื่น)

หมอนรองข้อสะโพกฉีกขาดตรวจพบได้อย่างไร?

การวินิจฉัยต้องพิจารณาร่วมกันระหว่างอาการ การตรวจร่างกาย และภาพถ่ายทางรังสี:

  • การตรวจเอกซเรย์ (X-ray): ไม่เห็นรอยฉีกของ Labrum โดยตรง แต่ช่วยให้แพทย์ดูรูปร่างของข้อสะโพก และค้นหาความผิดปกติของกระดูก เช่น FAI หรือภาวะเบ้าสะโพกตื้น
  • การตรวจ MRI: ช่วยให้เห็นเนื้อเยื่ออ่อนภายในข้อสะโพก รวมถึง Labrum กระดูกอ่อน และโครงสร้างอื่น ๆ
  • MR Arthrography: มีการฉีดสารเพิ่มความชัดเข้าไปในข้อสะโพกก่อนตรวจ ช่วยให้เห็นรอยฉีกขนาดเล็กได้ชัดเจนขึ้น (ไม่ได้จำเป็นสำหรับผู้ป่วยทุกคน ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์)

ถ้า MRI พบ Labral Tear แปลว่าต้องผ่าตัดหรือไม่? และหายเองได้ไหม?

  • ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป: มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตรวจพบ Labral Tear จาก MRI แต่ไม่เคยมีอาการปวดเลย แนวคิดการรักษาจึงเน้นว่า “รักษาผู้ป่วย ไม่ใช่รักษาภาพ MRI”
  • หายเองได้ไหม?: รอยฉีกอาจไม่ได้สมานกลับมาเหมือนเนื้อเยื่อปกติในทุกกรณี แต่ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถมีอาการดีขึ้นได้จากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เพราะอาการปวดเกี่ยวข้องกับแรงกดภายในข้อ การอักเสบ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบสะโพก

การรักษาแบบไม่ผ่าตัดทำอย่างไร?

  • การปรับกิจกรรม: หลีกเลี่ยงการนั่งยอง ๆ งอสะโพกลึก หมุนตัวเร็ว หรือกีฬาที่ทำให้อาการกำเริบ
  • กายภาพบำบัด: เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพก เพิ่มความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว ปรับรูปแบบการเคลื่อนไหว และลดแรงกดที่เกิดขึ้นภายในข้อสะโพก
  • การใช้ยา: ใช้ยาเพื่อลดอาการปวดและการอักเสบ ช่วยให้ทำกายภาพบำบัดได้ดีขึ้น

(ผู้ป่วยที่มักตอบสนองดี คือผู้ที่ไม่มีข้อสะโพกเสื่อมรุนแรง ไม่มีอาการสะโพกล็อกบ่อย ๆ และไม่มีความเสียหายของกระดูกอ่อนมากนัก)

เมื่อไรจึงควรพิจารณาผ่าตัด?

การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกเมื่อ:

  • มีอาการปวดเรื้อรัง รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัด
  • มีอาการสะโพกล็อกหรือสะดุดชัดเจน
  • มีภาวะ FAI ร่วมด้วย เพื่อรักษาทั้งรอยฉีกและแก้ไขกระดูกที่ชนกัน
  • ต้องการกลับไปเล่นกีฬาในระดับสูง

การผ่าตัดซ่อมหมอนรองข้อสะโพก (Arthroscopic Labral Repair)

ปัจจุบันการรักษาส่วนใหญ่ทำด้วย การส่องกล้องข้อสะโพก (Hip Arthroscopy) แผลเล็กขนาดประมาณ 3-5 มม. ภายใต้แนวคิด “Preserve the Labrum Whenever Possible” (พยายามเก็บรักษาหมอนรองข้อสะโพกไว้ให้มากที่สุด)

ขั้นตอนการผ่าตัด:

  1. สอดกล้องขนาดเล็กและอุปกรณ์ผ่าตัดผ่านแผลเล็ก
  2. ตรวจดูภายในข้อด้วยกล้อง เพื่อประเมินขนาดและตำแหน่งของรอยฉีกขาด
  3. ตกแต่งและเตรียมขอบกระดูกให้พร้อมสำหรับการยึดหมอนรองข้อสะโพก
  4. ยึดหมอนรองข้อสะโพกกลับเข้ากับกระดูกโดยใช้ Suture Anchor และไหมพิเศษ
  5. ตรวจสอบความมั่นคงของการซ่อมแซมอีกครั้ง และปิดแผล

ประโยชน์: เพิ่มความมั่นคงของข้อสะโพก, ลดอาการปวดและการอักเสบ, คืนการเคลื่อนไหวและการเล่นกีฬา, และลดความเสี่ยงข้อเสื่อมในระยะยาว (หากเนื้อเยื่อเสียหายมากจนซ่อมไม่ได้ อาจพิจารณาการตัดแต่ง debridement หรือการสร้างขึ้นใหม่ reconstruction ในบางราย)

ถ้าปล่อยหมอนรองข้อสะโพกฉีกขาดไว้ จะเกิดอะไรขึ้น?

หากรอยฉีกยังคงได้รับแรงกดหรือแรงเสียดสีซ้ำ ๆ ต่อเนื่อง อาการอาจค่อย ๆ มากขึ้น ปวดขาหนีบบ่อยขึ้น นั่งนานไม่ได้ หรือเล่นกีฬาไม่ได้ และในรายที่มี FAI ร่วมด้วย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดข้อสะโพกเสื่อมก่อนวัยได้

การฟื้นตัวและผลลัพธ์หลังผ่าตัด (Recovery Timeline)

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกเดินได้ตั้งแต่วันเดียวกันหรือวันรุ่งขึ้นหลังผ่าตัด โดยใช้ไม้ค้ำยันชั่วคราวเพื่อลดแรงกดต่อข้อ คนที่ทำงานออฟฟิศมักกลับไปทำงานได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

การทำกายภาพบำบัดแบ่งเป็น 4 ระยะ:

  • ระยะที่ 1 (0-6 สัปดาห์): ลดปวดและบวม, ปกป้องบริเวณที่ซ่อม, เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวเบื้องต้น, ลงน้ำหนักเท่าที่แพทย์แนะนำ
  • ระยะที่ 2 (6-12 สัปดาห์): เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว, เสริมสร้างความแข็งแรง, ฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อสะโพก, เดินในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น
  • ระยะที่ 3 (3-6 เดือน): เพิ่มความแข็งแรง, ฝึกการเคลื่อนไหวเชิงกีฬาเบื้องต้น, เตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมที่ใช้แรงมากขึ้น
  • ระยะที่ 4 (6-12 เดือน): ฝึกกีฬาเฉพาะด้าน, เพิ่มความเร็วและความคล่องตัว, กลับไปเล่นกีฬาได้เต็มที่ตามความเหมาะสม

การกลับไปทำกิจกรรมหรือกีฬาโดยประมาณ:

  • 0-3 เดือน: เดินในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น
  • 3-6 เดือน: ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ, เดินเร็ว
  • 6-9 เดือน: กอล์ฟ (เริ่มซ้อมเบา ๆ), เวทเทรนนิ่ง
  • 9-12 เดือน: วิ่ง, กีฬาที่มีการเปลี่ยนทิศทาง และกีฬาในกระแสหลัก

ข้อควรรู้: อาการเหน็บตึงหรือปวดเล็กน้อยในช่วง 6-12 สัปดาห์แรกเป็นเรื่องปกติ ควรหลีกเลี่ยงท่าที่หมุนสะโพกลึก ๆ บิดหมุน หรือกระแทกในช่วง 3 เดือนแรก หลายการศึกษารายงานผลสำเร็จในการลดปวดและกลับไปใช้งานได้ดีอยู่ที่ 80-90%

สิ่งที่อยากให้ผู้อ่านจำกลับบ้าน

  • หมอนรองข้อสะโพกฉีกขาด (Labral Tear) เป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดขาหนีบและปวดสะโพกในคนอายุน้อย นักกีฬา และผู้ที่มีภาวะ FAI ร่วมด้วย
  • อาการที่ควรสงสัยคือ ปวดขาหนีบลึก ๆ สะโพกดังคลิก รู้สึกเหมือนมีอะไรขัดอยู่ในข้อ ปวดเวลานั่งนาน งอสะโพก หรือเล่นกีฬา
  • MRI ช่วยในการวินิจฉัย แต่การพบรอยฉีกไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอไป
  • ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งดีขึ้นได้จากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด
  • หากจำเป็นต้องผ่าตัด แนวคิดปัจจุบันคือพยายามซ่อมและเก็บรักษา Labrum ไว้ให้มากที่สุดเพื่อความมั่นคงและสุขภาพข้อสะโพกในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Gómez-Verdejo F, Pérez-Prieto D, Gelber PE, et al. Review of Femoroacetabular Impingement Syndrome. EFORT Open Reviews. 2024;9(12):1152-1165.
  2. Fortier LM, Briggs KK, Kivlan BR, Philippon MJ. An Updated Review of Femoroacetabular Impingement Syndrome. Orthopedic Reviews. 2022;14(3):37513.
  3. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Femoroacetabular Impingement (FAI). OrthoInfo.
  4. Kelly BT, Williams RJ, Philippon MJ. Arthroscopic Labral Repair in the Hip: Surgical Technique and Review of the Literature. Arthroscopy. 2005;21(12):1496-1504.
  5. Mercurio AM, Memon M, Simunovic N, et al. Return to Sport After Primary Hip Arthroscopic Surgery and Labral Treatment: Five-Year Outcomes. Arthroscopy. 2025.

Dr. Nattaya Udomsakdi
Article Author
Dr. Nattaya Udomsakdi
วิสัญญีแพทย์ ด้านระงับปวด
View Profile